
เมื่อญาติชอบยืมเงิน
โดย...แฟมิลีแมน
โดย...แฟมิลีแมน
ในชีวิตของคนคนหนึ่งไม่มีใครอยากเป็นหนี้คนอื่นแน่นอน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ (แต่ก็มีนะบางคนมีเรื่องจำเป็นหรือไม่จำเป็นยืมหมด) เพราะถ้าตกเป็นลูกหนี้เมื่อไหร่ก็อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัส เป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก เมื่อนั้นแหละครับ คือทุกข์หลายเรื่อง เช่น ทุกข์เพราะกลัวจะหาเงินใช้หนี้ไม่ทันกำหนดชำระ ทุกข์เพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้ หรือถ้าใช้หนี้ไม่ทันแล้วกลัวเจ้าหนี้ข่มขู่หรือทำร้าย สารพัดทุกข์ ชีวิตไม่เป็นปกติสุข ไม่เว้นแม้กระทั่งกับการเป็นหนี้กับญาติของตน
สถานการณ์สมมติ : อิณ หนุ่มหน้าตาดี การงานดี ฐานะมั่นคง มีเมียหนึ่งกับลูกสองคน ครอบครัวมีความสุขดี แต่มีเรื่องที่ไม่สุขใจอยู่หนึ่งเรื่องที่ค่อนข้างสร้างความอึดอัดใจ บางครั้งก็รู้สึกไม่พอใจมากๆ คือญาติใกล้ชิดของฝ่ายศรีภรรยามักมายืมเงินตลอดเดือนเว้นเดือนเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ส่วนใหญ่หน้าเก่าๆ คนเดิมๆ โผล่หน้ามาทีไรแทบไม่ต้องเดาว่ามาด้วยเรื่องอะไร...ยืมเงินอีกแล้วครับท่าน ยืมแล้วปากบอกว่าใช้ แต่ถึงเวลาไม่เคยใช้คืน ถึงเวลาก็อ้างสารพัด ทวงก็บ่นจนรู้สึกเบื่อรำคาญ เชื่อว่าในชีวิตจริงของหลายคนคงเจอเรื่องกวนใจเช่นนี้เหมือนกับอิณอยู่บ้าง
ทางออก : ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากชีวิตกำลังลำบากเป็นสิ่งที่สมควรทำ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นญาติหรือไม่รู้จักกันเลยก็ตาม แต่ว่าในการช่วยแต่ละครั้งก็ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่างให้ดีก่อนหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ เช่น ตัวเองมีความพร้อม หรือมีกำลังในการที่จะช่วยเหลือหรือไม่ และอย่าได้ทำอะไรที่เกินกำลังอันจะนำความเดือดร้อนมาสู่ผู้ช่วยเหลือเสียเอง รวมถึงต้องดูคนที่จะได้รับการช่วยเหลือจากเราด้วยว่าเขาเป็นใคร เป็นผู้ที่มีคุณกับเราไหม หรือมาจากไหน ทำอะไร ความจำเป็นของเขาคืออะไร เพื่อที่จะได้รู้ว่าจะช่วยเหลือเขาได้แค่ไหนอย่างไร
ถ้าเขามีความจำเป็น เช่น ป่วย หรือพ่อแม่ตาย ลูกเต้าเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแกล้งกัน เป็นเรื่องเหลือวิสัย ก็เป็นสิ่งสมควรช่วย จะมากจะน้อยต้องอย่าเกินกำลังเรา ยิ่งถ้าเขาผู้นั้นเคยมีความสัมพันธ์อันดีกับเราในอดีต เช่น เราเคยเป็นหนี้พระคุณเขามาถึงคราวเราเดือดร้อนเขาก็ช่วยเหลือ ถึงคราวเขาเดือดร้อนบ้างเราก็ต้องช่วยอะไรทำนองนี้
การให้ผู้อื่นยืมเงินเป็นการช่วยเหลือคนอย่างหนึ่ง เพราะถือว่าเป็นการบรรเทาความทุกข์ในยามที่เขากำลังเดือดร้อน แต่ในกรณีของของอิณที่ญาติใกล้ชิดทางภรรยามายืมเงินบ่อยๆ นั้น มองว่าผิดวิสัย คนอะไรยืมเงินคนอื่นได้ตลอด ก็ต้องมาพิจารณาแหละว่า เพราะเหตุอะไรญาติคนนั้นถึงได้ยืมเงินได้โดยไม่คิดเกรงอกเกรงใจกันเลย ปกติแล้วคนที่เป็นญาติกันไม่ว่าฝ่ายไหนถ้าเดือดร้อนจริงก็สามารถช่วยเหลือกันได้หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงแบบไม่ต้องยืมก็ได้
แต่เคสนี้ถึงเวลาที่อิณต้องคุยกับญาติภรรยาคนนั้นโดยมีภรรยาร่วมคุยด้วยเสียที ถามคั้นความจริงจากคนยืมว่าเอาเงินไปทำอะไรบ้าง ยืมถี่มาก มันผิดวิสัย ไม่มีใครเขาทำอย่างนี้ ที่ต้องถามจริงจังเพราะถ้าสมมติญาติคนนั้นเอาไปลงกับอบายมุข เช่น เหล้า ยาเสพติด การพนัน เสร็จเลย เปรียบเหมือนอ้อยเข้าปากช้างยากจะได้คืน และถ้าเขาทำจริงก็ต้องเลิกให้ยืมเลยเด็ดขาด หรือถ้าไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าเอาเงินไปทำอะไร ก็คงไม่ต้องให้ยืมแล้ว ถึงเขาจะโกรธอย่างไรก็ไม่ต้องสนใจแล้ว เพราะถือว่าช่วยเขามาเยอะแล้ว
ถึงคราวต้องใช้หลักธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วลา “อุเบกขา” ไม่ใช่ว่าเฉยนะ แต่เพราะเราช่วยเขามาเยอะแล้วถึงคราวที่เราจะต้องปฏิเสธบ้าง ยืมแล้วไม่คืนก็ต้องหยุดให้ ไม่ใช่ว่าเห็นเราพอมีก็มายืมเอาๆ พอทวงแล้วบอกว่าเรายังไม่ได้เดือดร้อนอะไร อย่าเพิ่งเอาได้ไหม น่าเบื่อจริงๆ เรื่องเงินบางครั้งก็ต้องใจแข็งบ้าง ถ้าไม่มากพอช่วยได้ก็ช่วยไปเผื่อครั้งหน้าจะเกรงใจที่จะเอ่ยขอยืมอีก







