posttoday
เจ้าอาวาสวัดไทยในสวิตเซอร์แลนด์ขอให้คนไทยมีขันติ

เจ้าอาวาสวัดไทยในสวิตเซอร์แลนด์ขอให้คนไทยมีขันติ

06 มิถุนายน 2553

พระเทพกิตติโมลี เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เรียกร้องให้คนไทยมีขันติธรรม ให้รักและหวงแหนพระพุทธศาสนา

พระเทพกิตติโมลี เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เรียกร้องให้คนไทยมีขันติธรรม ให้รักและหวงแหนพระพุทธศาสนา

โดย...สมาน สุดโต

พระเทพกิตติโมลี เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เรียกร้องให้คนไทยมีขันติธรรม ให้รักและหวงแหนพระพุทธศาสนา มิเช่นนั้นชาวตะวันตกจะเอาพุทธศาสนาไป ทั้งนี้ท่านเห็นว่าวิวัฒนาการพระพุทธศาสนาในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในยุโรปมีแนวโน้ม ที่ดี คนท้องถิ่นให้ความสนใจในการปฏิบัติธรรมมาก

อยู่สวิส 22 ปี

ท่านเจ้าคุณซึ่งมีคติธรรมประจำตัวว่า ชีวิตคืองาน งานคือชีวิต การทำงานเป็นตำนานแห่งชีวิต มีตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามอีกตำแหน่งหนึ่ง ได้บอกกับผู้เขียนเมื่อไปขอสัมภาษณ์เมื่อเดือน เม.ย. 2553 ว่าท่านปฏิบัติศาสนกิจในประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาเป็นปีที่ 22 แล้ว เห็นว่าโลกตะวันตกขณะนี้ไม่ใช่เฉพาะสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น เยอรมนีก็ดี ฝรั่งเศสก็ดี อังกฤษก็ดี ดูเหมือนว่าจะเป็นแนวหน้าในประเทศตะวันตกที่ประชาชนสนใจในพระพุทธศาสนามากขึ้น ส่วนประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นอาจเป็นเมืองใหม่ของพระพุทธศาสนา ที่ผู้คนให้ความสนใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามแนวพระพุทธศาสนาไม่น้อยทีเดียว

เจ้าอาวาสวัดไทยในสวิตเซอร์แลนด์ขอให้คนไทยมีขันติ พระเทพกิตติโมลี(ทองสูรย์)

ส่วนความรู้ด้านคัมภีร์นั้นเขาสนใจมานาน เพราะมีนักเขียนทางโลกตะวันตกได้เขียนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไว้มาก นักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ของโลก เขียนเกี่ยวกับพุทธศาสนาว่า ศาสนาในอนาคตนั้นคือพุทธศาสนา เพราะสามารถหรือมีส่วนคล้ายคลึงกับวิทยาศาสตร์ ที่ค้นหรือรับรู้ได้หลายๆ อย่าง ไม่ติดในเทพเจ้า เป็นศาสนาที่มีเหตุผล สามารถตรองตามได้ทั้งด้านโลกภายนอก หรือกายภาพ และโลกภายในคือจิตใจ

พุทธศาสนาจึงเป็นที่สนใจทั้งผู้ที่เป็นนักการศึกษาและผู้ที่มิใช่นักการศึกษา แต่สนใจในการปฏิบัติ เพราะสอนให้เข้าใจสัจธรรมของโลกที่ว่าเป็นของไม่เที่ยงไม่แท้ไม่แน่ไม่นอน ในขณะที่โลกตะวันตกในขณะนี้เขาอิ่มทางด้านวัตถุ แต่ยังมีความทุกข์ ผู้ที่มาปฏิบัติมักถามคำถามเพื่อให้ได้ความชัดเจนทั้งในการปฏิบัติและความเข้าใจเสมอ

คำถามที่พบบ่อยที่สุดนั้นได้แก่คำถามเรื่องทำไมต้องมีศาสนา มีความจำเป็นต่อมนุษย์หรือ หรือมีความจำเป็นต่อสัตว์ด้วย ชีวิตของเราในอนาคตเป็นไปได้อย่างไร พุทธศาสนาสอนกฎแห่งกรรมนั้นมันเป็นอย่างไร ชีวิตในอนาคตที่ว่ามีการเกิดนั้นรู้ได้อย่างไร มีการตรองตามได้ไหม เรื่องอย่างนี้ท่านอธิบายให้เขารู้และเข้าใจตลอด

ปัจจุบันมีผู้เข้าวัดปฏิบัติเป็นประจำประมาณ 15-25 คน ทุกสัปดาห์ ตัวเลขนี้เขาก็ถือว่ามากแล้ว คนที่มาที่นับถือพุทธศาสนาบางคนขอว่าไม่ให้ยอมรับเขาว่าเป็นพุทธหรือเป็นคริสต์ ขอเป็นกลางๆ โดยบอกว่าร่างกายนั้นเป็นคริสต์ แต่ใจเป็นพุทธ ไม่ใช่เฉพาะ 100% แต่ 1,000%

บางคนยอมรับว่าเป็นพุทธไปทั้งกายทั้งใจ เรื่องนี้ท่านบอกให้เขาสบายใจว่า พระพุทธองค์ไม่ได้ตรัสเรียกผู้ที่สนใจเรียนต้องเป็น|พุทธเท่านั้น ใครที่อยากเรียนรู้พุทธศาสนาก็เรียนได้ จะเป็นพุทธหรือไม่เป็นพุทธก็ตาม

ความสามารถสูง

ก่อนที่ท่านจะไปสร้างวัด สร้างชื่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น ท่านเป็นที่รู้จักและไว้วางใจจากวัดต้นสังกัดคือ วัดเบญจมบพิตร และสถาบันการศึกษา คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยจัดตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติ International Buddhism Study ที่วัดเบญจมบพิตร และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

การไปรับภาระหน้าที่สร้างวัด สร้างเสริมศรัทธา ปสาทะชาวไทย และชาวพุทธนานาชาติที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อ 22 ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ซึ่งเป็นทั้งพระอุปัชฌาย์ และเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรได้เรียกร้องให้ไป เมื่อฟังทีแรกไม่ได้รับปากว่าจะไป จนกระทั่งครั้งที่ 3 จึงรับปาก ด้วยเข้าใจว่าพระอุปัชฌาย์คงเห็นศักยภาพ เช่น ความสามารถทางด้านภาษาที่สื่อสารกับชาวต่างชาติได้ดี รวมทั้งความสามารถด้านอื่นๆ เช่น การจัดอบรมวิปัสสนากรรมฐาน เป็นต้น

เมื่อไปอยู่ช่วงแรกๆ ไม่สบายอย่างที่คิด เพราะที่พักช่วงแรก|เป็นตู้คอนเทนเนอร์ ครั้งหนึ่งพระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ไปยุโรป ผ่านไปพบเข้าถึงกับออกปากว่าอยู่ลำบาก และชวนให้กลับเมืองไทย มจร ต้องการตัวและมีตำแหน่งให้

อย่างไรก็ตาม ท่านใช้เวลาสร้างและพัฒนาวัดในเวลา 10 กว่าปีภายใต้พระบารมีสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และการสนับสนุนส่งเสริมของชาวพุทธทั้งไทยและนานาชาติ จนกระทั่งเป็นวัดสมบูรณ์แบบ เป็นความภาคภูมิใจของชาวไทย ชาวพุทธโดยทั่วกันจนถึงปัจจุบัน เป็นวัดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ต่อมาอยู่ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนสิ้นพระชนม์ได้ทรงทำพินัยกรรมให้พระธิดา ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม เป็นผู้อุปถัมภ์ต่อไป

แก้ข้อสงสัยฝรั่ง

พระเทพกิตติโมลี เดิมชื่อว่า ทองสูรย์ นามสกุล รองทอง ฉายา สุริยโชโต เกิดวันที่ 5 ก.ค. 2491 ที่ ต.นาคำใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านแดงหม้อ ต.นาคำใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เมื่อ 29 เม.ย. 2504 อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเบญจมบพิตร เมื่อ 29 มิ.ย. 2512 จบการศึกษานักธรรมเอก เปรียญธรรม 8 ประโยค พธบ.M.A (Madras University) Ph.D. |(BHU.) India.

ท่านเล่าต่อว่า คำถามที่พบบ่อยๆ จากฝรั่งคือ ทำไมพระพุทธศาสนาเริ่มต้นด้วยความทุกข์ อริยสัจ 4 เริ่มต้นด้วยทุกข์ นักปราชญ์ทางโลกตะวันตกจึงเขียนว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่มองโลกในแง่ลบ ไม่มองในแง่บวก ท่านจึงบอกผู้ถามไปว่า ไม่ใช่ทั้งสอง หากแต่เป็นศาสนาแห่งความจริง พูดสัจธรรม ความจริงของโลก ไม่ใช่ทางสุดโต่ง

เจ้าอาวาสวัดไทยในสวิตเซอร์แลนด์ขอให้คนไทยมีขันติ ท่านเจ้าคุณให้อาหารปลาที่บ่อหน้าอุโบสถวัดศรีนครินทรวรารามประเทศสวิตเซอร์แลนด์

พระพุทธเจ้ามองเห็นว่าชีวิตเป็นทุกข์ เกิดมาเท่าไรก็ทุกข์เท่านั้น ตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ก็อยู่ในที่แคบๆ ออกมายังแบกทุกข์อีก พระพุทธเจ้าบอกว่าเมื่อมีทุกข์ย่อมมีทางพ้นทุกข์ เหมือนกับบอกว่าให้ไปทางขวา แสดงว่ามีทางซ้าย

พระพุทธเจ้าว่าโลกเป็นทุกข์ แต่จะพ้นทุกข์ได้ก็ชีวิตนี้เท่านั้น ต้องรู้จักแสวงหา เมื่อพระองค์พบสัจธรรมยังได้พิจารณาต่อไปว่า เมื่อมีทุกข์ย่อมมีทางพ้นทุกข์ เหมือนมีมืดย่อมมีสว่างเป็นธรรมดา อธิบายอย่างนี้ฝรั่งเข้าใจ ได้มาปฏิบัติมากขึ้น

ท่านเจ้าคุณบอกว่า พวกฝรั่งยอมรับว่าเป็นพวกวัตถุนิยม คิดว่าเมื่อมีเงินทองข้าวของมากมายจะต้องมีความสุข แท้จริงแล้วยังมีความทุกข์อยู่ ท่านได้ให้ข้อคิดว่า คนเรามี 2 ด้าน คือ นามธรรม และรูปธรรม กายต้องการอาหาร ใจต้องการอาหารเช่นกัน เรียกว่าอาหารใจ บรรพบุรุษบัญญัติศาสนาให้เป็นอาหารใจ แต่คนทั่วไปหมกมุ่นกับอาหารกายเท่านั้น แต่ลืมว่าขาดอาหารใจ เขาพยายามพิจารณาตนเองว่าทำไมมีความทุกข์ ทั้งๆ ที่เขามีทุกอย่างที่อำนวยความสะดวก เมื่อสัมผัสพระพุธศาสนาเราก็แนะนำให้รู้จักปล่อยวาง รู้จักลด ละ เลิก แล้วเขาสบายใจขึ้น

อาทิตย์อุทัยทิศตะวันตก

ท่านเห็นว่าโลกตะวันตกหันมาสนใจพระพุทธศาสนามากขึ้น ทำให้คิดว่าในอนาคตพระอาทิตย์อาจไปอุทัยทิศตะวันตกอย่างแน่นอน เพราะโลกตะวันตกสนใจและอ้าแขนรับพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เพราะชาวพุทธเราไปอยู่ที่ไหนมีเมตตา มีความพยายาม มีขันติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา โลกตะวันตกรู้ว่าความเด่นพุทธศาสนาคือ Tolerance หรือความอดทน หรือขันติธรรม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า ขันตี ปรมัง ตะโป ตีติกขา ขันติธรรมเป็นสัจธรรมสำหรับผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง ปรับตัวเองเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ ชาวพุทธเราอยู่ที่ไหนไม่เคยสร้างปัญหา อยู่ที่ไหนสร้างแต่มิตรไมตรี อยู่ที่ไหนให้ที่นั่น สิ่งที่ให้อันดับแรกคือการเสียสละ

ในด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนาในวัดท่านบอกว่า ที่วัดก็มีสอน|ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โรงเรียนสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของวัดเปิดมา 11-12 ปีแล้ว ปัจจุบันมีเด็กมาเรียน รวมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ประมาณ 170 คน ที่เขาสนใจเรียนนอกจากพระพุทธศาสนา ได้แก่ ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย ดนตรีไทย การแกะสลัก และมวยไทย

เมื่อจัดบวชเณรภาคฤดูร้อนก็ได้รับความสนใจ และทำมานานแล้ว ปัจจุบันรับปีละไม่เกิน 25 คน ปีนี้จะเริ่มบวชเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นภาคฤดูร้อนในสวิตเซอร์แลนด์

นอกจากนั้นจะสอนกรรมฐานทุกวันอังคาร วันพุธ ทุกสัปดาห์ โดยจะสอนกันตั้งแต่ 19.00-21.00 น. โดย 19.00-20.30 น. เป็นภาคปฏิบัติ เช่น เดินจงกรม นั่งสมาธิ จากนั้นเป็นเวลาถามตอบปัญหา ทั้งการปฏิบัติและเรื่องเกี่ยวกับธรรมะในพระพุทธศาสนาของเรา

เมื่อขอให้ท่านให้ธรรมะเตือนสติสังคมไทยที่มีปัญหา พระคุณเจ้าตอบว่า คนไทยควรถือขันติ ความอดทนเป็นธรรมรักษาตน และรักษาสังคมประเทศชาติ เพราะไม่มีธรรมข้อไหนดีกว่าธรรมข้อนี้ในช่วงนี้ หากประพฤติขันติธรรมได้ ธรรมข้ออื่นๆ จะตามมา เช่น การให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นต้น

เพื่อความสงบสุขของสังคม ขอให้ชาวไทยน้อมนำขันติธรรมที่พระคุณเจ้าแนะนำมาปฏิบัติ สมานฉันท์และความปรองดองในชาติต้องเกิดครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน