
จะทำอย่างไรดีหากลูกโดนครูทำโทษรุนแรง
การทำโทษที่รุนแรงเกินไป เข้าทำนอง “รักวัวให้ผูก รักลูกศิษย์ให้ตี” นั้น บางครั้งก็ใช้ไม่ได้กับบางกรณี
โดย...มีนา
การทำโทษที่รุนแรงเกินไป เข้าทำนอง “รักวัวให้ผูก รักลูกศิษย์ให้ตี” นั้น บางครั้งก็ใช้ไม่ได้กับบางกรณี จนเกิดเหตุการณ์ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายครั้ง เพราะการทำโทษเด็กนักเรียนในยุค 2014 คงจะทำแต่โดยอารมณ์และอุปนิสัยส่วนตัวของคุณครูเป็นหลักไม่ได้แล้ว ต้องหาเหตุผลมาสนับสนุนในการจะลงโทษเด็กเพื่อให้เด็กกลายเป็นคนดีของสังคมให้มากๆ
สถานการณ์ : หลานสาววัย 13 ขวบ โดนครูที่โรงเรียนลงโทษอย่างรุนแรงด้วยการตีที่ขาเป็นจำนวนมากถึง 53 ครั้ง แต่เมื่อตีไปแล้ว 20 ครั้ง หลานสาวบอกว่าเจ็บมาก ทนไม่ได้ คุณครูเลยย้ายมาฟาดที่ก้น โดยให้หลานยกกระโปรงขึ้นด้วย แล้วตีเนื้อๆ เน้นๆ จนครบ 53 ที ผลปรากฏเนื้อแตกและคาดว่าจะเป็นแผลเป็นด้วย หลานกลับบ้านมา ป่วย ตัวร้อนเป็นไข้เลยค่ะ ต้องพาไปพบแพทย์ แพทย์พอทราบถึงเหตุผลคือครูตั้งกฎว่าห้ามเด็กนักเรียนเก็บแผ่นชีตไว้ในโต๊ะเรียน หากพบจะตีตามจำนวนแผ่นที่พบ
โอเค ดิฉันยอมรับว่าหลานทำผิดกฎ แต่ดิฉันคิดว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป ควรว่ากล่าวตักเตือนก่อนดีไหม ขนาดคุณหมอที่พาหลานไปรักษา เมื่อเห็นบาดแผลยังส่ายหัวแล้วออกจดหมายระบุมาเลยว่า โดนตีอย่างรุนแรง เพื่อนำไปเป็นหลักฐานหากเกิดจากแจ้งความขึ้น หากเป็นคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ลูกๆ โดนทำโทษรุนแรงแบบนี้จะทำอย่างไรดีคะ
ทางออก : กฎระเบียบของการลงโทษนักเรียน กรมสามัญศึกษาได้เคยให้ความหมายไว้ในกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับงานสารวัตรนักเรียนว่า การลงโทษ หมายถึง การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อสั่งสอนให้มีความประพฤติดีหรือให้เข็ดหลาบ เพื่อจะได้ไม่ประพฤติผิดอีก
ระเบียบ แนวคิด และวิธีการต่างๆ ในการลงโทษนักเรียนมีอยู่หลายวิธี การลงโทษเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอยู่มาก เนื่องจากความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องระเบียบวินัย และการลงโทษ แม้คนส่วนใหญ่ยังเห็นว่าการลงโทษจะช่วยให้เด็กเป็นคนมีระเบียบวินัย ประพฤติตัวดี ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการลงโทษ โดยมองว่าครูต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม และต้องตระหนักอยู่เสมอว่าการลงโทษนักเรียนควรใช้เฉพาะเมื่อสามารถหาสาเหตุที่แน่นอนและสามารถแก้ไขสาเหตุนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วเท่านั้น
ถ้าจำเป็นต้องใช้การลงโทษ ก็ควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความผิดที่เกิดขึ้น ต้องให้นักเรียนเข้าใจ และการลงโทษต้องมีเหตุผลอย่างเพียงพอ การลงโทษต้องกระทำอย่างยุติธรรม ไม่ใช้วิธีที่รุนแรงหรือดุร้าย ไม่กระทำในขณะที่ผู้ใหญ่ยังมีอารมณ์โกรธและจะต้องไม่กระทำให้นักเรียนได้รับความอับอาย ให้คิดเสมอว่าการลงโทษนักเรียนนั้นไม่ใช่การทำให้นักเรียนเจ็บปวดทั้งทางร่างกายจิตใจ หรือเป็นการสนองอารมณ์ของครู แต่มีจุดมุ่งหมายให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น อันจะนำไปสู่ความสงบสุข ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม
หากคุณพ่อคุณแม่คิดว่า คุณครูได้ลงโทษลูกหลานเกินกว่าเหตุ ควรนำเรื่องไปพูดคุยกับคุณครูที่กระทำการลงโทษไม่เหมาะสม รุนแรงเกินไป หากคุณครูรู้สึกนึกว่าตนเองผิดจริง ก็ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษต่อตัวเด็กและผู้ปกครอง แต่หากผู้ปกครองยังคิดว่า คำขอโทษนั้นน้อยเกินไป เกรงว่าครูจะไปลงโทษเด็กคนอื่นหนักแบบนี้อีก ก็ควรนำเรื่องไปรายงานอาจารย์ใหญ่หรือผู้อำนวยการโรงเรียนให้ว่ากล่าวตักเตือนต่อไป แต่ทั้งนี้ให้ผู้ปกครองควรคิดไว้เสมอว่า หากใครทำผิดแล้ว เกิดการให้อภัยเกิดขึ้น ก็จะเป็นเรื่องดีกับทุกๆ ฝ่าย ฝ่ายตัวคุณครูเองก็ต้องระมัดระวังและคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน ตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าการลงโทษเด็กนั้นเต็มไปด้วยความรักอยากให้ลูกศิษย์ได้ดี หรือลงโทษเพียงเพราะอารมณ์โกรธชั่ววูบ
Ask the Expert....
Q. ลูกชายวัย 9 ขวบ มีอาการจะเบี่ยงเบนทางเพศ ผมไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรดี เรื่องสนับสนุนนั้นไม่แน่นอนอยู่แล้ว พยายามจะดึงแกไปในสิ่งที่เด็กผู้ชายควรทำ แต่ก็ไม่อยากจะบีบคั้นจิตใจลูกเกินไป ผมจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดีครับ?
A. ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ฮอร์โมนและสุขภาพทางเพศ สูตินรีเวชวิทยา วัยทอง และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ประจำศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “คุณก็ทำถูกต้องแล้วที่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลูกให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมแก่เพศของเขา การไม่กดดันนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะสามารถทำได้ สิ่งที่คุณต้องพยายามให้มากขึ้นก็คือการให้ความใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาเพื่อที่เขาจะได้เห็นตัวอย่างของการแสดงออกทางเพศที่ควรจะเป็น คุณคงต้องหาทางให้เขาได้เห็นและสัมผัสกับความเป็นเพศที่เขาควรจะเป็น สำคัญก็คือการมีความอดทนอดกลั้นและมุ่งมั่นที่จะกระทำ อย่าใช้อารมณ์กับลูกอย่างเด็ดขาด”
He Said / She Said
กานต์พนักงานบริษัท
“ผมชอบสาวๆ ที่เรียบร้อย ไม่กระโดกกระเดก แต่ก็ไม่เรียบร้อยจนเกินไปนะครับ แค่ไม่ขี้เหวี่ยง ขี้วีนเป็นใช้ได้ครับ”
น้องพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มๆ ที่ใส่ใจ และเข้าใจโลกของผู้หญิง ไม่ชอบหนุ่มที่ขี้หึงเกินไป รักเราต้องเข้าใจเรา ปล่อยเราเป็นอิสระก็พอใจแล้วค่ะ”
Quote
“สมัยเด็กๆ บางคนอาจไม่เชื่อว่า ฉันขี้อายมาก แต่ไม่ว่าจะไปไหน ฉันมีเพื่อนรักคนเดียวคือกล้องถ่ายรูป ฉันพกกล้องไปด้วยทุกแห่ง และรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนที่ไปไหนก็ไปด้วยกันจริงๆ แล้วฉันก็สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้เมื่อมีกล้องอยู่ข้างๆ ซึ่งหากไม่มีกล้องไปด้วยฉันคงไม่คิดที่จะทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น”
แอนนี่ ลีโบวิตซ์ ช่างภาพหญิงชื่อดัง







