
โรวาน (เปปเปอร์ทรี) หรือหมักจุด
ครั้งแรกที่คณะของเราพบต้นไม้สวยงามชนิดนี้ มันถูกปลูกเป็นไม้ยืนต้นประดับให้ร่มเงาสองฟากถนน
ครั้งแรกที่คณะของเราพบต้นไม้สวยงามชนิดนี้ มันถูกปลูกเป็นไม้ยืนต้นประดับให้ร่มเงาสองฟากถนนอันแห้งแล้งในชนบทและตัวเมืองดูไบ และเมืองหลวงอาดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) ผลของมันดูสวยสะดุดตานัก จึงจอดรถลงไปเก็บผลของเปปเปอร์ทรีกันมาเป็นช่อใหญ่ ผลของมันติดกันเป็นกลุ่มสีชมพู-แดงอ่อน ผิวเป็นมันวาวราวไข่มุก ที่ปลูกตามถนนในประเทศทะเลทรายนี้ได้ เพราะมันเป็นไม้ยืนต้น รากลึก สามารถหยั่งลงหาอาหารและน้ำได้ไกล ข้อสำคัญคือ มันทนดินเค็ม ดินด่าง (Alkaline Soils) ได้ดี ทนต่อความร้อน ความหนาวเย็นจนหิมะตกได้ด้วย จึงจัดการเก็บเมล็ดมาเพาะในกรุงเทพฯ และปลูกไว้ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อหลายสิบปีก่อน ใบของมันเป็นใบประกอบแบบขนนก ผิวใบมันเก็บความชื้นได้ดี และขยี้ดูมีกลิ่นหอม มันออกดอกติดผลได้ดีในกรุงเทพฯ แต่คงเนื่องจากระดับน้ำใต้ดินจะขึ้นสูงมากเกินที่รากต้นไม้ใหญ่สกุลนี้จะทนไหว จึงค่อยๆ ล้มตายลงในที่สุด เมื่อน้ำท่วมใหญ่นานนับสองเดือนเศษทั่วท้องทุ่งบางเขน
A tree for all seasons (ต้นไม้ทนได้ทุกฤดูกาล)
ไม่เป็นเรื่องเกินความจริงเลย เพราะหากปลูกในอังกฤษหรือบนภูเขาภาคเหนือแล้วมันเจริญเติบโตได้ดี เพราะในป่าดิบเขาสูงภาคเหนือมีต้นไม้สกุลซอร์บัส (Sorbus) นี้สองชนิดเรียกว่า “หมักจุด” ซึ่งมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Sorbus Granulose (Bertol) Rehder var. granulose และพันธุ์ var. crenulata เรียกว่า หมักจุดมน หมักจุดอีกพันธุ์ได้แก่ var.turbinata เรียกกันว่า หมักจุดขน พบทางภาคใต้ของไทย แต่ชนิดซึ่งพบบนภูเขาที่เชียงใหม่ เรียกว่า หมักจุดเกลี้ยง (S.verrucosa)
โรวาน (Rowan) เป็นชื่อสามัญซึ่งคนอังกฤษเรียกต้นเปปเปอร์ทรีหรือหมักจุด บางชนิดจะเปลี่ยนสีใบเป็นสีส้ม ยามฤดูใบไม้ร่วง เช่น พันธุ์โจเซฟร็อค (Joseph Rock) ให้ผลสีเหลืองทอง ซึ่งเกิดจาก Sorbus Aucuparia ซึ่งเป็นโรวานชนิดหนึ่งในบรรดาโรวาน 80 ชนิด ที่มีกำเนิดในอังกฤษ
นักวิชาการ กล่าวว่า โรวานนี้จะออกดอกและติดผลได้ภายใน 3-5 ปี หลังจากปลูกด้วยการเพาะเมล็ด แต่ใช้เวลา 15-30 ปี กว่าจะให้ต้นแก่พอที่จะให้ความสวยงามและความสมบูรณ์เต็มที่ของต้น
นอกจาก S.aucuparia แล้ว เราอาจพบโรวานอีก 4-5 ชนิด ที่ได้รับความนิยมปลูกกันในสวนที่สหราชอาณาจักร เช่น S.commixta ให้ผลเบอร์รี่สีแดง (ชนิดนี้มาจากญี่ปุ่น) โรวานอีกชนิด ได้แก่ S.hupehensis ให้ผลสีขาว-ชมพู และ S.cashmiriana ให้ผลสีขาวขนาดเท่าลูกหิน ชนิดหลังนี้น่าจะพบในแคชเมียร์บริเวณเทือกหิมาลัย
หมักจุดที่พบในเมืองไทยมีระบบรากตื้นและไม่ทนแล้งเท่าที่ควร แต่สามารถทนดินเลว เช่น กรดจัด ด่างจัดได้ระดับหนึ่ง หากปลูกในดินร่วนปนทรายจะเติบโตได้รวดเร็ว จนกลายเป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดใหญ่
หมักจุดหรือโรวานบางชนิดพบได้ที่เกาะไต้หวัน (S.randaiensis) ซึ่งดูคล้าย S.commixta แต่มีขนาดเล็ก 6-8 เมตร ส่วน S.esserteauana มาจากจีนด้านตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าหมักจุดหรือโรวาน มีแนวกระจายพันธุ์ทั้งในจีนและเทือกหิมาลัย โดยมันจะติดช่อผลสีสวยงามอยู่ แม้จะทิ้งใบไปแล้วในฤดูหนาว โรวานดังกล่าวผ่านการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์โดยมนุษย์มานานจนได้พันธุ์ที่ให้ผลสีแดง เหลือง ชมพู สดใส
โรวานหรือหมักจุดปลูกเลี้ยงใน จ.เชียงใหม่ ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ระดับ 1,400 เมตร บนดอยอ่างขางและทั่วไปในป่าระดับใกล้เคียงกัน โดยผู้สนใจอาจขอเมล็ดได้จากสวนพฤกษสาสตร์ที่เอดินเบิกร์ (Royal Botanic Garden Edinburg : RBGE) และ Ness Botanic Gardens.







