
ช่วงเวลาดีๆ มาถึงอีกแล้ว...
โดยไม่ได้วางแผนมาก่อน เมื่อสี่ห้าวันก่อนมีเหตุให้ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
โดยไม่ได้วางแผนมาก่อน เมื่อสี่ห้าวันก่อนมีเหตุให้ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ก่อนออกจากบ้านก็สองจิตสองใจว่า ควรจะติดเสื้อแจ็กเกตไปสักตัวหรือเปล่า และควรจะเป็นเสื้อประเภทไหนเพราะไม่รู้จะเจอฝนหรือเจอเย็น สุดท้ายเอาตัวที่ใกล้มือที่สุด และเดี๋ยวนี้น่าจะกลายเป็นอะไรที่เหมาะกับทุกสภาพกับบ้านเมืองเราไปแล้ว นั่นคือ เสื้อมีฮูด เพราะเสื้อแบบนี้เวลาเจอแดดจัดๆหรืออากาศเย็นๆ ก็ใช้ได้ดีนัก
ความที่ออกแต่เช้าตรู่ พอเริ่มเช้าหน่อยถึงสังเกตเห็นว่า ฟ้ามีเมฆอุ้มฝนบางๆ ทำให้ไม่ร้อนเลยแม้แต่นิด ตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดบ่ายนั้นมีลมเย็นๆ โชยอยู่ตลอดเวลา
ความรู้สึกที่ลมไล้มาต้องตัวนั้น สัมผัสเบาๆ ที่แผ่ซ่านขึ้นมาบอกว่า หัวลมหนาวมาถึงแล้ว...
เมื่อความกดอากาศไล่เมฆฝนเคลื่อนไปสู่ด้านล่างของประเทศ ข่าวคราวทางใต้บอกถึงมรสุมพัดกระหน่ำ แต่ช่วงเดียวกันนี้ของทุกปี ทางเหนือและอีสานจะค่อยๆ คล้อยเข้าสู่ช่วงเพิ่งจะสร่างฝน แต่ปีนี้ออกพรรษาแล้ว บางทุ่งไม่ได้เหลืองอร่ามรอจังหวะการเก็บเกี่ยวเหมือนอย่างเคย
เพราะฝนมาล่า บางจังหวะในสองข้างทางท้องทุ่งจึงยังระบัดอยู่ด้วยพรมเขียวอ่อนสุดหูสุดตาแต่ทุกหนแห่งลมตึงโยกกิ่งไม้ที่สะพรั่งอวดใบเขียวสมบูรณ์หลังผ่านฝนฉ่ำไหวไปมาหนาวจนต้องควานหาไออุ่นจากเสื้อที่เตรียมมา
ขณะผ่านโตรกผาช่วงเขาใหญ่ มีคำถามผุดขึ้นมาเงียบๆ ว่า หนทางสายนี้มีคนสัญจรผ่านไปมาแล้วนับเป็นร้อยเป็นพันล้านเที่ยว ตัวเราเองก็ผ่านไปผ่านมานับครั้งไม่ได้ บางฤดูสีส้มแสดของต้นหางนกยูงจะชูช่อออกดอกราวกับภาพวาดอิมเพรสชั่นนิสต์ บางฤดูจะเห็นไฟป่าแวบๆ ท่ามกลางความมืด ผายังอยู่ หินยังอยู่ ต้นไม้ยังอยู่ แต่คนผ่านมาแล้วก็ผ่านไปทุกช่วงมีคนผ่านไปแล้วไม่กลับมา แล้วก็จะมีคนใหม่ผ่านมา แล้วก็ผ่านไป เป็นเช่นนั้นอยู่อีกชั่วนาตาปี
ณ ปัจจุบัน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางมาถึงแล้วทุกจังหวะของการเดินทางในช่วงหัวลมหนาวนั้น มักกลายเป็นความทรงจำดีๆ ในชีวิต
สภาพอากาศ เพื่อนร่วมทาง สิ่งที่ได้ทำร่วมกัน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบของความสุขที่ก่อตัวขึ้นได้ง่ายๆ
หนึ่งในภาพความสุขและความทรงจำที่ดีคือ ได้เดินทางในช่วงนี้ แล้วหยุดรับประทานอาหารกับญาติมิตรที่ร่วมทาง ลมเย็นที่โชยมาต้องท่อนแขนที่วางทอดพาดไปพนักพิงไม้หนาๆ ได้รับประทานอาหารร้อนๆ กับปวงผู้คนที่รักใคร่ปรารถนาดีต่อกันแค่นั้นความสุขก็ผลิออกเป็นความทรงจำใดๆีในชีวิต
การเดินทางที่มิได้ขับเคลื่อนด้วยมีเป้าหมายเรื่องการงานนั้น ทำให้เราลืมตามองเห็นสภาพแวดล้อมและบรรยากาศใหม่ๆ นำมาซึ่งพลังชีวิตใหม่ๆ ได้เสมอ จึงมีคำแนะนำกันทั่วไปว่า เมื่อกลัดกลุ้มเหนื่อยหน่าย หรือกำลังใจถดถอย ให้ออกเดินทาง โดยเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ และไม่คาดหวังสิ่งใด
แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง...
อย่างไรก็ตาม ถ้าสังเกตองค์ประกอบของความสุขให้ดีบางทีเราไม่ต้องไปไหนก็มีความสุขได้เหมือนกัน การได้ทำอะไรร่วมกันกับผู้คนที่เรารัก ไม่ว่า เซ็กซ์ รับประทานอาหาร หรือแม้แต่การทำงาน ลองทำด้วยความรัก มิได้ลงแรงด้วยฝืนใจ ด้วยปรารถนาจะเอาเปรียบ ชิงไหวชิงพริบหรือเจอด้วยโทสะ ฯลฯ มันนำมาหรือเป็นบ่อเกิดของความสุขได้ทั้งนั้น
การได้ทำอะไรพร้อมกับคนที่เรารักใคร่ เราย่อมพร้อมที่จะแบ่ง พร้อมที่จะปัน พร้อมที่จะให้ได้โดยปราศจากเงื่อนไข นี่ใช่ไหมที่เป็นบานประตูไขไปเจอความสุข เช่นเดียวกัน อากาศ ธรรมชาติสภาพแวดล้อม การเดินทาง อาจจะเป็นปัจจัย แต่ลึกลงไปในนั้น ตัวที่เชื่อมต่อกันอยู่ มันคือความสันโดษ ความสงบ ใช่หรือเปล่า ?
มีความสงบ ความสันโดษ ความรู้จักพออยู่ที่ไหน มันก็มีความสุขอยู่ที่นั่น
การทักทายของหัวลมหนาว มันแค่เตือนว่า เราควรจะหยุดพักได้แล้ว เราควรจะออกเดินทางเสียบ้าง ใกล้ก็ได้ ไกลก็ดี ถ้ามีธุระการงานยังปลีกตัวไม่ได้ ก็เปิดประตูหน้าต่างปูเสื่อ กางโต๊ะชักชวนญาติสนิทมิตรสหายมากินข้าว คุยกันพอให้ได้หายคิดถึง
เท่านั้นมันก็จะไม่ผ่านเลยไปอย่างน่าเสียดาย
ฟ้าฝนวิปริตไปทุกปี เอาเข้าจริงมันจะมีอีกสักกี่ลมหนาวที่เราจะได้เจอะเจอ มันผ่านมา แล้วก็จะผ่านเลยไป ไม่หวนคืนกลับมา เราเองและปวงสรรพสิ่งก็เหมือนกัน ธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้น
ขอให้มีความสุขกับทุกจังหวะที่มีครับ







