
ของเก่าทรงคุณค่าและสร้างแรงบันดาลใจ ของ อภิชัย ล้ำเลิศพงศ์พนา
เป็นวิศวกรที่ไม่ได้เก่งกาจเฉพาะด้านวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นนักเล่าเรื่องตัวยงจนคนฟังรู้สึกอินไปด้วย
เป็นวิศวกรที่ไม่ได้เก่งกาจเฉพาะด้านวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นนักเล่าเรื่องตัวยงจนคนฟังรู้สึกอินไปด้วย แถมยังมีอารมณ์ขันและคำคมที่ปล่อยออกมาไม่มีหมด บางครั้งก็หยอดมุขหน้าตาย สำหรับ "ตี่" อภิชัย ลำเลิศพงศ์พนา กรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ที.ซี (1993) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบทำความเย็นถนอมอาหาร ซึ่งได้รับการยอมรับในผลงานการคิดค้นและออกแบบระบบทำความเย็นในเวทีระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของรางวัลชนะเลิศเทคโนโลยีอวอร์ดหมวดอุตสาหกรรมและกระบวนการผลิตจากสมาคมแอชเร่ย์ (ASHRAE) สหรัฐ
พูดถึงของเก่าของเขาแม้จะมีมูลค่าไม่สูง แต่ของทุกชื้นบอกได้เลยว่าล้วนมีคุณค่าต่อจิตใจของเขาทั้งสิ้น ทุกสิ่งมีเรื่องราว มีที่มา และมีความสำคัญต่อชีวิตและการสร้างแรงบันดาลใจให้เขาไม่รู้จบ หากจะถามว่าการที่เขามีวันนี้ได้ มีธุรกิจของตัวเองเจริญรุ่งเรือง เขาพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เพราะของเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จในชีวิตที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี
"หากมองของเก่าที่ผมเก็บอาจไม่ได้มีมูลค่าราคาสูงอะไร ก็ของธรรมดาๆ แค่นั้น แต่ในเรื่องของคุณค่าแล้วประมาณมิได้ครับ ทุกอย่างมีคุณค่าต่อจิตใจผมอย่างยิ่ง ผมรักของเหล่านี้มาก ทุกอย่างเป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิตของผมก้าวไปสู่ความสำเร็จ และทำให้มีความสุขอยู่เสมอเวลาสายตาจ้องมองไปยังของเหล่านี้ ซึ่งผมจะเก็บไว้บนชั้นวางที่สามารถมองเห็นได้เวลาเดินเข้าไปในบ้าน"
กล่องไม้โบราณอายุร้อยกว่าปี
กล่องไม้หรือหีบไม้โบราณขนาดไม่ใหญ่นัก อภิชัยหยิบขึ้นมาเล่าเป็นชิ้นแรก ซึ่งเขาย้ำว่าสำคัญต่อชีวิตเขามาก ข้างในกล่องแม้จะว่างเปล่าไม่มีอะไร แต่เขาบอกว่าของทุกอย่างในชีวิตอยู่ในนั้นหมด ทุกครั้งที่เขาเปิดฝากล่องจะสัมผัสถึงกลิ่นอายต่างๆ สมัยเด็ก เช่น กลิ่นอายของพ่อที่พร่ำสอนอบรม กลิ่นอายที่พ่ออดบุหรี่เพื่อออมเงินส่งเขาเรียนหนังสือ เป็นต้น
"กล่องใบนี้อายุ 100 กว่าปีครับ เป็นกล่องใส่เสื้อผ้าและของใช้ของคุณพ่อ ซึ่งตกทอดมาจากคุณปู่ พอคุณพ่ออพยพครอบครัวจากเมืองจีนมาอยู่เมืองไทยก็นำกล่องใบนี้มาด้วย เมื่อคุณพ่อเสียผมก็เก็บกล่องนี้ไว้เป็นการระลึกถึงพระคุณที่ท่านที่ได้อบรมเลี้ยงดูผมและลูกๆ ทุกคนมาเป็นอย่างดี ในกล่องนี้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่คุณพ่อมีให้ตลอด สิ่งที่ท่านพูดกับผมเสมอคือการศึกษา ท่านบอกว่าการศึกษาทำให้คนก้าวพ้นจากชนชั้นหนึ่งไปสู่อีกชนชั้นหนึ่ง
ก่อนนี้ผมเคยคิดอยากเป็นครู พอจบ มศ.3 บอกท่านว่าจะไปเรียนที่หาดใหญ่ พอไปถึงสถานีรถไฟผมคิดถึงคำท่านที่เคยสอนว่า การจับปลาถ้าจับในคลองสุไหงโก-ลกจะได้ปลาตัวเล็กๆ ถ้าจับในแม่น้ำจะได้ตัวใหญ่ แต่ถ้าจับในมหาสมุทรจะได้ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ แต่มหาสมุทรต้องระวังอันตรายเพราะลมแรง เกิดลังเลใจ แต่สักครู่ก็เอาตั๋วไปคืนกลับมาบอกท่านว่าจะไปมหาสมุทร (ท่านว่าหาดใหญ่คือแม่น้ำ มหาสมุทรคือกรุงเทพฯ) ผมตัดสินใจไปกรุงเทพฯ เลย เรียนจนถึง ม.5 ที่โรงเรียนวัดราชาธิวาส ท่าวาสุกรี หลังจบ ม.5 ก็สอบเข้าเรียนวิศวะไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปีที่สอบเข้าได้พี่ชายคนโตเรียนจบพอดี"
ทุกครั้งที่เขามองกล่องใบนี้ ทำให้คิดถึงการอพยพย้ายถิ่นฐาน คิดถึงคุณพ่อคุณแม่ และหวนระลึกถึงกลิ่นอายชีวิตสมัยเด็กๆ อยู่ตลอดเวลา มองที่ไรจิตใจของเขาสัมผัสได้ถึงความสุข ความมีชีวิตชีวา และไฟแห่งความมุ่งมั่นได้โชนทะยานไม่มีดับมอดอยู่ในหัวใจ
"อย่างที่บอกกล่องใบนี้คุณพ่อนำติดตัวมาเมื่อครั้งอพยพจากเมืองจีน สาเหตุที่อพยพเพราะช่วงนั้นเกิดสงคราม ทหารญี่ปุ่นได้เกณฑ์คนจีนที่ครอบครัวมีผู้ชายสองคนขึ้นไป คนหนึ่งต้องเป็นทหารรับใช้ญี่ปุ่น คุณพ่อกับพี่ชายเลยตัดสินใจพาครอบครัวหนีมา เพราะไม่อยากรับใช้ญี่ปุ่น โดยท่านตั้งใจจะไปเวียดนาม เพราะอยู่ใกล้ไหหลําเพื่อรอเวลาสงครามสงบจะได้กลับไปบ้านเกิด แต่สวรรค์กำหนดให้ผมเป็นคนไทย แทนที่เรือจะพัดเข้าเวียดนามก็พัดมาหาดใหญ่ หลังจากนั้นท่านพาอพยพไปเรื่อยเพราะเป็นต่างด้าว จนที่สุดมาปักหลักที่สุไหงโก-ลก เปิดร้านขายกาแฟ และผมก็เกิดที่นั่น”
หม้อข้าวเนชั่นแนลแม่ซื้อให้
แม้จะดูธรรมดาสามัญวัตถุ แต่อย่างที่บอกทุกชิ้นมีคุณค่าต่อจิตใจและสร้างแรงบันดาลใจได้ตลอด หม้อหุงข้าวเนชั่นแนลก็เช่นกัน อภิชัย เล่าว่า คุณแม่ซื้อให้ในปี 2529 เนื่องในโอกาสมงคลสมรสของเขา ซึ่งเขาถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง โดยหม้อหุงข้าวนั้นเปรียบเหมือนความอบอุ่นที่คุณแม่มีให้อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าบางครั้งตัวจะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม
"คุณแม่ซื้อให้ในโอกาสแต่งงานของผม ในเดือน ต.ค. ปี 2529 ยี่ห้อนี้ปัจจุบันไม่มีแล้ว เพราะได้เปลี่ยนมาเป็นพานาโซนิค นี่คือสัญลักษณ์แทนความอบอุ่นและความรักที่ท่านมีให้ผมเสมอ เชื่อไหมว่าคุณแม่ผมใช้เตาถ่านไม่เคยใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าเลย ท่านอาจจะเห็นว่าเราเป็นคนกรุงเทพฯ กลัวจะขายหน้าคนอื่นก็เลยซื้อ ท่านข้ามไปซื้อที่มาเลเซีย
เป็นอีกของรักที่ผมรักมาก ทุกครั้งที่ผมมองไปที่หม้อหุงข้าวใบนี้ก็นึกถึงหน้าของแม่ทันที นึกถึงความอบอุ่น นึกถึงคำสอนพร่ำสอนที่ท่านให้อยู่ตลอด เรียกได้ว่าไม่มีช่วงเวลาไหนเลยในชีวิตผมที่จะไม่ได้รับความอบอุ่นจากท่าน คิดดูว่าความเป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่แค่ไหนสำหรับลูกทุกคน ท่านเป็นผู้เสียสละสิ่งดีๆ เพื่อลูกเสมอ ท่านซื้อหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเพื่อให้ลูกสบาย แต่ในขณะที่ท่านใช้เตาถ่าน ท่านยิ่งใหญ่แค่ไหนคิดเอา"
เหรียญหายากและทรงคุณค่า
ขณะที่ของสะสมทรงคุณค่าที่อยู่คู่กายและใจตลอดคือ พระสามองค์ ที่ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนพระทั้งสามองค์จะต้องสถิตที่คอของเขาตลอด ได้แก่ ล็อกเกตรูปพ่อกับแม่ พระสมเด็จ (แทนพระพุทธเจ้า) และเหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
อภิชัย เล่าว่า องค์แรกคือพระในบ้าน หมายถึงพ่อแม่ องค์ที่ 2 คือ พระพุทธรูปเปรียบเสมือนตัวแทนพระพุทธเจ้า และพระแห่งแผ่นดิน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระทั้งสามองค์นี้เป็นพระที่ประเสริฐที่เขานับถือและเทิดทูนตลอดชีวิต ทุกวันจะต้องอัญเชิญขึ้นคอ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนหรือขณะทำงาน โดยเฉพาะพระแห่งแผ่นดินเขาเก็บสะสมด้วย
"ผมสะสมเหรียญกษาปณ์พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเหรียญกษาปณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์ที่ผลิตขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ ซึ่งหายาก เช่น เหรียญ 1 บาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พ.ศ. 2515 เหรียญ 10 บาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมัยที่พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2510 เหรียญ 10 บาท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สมัยทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2522 เหรียญ 10 บาท สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พ.ศ. 2523 เป็นต้น ผมจำได้ว่าตอนบั้นปลายชีวิตของพ่อท่านบอกว่าแผ่นดินไหนที่พ่ออยู่แล้วมีความสุขที่สุดก็คือแผ่นดินไทย และพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อคนจีนเสมอ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมต้องห้อยพระทั้งสามองค์อยู่ตลอด" อภิชัย กล่าว
แบทแมน-โดราเอมอน ให้แง่คิดสอนชีวิต
เห็นแบทแมนและโดราเอมอนกับผองเพื่อน บางคนอาจสงสัยว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงสะสมของตัวกระตูนเด็ก ขอบอกให้รู้ว่า ของสะสมของเขา บางอย่างมีคุณค่าทางจิตใจ บางอย่างสร้างแรงบันดาลใจให้เขา บางอย่างมีทั้งสองสิ่งรวมอยู่ในนั้น สำหรับตัวการ์ตูนแบทแมนและโดราเอมอนกับเพื่อนๆ นั้นก็จัดอยู่ในของสะสมที่ให้แง่คิดดีๆ ในการดำเนินชีวิตบนโลกใบนี้
อภิชัย บอกว่า แบทแมน หรืออัศวินรัตติกาลนั้น เป็นผู้ชายในฝันของเขาตั้งแต่เด็ก จัดเป็นอัศวินที่มีความพิเศษต่างจากฮีโร่ทั่วไป เช่น ซูเปอร์แมน หรือสไปเดอร์แมน ซึ่งล้วนเป็นฮีโร่ที่มีอิทธิฤทธิ์ แต่แบทแมนไม่มีแบบนั้น เขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงเพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายที่สร้างความเดือดร้อนในสังคม
"ต้นตำรับของแบทแมน เขาไม่มีอิทธิฤทธิ์เหมือนฮีโร่ตัวอื่นๆ ซึ่งคนละเรื่องกับภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นซึ่งมักจะเสริมเติมแต่งเพื่อให้มีความน่าสนใจและดึงดูดคนดู ชีวิตจริงของแบทแมน เริ่มจากเขาโกรธแค้นคนร้ายที่ฆ่าพ่อแม่เขาจึงคิดแก้แค้น จึงไปฝึกปรือร่างกายให้แข็งแกร่งหวังสู้กับคนร้าย แต่ต่อมาก็รู้ว่าการแก้แค้นไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิต เพราะเขาเห็นว่ายังมีคนจำนวนมากเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ จึงได้หันไปช่วยเหลือสังคมทุกอย่าง ทำดีช่วยเหลือโดยไม่เอาหน้า ซึ่งใครๆ จะไม่เห็นหน้าตาเขาว่าเป็นใคร เพราะเขาจะออกมาช่วยคนในเวลากลางคืน เหตุนี้จึงได้ชื่อว่าอัศวินรัตติกาล ผมชอบที่ตัวตนเขาที่เป็นคนดี และก็เชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นแบทแมนได้หากทำได้อย่างเขา"
ขณะที่โดราเอมอนกับผองเพื่อน อภิชัย เล่าว่า จะเห็นได้ชัดในเรื่องของมิตรภาพที่มั่นคง แม้ว่าในเรื่องนี้มักจะมีเรื่องราวของการกลั่นแกล้งกันอยู่ตลอด แต่ในส่วนลึกจริงๆ แล้วพวกเขาทั้งหมดชอบช่วยเหลือกัน มีมิตรจิตมิตรใจต่อกัน ซึ่งเรื่องนี้จะสอนว่าเรื่องของมิตรภาพเป็นเรื่องสำคัญ และเขาก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากกับเพื่อนๆ
"เรื่องโดราเอมอนได้สอนให้ผมรู้ว่ามิตรภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญและยิ่งใหญ่เสมอต่อชีวิตของเรา ดังนั้นผมจะเก็บสะสมรูปของเพื่อนๆ ของผมทั้งในสมัยที่เขายังเด็กและรูปในปัจจุบันทุกคนเท่าที่จะหาได้ไว้ในไอแพด นอกจากนี้ยังมีสมุดเฟรนด์ชิปให้เพื่อนเขียนบรรยายความรู้สึกพร้อมรูปในสมัยเรียนหนังสืออีกด้วย"
ของสะสมของอภิชัยไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีนาฬิกาเก่า วิทยุเก่า พิมพ์ดีดเก่า เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนมีความเป็นมา และมีเหตุผลของการเก็บสะสมเสมอ







