
หนีลมร้อนไปพึ่งไอเย็นที่ฮาร์บิน
ในช่วงที่อุณหภูมิร้อนอบอ้าวยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเราเช่นนี้ การได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับความเย็นอย่างเช่นน้ำแข็ง อาจทำให้รู้สึกคลายร้อนได้บ้าง เพราะเรื่องที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้เป็นเรื่องเย็นๆ อ่านสบายๆ และที่สำคัญทำให้คนที่เคยชินกับการใช้ชีวิตในแถบโซนร้อนอย่างเรา อยากไปสัมผัสกับบรรยากาศแห่งความหนาวเหน็บอันน่าพิศวง
สถานที่แห่งนี้รู้จักกันในนาม ฮาร์บิน เมืองเอกของมณฑลที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศรัสเซียอย่างเฮย์หลงเจียง ฟังแค่พิกัดที่ตั้งก็พอเดาอย่างเลาๆ ได้ว่า อากาศในช่วงฤดูหนาวคงต้องติดลบด้วยเลขสองหลักเป็นแน่แท้ หากเทียบกับการตีตั๋วไปเที่ยวชมดินแดนที่ตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือแล้ว การเดินทางไปเยือนฮาร์บินในช่วงเทศกาลน้ำแข็งอาจทำให้การได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบขั้วโลกไม่ไกลเกินเอื้อมแถมยังเป็นการช่วยประหยัดเงินในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ด้วย
เมื่อเอ่ยถึงความหนาวเย็น เชื่อว่าชื่อของฮาร์บินเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลเฮย์หลงเจียง ศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ การคมนาคมและวัฒนธรรมของมณฑล น่าจะอยู่ในความคิดของชาวจีนจำนวนไม่น้อย ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่เพราะฮาร์บินเป็นเมืองที่มีอุณหภูมิต่ำสุดของประเทศในช่วงฤดูหนาว แต่เราสามารถเข้าร่วมเทศกาลรื่นเริงที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติว่า
“เทศกาลน้ำแข็ง” ที่ประกอบด้วยกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชมการแกะสลักน้ำแข็ง การชมโคมน้ำแข็ง การแกะสลักหิมะ การเล่นสกี ฯลฯ โดยเฉพาะการแกะสลักน้ำแข็งให้เป็นรูปลักษณ์สวยงามหลากหลาย ซึ่งนำมาวางแสดงในงานด้วยแล้วละก็ ถือว่ามีมาตรฐานระดับสากล จนขึ้นทำเนียบกินเนสบุ๊กหลายรายการ เป็นต้นว่าสิ่งปลูกสร้างที่แกะสลักด้วยน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดอย่าง วิหารเซนต์โซเฟีย
สิ่งปลูกสร้างที่แกะสลักด้วยน้ำแข็งที่มีความยาวที่สุดในโลก นั่นคือ กำแพงเมืองจีนน้ำแข็งที่ยาวถึง 958 เมตร
เสน่ห์ของฮาร์บินยังส่งผลให้เมืองแห่งนี้ได้รับการขนานนามไปต่างๆ นานา เช่น เมืองแห่งดนตรี มอสโกแห่งแดนตะวันออก เมืองแห่งวัฒมนธรรม ปารีสน้อยแห่งแดนตะวันออก และที่ขาดไม่ได้คือ เมืองน้ำแข็ง ซึ่งสมญานามอันท้ายสุดนี้ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นฮาร์บินได้อย่างเด่นชัดที่สุด
จริงๆ แล้ว การนำน้ำแข็งมาสร้างเป็นอาคารปรากฏให้เห็นตั้งแต่ 2 ศตวรรษก่อนคริสต์ศักราชในยุคของกษัตริย์ฮั่นอู่ตี้ ซึ่งมีการสร้างเวียงวังไว้นอกพระราชฐาน แต่ไม่มีการบันทึกถึงวัตถุประสงค์ในการสร้าง จึงไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ได้ ทว่าราวศตวรรษที่ 3 ในยุคสามก๊ก บันทึกประวัติศาสตร์ระบุไว้ว่า โจโฉเคยมีคำสั่งให้สร้างเมืองน้ำแข็งที่ถงกวานเพื่อป้องกันการรุกรานจากทัพของม้าเฉียว หลังจากนั้นก็มีการสร้างเมืองน้ำแข็งเพื่อป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าชี่ตานในยุคราชวงศ์ซ่งเหนือให้เห็นเช่นกัน การนำน้ำแข็งมาสร้างเป็นสิ่งปลูกสร้างปรากฏให้เห็นประปรายในหน้าประวัติศาสตร์จีน เพียงแต่อาณาจักรที่กว้างใหญ่แห่งนี้ผ่านศึกสงครามจำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้ซากสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้แทบไม่หลงเหลือให้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชมกัน
ความเป็นมาของโคมน้ำแข็งนั้นมีความเกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตของชาวจีนอย่างแนบแน่น กล่าวคือ ยุคโบราณ ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่มีอากาศหนาวเหน็บ มักขาดแสงสว่างในการประกอบกิจกรรมยามค่ำคืน โดยเฉพาะชาวบ้านที่ต้องเลี้ยงม้าหรือตกปลาในคืนที่อุณหภูมิลดต่ำลงจนน้ำที่หยดลงพื้นยังสามารถจับตัวเป็นน้ำแข็งในทันที พวกเขาจึงคิดค้นวิธีการทำแสงสว่างแบบง่ายๆ ด้วยการเทน้ำลงในถังน้ำ ปล่อยให้น้ำแข็งตัว ก่อนที่น้ำจะแข็งตัวเต็มที่ นำไปให้ความร้อนเล็กน้อย เพื่อให้ถังและก้อนน้ำแข็งแยกตัวออกจากกัน เทก้อนน้ำแข็งออกจากถัง เจาะช่องไว้ตรงกลาง เทน้ำที่ยังไม่จับตัวแข็งที่ขังอยู่ตรงกลางก้อนน้ำแข็งออก ใส่ตะเกียงลงไปแทนที่ โคมน้ำแข็งที่ได้จะไม่ถูกลมแรงในช่วงฤดูหนาวพัดจนดับ ด้วยเหตุนี้ โคมน้ำแข็งยุคแรกเริ่มจึงมีไว้เพื่อให้แสงสว่างในช่วงฤดูที่อากาศหนาวเย็นเป็นหลัก
โคมน้ำแข็งถือเป็นรูปแบบทางศิลปะที่สืบทอดกันมาช้านานในหมู่ชาวจีนทางตอนเหนือของประเทศ ประกอบขึ้นจากน้ำแข็งและโคมไฟเป็นหลัก เทศกาลน้ำแข็งที่จัดขึ้นทุกปีในเมืองฮาร์บินจะกินเวลาตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. เรื่อยไปจนถึงช่วงปลายเดือน ก.พ. ตลอดช่วงเวลาเดือนเศษๆ นี้มีเทศกาลใหญ่ๆ ถึง 4 เทศกาล อันประกอบด้วยเทศกาลขึ้นปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลหยวนเซียว และเทศกาลสกีหิมะ สร้างความครึกครื้นให้กับเทศกาลสำคัญเหล่านี้เป็นอย่างมาก ภายในงานมีการนำรูปแบบทางศิลปะแขนงต่างๆ เช่น การแกะสลัก การวาดภาพ และการดนตรีมาผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล ด้วยเหตุนี้เทศกาลน้ำแข็งในฮาร์บินจึงละลานตาไปด้วยน้ำแข็งแกะสลัก หิมะแกะสลักเคล้าดนตรีและแสงสีที่สร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้พบเห็น
เหตุที่โคมน้ำแข็งของฮาร์บินได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดแห่งศิลปะแกะสลักเป็นเพราะพิถีพิถันในทุกรายละเอียด นับแต่การเลือกน้ำแข็งที่ใช้เรื่อยไปจนถึงช่างแกะสลักที่มากประสบการณ์ โดยน้ำแข็งจะคัดจากน้ำคุณภาพดีในแม่น้ำซงฮวาเจียง โดยจะเริ่มตระเตรียมน้ำแข็งตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่สำคัญจะเลือกเฉพาะน้ำแข็งที่อยู่ในระดับน้ำสูงๆ เพราะถือว่าเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ มีผลต่อคุณภาพของน้ำแข็งที่นำมาแกะสลักอย่างมาก
ชื่อเสียงของเทศกาลน้ำแข็งที่นับวันจะได้รับการตอบรับจากคนทั่วทุกมุมโลกไม่เพียงจะสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้แก่เมืองฮาร์บิน หากแต่เมืองแห่งอื่นในประเทศจีนค่อยๆ เลียนแบบการจัดงานในลักษณะดังกล่าวในรูปแบบคล้ายๆ กัน ถึงกับมีการเชิญนักแกะสลักน้ำแข็งที่เชี่ยวชาญจากเมืองแห่งนี้ไปช่วยสร้างสีสันให้แก่เมืองน้ำแข็งแห่งอื่นๆ ของประเทศ ทำให้ช่างแกะสลักน้ำแข็งเหล่านี้กลายเป็นมือโปรคิวทองที่แทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
ความสวยงามของเทศกาลน้ำแข็งยิ่งปรากฏเด่นชัดเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงสว่างจากโคมน้ำแข็งที่ประดับประดาเป็นเมืองจำลองเล็กๆ หรือรูปลักษณ์แปลกใหม่ที่สวยงามต่างๆ เบื้องหน้าเรา ช่วยสร้างบรรยากาศในค่ำคืนที่หนาวเหน็บให้เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจราวกับอยู่ในเมืองแห่งเทพนิยาย หากได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง คงเป็นความทรงจำที่ตราตรึงอยู่ในใจตราบนานเท่านาน
โอกาสทองเช่นนี้มีให้เราไขว่คว้าเพียงปีละครั้ง ถ้าไม่ได้ไปคงเสียดายน่าดู!







