
บันทึกความทรงจำ นักเดินทางหญิงเดี่ยว
เธอคนนี้คือบล็อกเกอร์ผู้มีลีลาในการเขียนที่เชื้อชวนผู้อ่านเข้าไปสนุกกับความรู้สึกจนมีคนเข้าไปติดตามมากมาย จากบล็อกเกอร์สาวที่หลงใหลการเดินทางและเล่าเรื่อง มาวันนี้เธอกลายเป็นนักเขียนเต็มตัวที่มีแฟนๆ คอยติดตามผลงาน
เธอคนนี้คือบล็อกเกอร์ผู้มีลีลาในการเขียนที่เชื้อชวนผู้อ่านเข้าไปสนุกกับความรู้สึกจนมีคนเข้าไปติดตามมากมาย จากบล็อกเกอร์สาวที่หลงใหลการเดินทางและเล่าเรื่อง มาวันนี้เธอกลายเป็นนักเขียนเต็มตัวที่มีแฟนๆ คอยติดตามผลงาน
ระหว่างที่เราพบกันมีแฟนหนังสือหอบหิ้ว "I Roam Alone มิตรภาพระหว่างเส้นทางสายทรานส์ไซบีเรีย" เล่มหนาๆ ปกสีขาวและมีสาวสวยท่าทางยียวนในเสื้อสีแดงยืนอยู่บนภูเขาสักแห่งมาให้เซ็น และขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก แล้วนั่งคุยกันพอหอมปากหอมคอ แต่ก็นานพอที่คนมองอยู่จะสังเกตเห็นว่าตัวตนของเธอเหมือนในสิ่งที่เขียน มีเสน่ห์และชวนให้หลงรัก
เธอคนนี้มีชื่อแบบแมนๆ ว่า มณฑล กสานติกุล เธออธิบายว่า พ่อแม่เจตนาตั้งชื่อให้ เพราะเธอถือกำเนิดที่มณฑลหนึ่งของประเทศจีน และไม่น่าเชื่อว่าต่อมาชื่อของเธอจะมีความหมายเดียวกันกับการใช้ชีวิตซึ่งต้องนำพาสองเท้า ตัวเองก้าวเดินไปทั่วทุกมณฑลเพื่อเก็บเกี่ยวเรื่องราวและประสบการณ์ชีวิตมาเขียนเป็นหนังสือ
"เราไม่เคยเชื่อตัวเองเลยนะว่าเป็นคนเขียนหนังสือได้ แม้จะเรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มา แต่นั่นคือก่อนที่มิ้นท์ได้เริ่มเขียนบล็อกนะ เพราะตอนเรียนเราจะเขียนแต่วิชาการไง แล้วรู้ตัวว่าทำได้ไม่ค่อยดี การเขียนมันก็เลยดูน่าเบื่อ ทำให้เราไม่อยากเขียนอะไรแบบนั้น เพราะคิดว่าเขียนไม่เก่ง" มณฑล หรือมิ้นท์ เล่าแบบถ่อมตัว
ถึงแม้สาวสวยจะปฏิเสธอย่างนั้นว่ามิชอบการเขียน แต่สุดท้ายเธอก็หนีไม่พ้นวิถีการเขียน เพราะการเดินทางท่องเที่ยวลำพังข้ามทวีปของเธอในวัย 22 ปี ขณะกำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่สเปน มีเงื่อนไขจากผู้เป็นแม่ว่าหากอยากออกเดินทางเธอต้องเขียนบันทึกความทรงจำของตัวเองไว้ที่ไหนสักแห่ง เพราะการเดินทางของเธอในแต่ละครั้งนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่ออยากเดินทางเธอจึงต้องยอมทำตามคำที่แม่ขอ โดยการเปิดบล็อกที่ชื่อว่า I Roam Alone ซึ่งเธอเล่าถึงการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิตของเธอเอาไว้ว่า
"เราอยากออกเดินทางคนเดียวไปแบบไม่มีแบบแผนเลยนะสักหนึ่งปี คือมิ้นท์อยากรู้ว่า ตัวเองทำได้หรือเปล่า เพราะมันเริ่มจากการเกิดความสงสัยไง คือก่อนหน้าโปรเจกต์ I Roam Alone เราก็เดินทางไปประเทศต่างๆ อยู่แล้ว แต่จะไปกับเพื่อน แล้วพอได้เดินทางก็พบเจอผู้คนมากมายที่เขาเดินทางคนเดียวแล้วมันเห็นแง่มุมในการเดินทางใหม่ๆ เราก็อยากลองทำแบบนั้นดูบ้าง เพราะคิดว่ามันเป็นความท้าทายในการที่จะย้อนกลับมามองตัวเอง และอีกอย่างเมื่อเราไปไหนนานๆ เวลาเราเขียนบล็อกแม่ก็จะได้รับรู้เรื่องราวของเราด้วย มันก็เลยเป็นการ เริ่มต้นให้ต้องเขียน
แรกๆ ก็เริ่มเขียนแบบน่ารักๆ เล่าการเดินทางไปบอสเนีย มอนเตเนโกร โครเอเชีย แล้วเราก็ยังเขียนแบบรีวิวการเดินทาง แต่พอเขียนไปเขียนมาเราว่าเขียนแบบนี้มันไม่ใช่ตัวเราแล้ว ก็เลยลองปรับเป็นเขียนเล่าประสบการณ์ คือเขียนแบบให้ภาพของการเดินทางคนเดียวมากกว่าการให้ข้อมูลว่าสถานที่นั้นๆ มีอะไรบ้าง คือเราคิดว่าของแบบนั้นมันหาได้ตามโลนลี่ แพลนเน็ต ซึ่งมันมีคนอื่นเขียนได้ดีกว่าเราอีก มิ้นท์ก็เลยเริ่มเขียนในแบบเป็นตัวเองเล่าว่าในประเทศที่ไปเราได้พบเจออะไรบ้าง ได้นอนที่ไหน กินอะไร ผู้คนเป็นยังไง"
หลังจากเขียนไปเรื่อยๆ ในระหว่างการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ เธอก็มักเลือกที่จะบอกเล่าเรื่องราวมิตรภาพในการเดินทาง หยิบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาบอกต่อทำให้กลายเป็นเรื่องเล่าชั้นดี ไม่ว่าจะเรื่องของการเดินป่าสุดทรหด 8 วัน ทั้งที่ไม่มีเสื้อหนาว หรือแม้แต่การเดินทางในทะเลทรายนาน 9 วัน ที่ไม่มีน้ำให้อาบ หรือแม้แต่เรื่องราวตลกๆ อย่างการได้ลิ้มลองเมนูเลิศรสของประเทศมองโกเลียอย่างอัณฑะวัว และเรื่องราวที่น่าสนใจมากๆ กับการต่อสู้กับจิตใจตัวเอง หรือแม้แต่เรื่องเล่าสุดเศร้าเมื่อผู้หญิงตัวเล็กๆ คิดถึงบ้าน
ทั้งหมดคือส่วนผสมที่ทำให้ผู้คนตามอ่านงานของเธออย่างมากมายจนท้ายที่สุดเฟซบุ๊กแฟนเพจ I Roam Alone ของเธอในปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่าห้าหมื่นคน และต่อมาทำให้เรื่องราวการเดินทางของเธอถูกรวบรวมเป็นหนังสือ I Roam Alone มิตรภาพระหว่างเส้นทางสายทรานส์ไซบีเรีย ที่ขายดิบขายดีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งสาวคนสวยยังเล่าให้ฟังอีกว่านอกจากผลงานเล่มนี้แล้ว ในปีหน้าจะได้เห็นหนังสือเล่มใหม่ของเธอที่ว่าด้วยการเดินป่า ซึ่งหากใครอยากเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวของนักเขียนคนสวยคนนี้ก็ลองแวะเข้าไปดูได้ที่ www.iroamalone.com เชื่อแน่Mว่าคุณจะหลงรักตัวอักษรของเธอ







