
กุญแจสู่อิสรภาพ
เชื่อแน่ว่าหลายต่อหลายคน คงจดจำคดีฆาตกรรมหญิงสาวในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อปี 2548
โดย...พงศ์ พริบไหว
เชื่อแน่ว่าหลายต่อหลายคน คงจดจำคดีฆาตกรรมหญิงสาวในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อปี 2548 กันได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นคดีที่อุกอาจอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว “ปุ๊ วอร์มอัพ” ในฐานะแฟนหนุ่มของผู้ตาย ตกเป็นผู้ต้องหาเพียงหนึ่งเดียว และต่อมาถูกตัดสินคดีให้จำคุกตลอดชีวิต และนั่นยิ่งตีตราให้ผู้คนเชื่อว่าเขาเองคือผู้กระทำการทั้งหมด
เวลาผ่านไปเกือบ 4 ปี “ปุ๊ วอร์มอัพ” ถูกปล่อยตัวในวันที่ 1 ก.ค. หลังจากพบหลักฐานชิ้นใหม่ที่แสดงชัดเจนว่าตัวเขาเองไม่ได้เป็นผู้กระทำ และตลอดเวลาที่ตกเป็นแพะรับบาป สิ่งหนึ่งที่ “ปุ๊ วอร์มอัพ” ต่างไปจากแพะคนอื่นคือ เขาเชื่อมั่นในความถูกต้อง และพยายามศึกษาข้อกฎหมายด้วยตัวเองจนแตกฉานในหลายๆ มาตราจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ตัวเขาได้คืนอิสรภาพ
“ฆาตกร บริสุทธิ์” คือหนังสือที่รวบรวมรายละเอียดทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นคดีฆาตกรรมหญิงสาวในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จนถึงเรื่องราวปมเงื่อนที่ทำให้ “ปุ๊ วอร์มอัพ” พ้นจากความเป็นแพะ โดยหนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ตรงของ น.ต.ท.นพ.ปิยพงษ์ สุตสาครเย็น หรือหมอพาย หรือที่หลายๆ คนคุ้นกันดีในฐานะเจ้าของสตอรี่ชีวิตจริงในภาพยนตร์ “หมอเจ็บ” ซึ่งหมอพายถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยไขคดีดังกล่าว
ด้วยการทำงานในเชิงลึกของนักนิติเวชวิทยาในแบบของเขา และสำนึกในความถูกต้องต่อสัมมาอาชีพ ทำให้ตัวหมอพายต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับรูปคดีทั้งๆ ที่เอาเข้าจริงๆ หมอพายไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับรูปคดีหรือแม้แต่ในฐานะคนชันสูตร ทว่าตัวหมอพายเองเชื่อด้วยหัวใจจากการคำนวณสิ่งที่เห็น วิเคราะห์จากความซื่อตรงของหลักฐาน และการกระทำตั้งต้นที่เชื่อแน่ว่า ฆาตกรตัวจริงไม่ได้มีเพียงคนเดียวและที่สำคัญมิใช่ “ปุ๊ วอร์มอัพ”
เพื่อความยุติธรรม บนโลกเบี้ยวๆ ใบนี้ หมอพายจึงขอแกว่งเท้าเข้าหาเสี้ยนตามแบบหมอเจ็บ
หนังสือเรื่องนี้จึงเป็นการพยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในเชิงวิทยาศาสตร์ ที่ตัวหมอพายเข้าไปพบเจอ หักล้างความเชื่อของรูปคดีเดิมจนหมดสิ้น เรียกได้ว่าเขียนเล่าเนื้อหาไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีเรื่องมีภาพประกอบการอธิบายเรื่องราวเครียดๆ ให้ย่อยได้ง่ายๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์กวนๆ เฉพาะตัวแบบหมอพาย ผู้ซึ่งเขียนหนังสือมาเกือบ 10 เล่ม แม้จะเขียนหนังสือมาเยอะแต่ทว่าเรื่องราวในหนังสือ “ฆาตกร บริสุทธิ์” เป็นการทำงานเขียนในเชิงของข้อมูลเป็นส่วนใหญ่ จึงจะมีโหมดจริงจังแบบเข้มขนที่อ่านไปแล้วขนลุกพราวถึงความจริงที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ซึ่งเมื่อได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของหนังสือเจ้าตัวเล่าให้ฟังขำๆ ตามสไตล์...
“ในหนังสือเล่มนี้ผมจะบอกเล่าว่า ผมไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้ยังไง แล้วเพราะอะไรปุ๊ถึงต้องติดคุก และมันจะมีเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ ย้อนรอยคดีฆ่ารัดคอ น.ส.แอน จนไปถึงหากฆาตกรไม่ใช่ปุ๊ วอร์มอัพ แล้วหลักฐานบ่งชี้ว่าใครเป็นคนผิดที่แท้จริง ซึ่งเนื่องจากปัจจุบันยังหาฆาตกรไม่ได้ คดียังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวน ผมจึงบอกไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าอ่านเล่มนี้ก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดมาจากอะไร เพราะผมก็ทำการตั้งสมมติฐานข้อเท็จจริงต่างๆ ไว้ให้เห็นอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเหตุการณ์ไว้อย่างละเอียด โดยใช้หลักการทางนิติเวช”
หมอพายเล่าต่ออีกว่า ถ้าหาก ปุ๊ วอร์มอัพ ไม่ได้คุณพ่อที่เชื่อว่าลูกตัวเองบริสุทธิ์ ปุ๊คงต้องตกเป็นแพะตลอดชีวิต ซึ่งตัวหมอพายเองจะเขียนไว้ด้วยว่าพ่อของปุ๊ทำอะไรไว้บ้าง และทำเช่นไรถึงทำให้ตัวเขาตอบตกลงช่วยในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่คดีนี้มืดแปดด้าน และทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้คือการหาหลักฐานมาคัดง้างอ้างอิง ทั้งสองผ่านความตื่นเต้นจนกลายเป็นการรื้อคดีขึ้นใหม่มาอย่างไร ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลหมอพายบอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า
“ใครจะคิดว่าผมรับเงินใต้โต๊ะก็ตามเพื่อช่วยให้ปุ๊พ้นคดี ผมไม่สนใจเพราะผมไม่เคยได้อะไรจากเรื่องนี้เลย ที่ทำไปก็เพราะแค่จะทวงถามความยุติธรรมในโลกใบนี้ และหากใครได้อ่านก็จะรู้ว่าทุกอย่างมันมีขั้นมีตอน เราใช้เวลากันหลายปีเพื่อไขกุญแจเรื่องนี้ จนในที่สุดเราก็สามารถไขมันออกได้ แล้วเมื่อผมรู้ว่าพอไขเข้าไปข้างในนั้นมันมีอะไร มันทำให้ผมตั้งชื่อหนังสือเรื่องนี้ว่า “ฆาตกร บริสุทธิ์” คือผมพบว่าปลายทางจริงๆ แล้วตัวปุ๊เอง เขาอาจจะเป็นฆาตกรจริงๆ โดยที่ตัวเขาไม่ได้รู้เห็น แต่เป็นฆาตกร บริสุทธิ์”
หมอพายทิ้งทายไว้เช่นนั้นถึงหนังสือเล่มที่ชื่อว่า “ฆาตกร บริสุทธิ์” หากใครอยากรู้ความหมายถึงคำพูดของหมอและเรื่องราวปริศนาต่างๆ ในการไขคดี คงต้องไปหาอ่านกันเอาเองตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ สุดท้ายแล้วเวลาจะค่อยๆ ทำให้เห็นว่าใครกันที่เป็นฆาตกรตัวจริง







