posttoday
ลายแทงแห่งนักปกครอง

ลายแทงแห่งนักปกครอง

23 กันยายน 2557

“เมื่อฝูงโคข้ามฟาก หากโคที่เป็นผู้นำฝูงว่ายตรง โคบริวารก็ว่ายตรง แต่หากโคที่เป็นผู้ว่ายคด โคบริวารก็ว่ายคดตามไปด้วย”

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

“เมื่อฝูงโคข้ามฟาก หากโคที่เป็นผู้นำฝูงว่ายตรง โคบริวารก็ว่ายตรง แต่หากโคที่เป็นผู้ว่ายคด โคบริวารก็ว่ายคดตามไปด้วย”

1.เป็นผู้ให้ 2.เป็นผู้มีศีล 3.เป็นผู้เสียสละ 4.เป็นผู้ซื่อสัตย์ 5.เป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน 6.เป็นผู้ขยัน 7.เป็นผู้ไม่โกรธ 8.เป็นผู้ไม่เบียดเบียน 9.เป็นผู้อดทน 10.เป็นผู้ทรงความยุติธรรม

อรรถาธิบายลายแทง

นักปกครอง นักบริหาร ผู้นำ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ในที่นี้ถือว่าเป็นคำในจำพวกเดียวกัน หมายถึง ผู้ที่มีหน้าที่ในการบริหารประเทศชาติบ้านเมือง หรือที่ทุกวันนี้เราเรียกว่า “นักการเมือง” ในภาษาบาลีท่านใช้คำว่า “ราชา ขัตติยะ (กษัตริย์) อิสรชน นายก ปริหาร (นักบริหาร)” เป็นต้น พึงได้เห็นจากตัวอย่างของการใช้แต่ละคำในบริบทดังต่อไปนี้

ราชา รฏฺฐสฺส ปญฺญานํ ราชา เป็นสง่าแห่งแคว้น (15/201)

ควญฺเจ ตรมานานํ อุชํ คจฺฉติ ปุงฺคโว ฯเปฯ

สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก

เมื่อฝูงโคว่ายข้ามฟากอยู่ ถ้าโคนำฝูงไปตรงโคทั้งหมด ย่อมว่ายตรงไปตาม ฉันใด ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ผู้ใดได้รับแต่งตั้งเป็นใหญ่ ถ้าผู้นั้นประพฤติธรรม ประชาชนที่เหลือก็เป็นอันไม่ต้องกล่าวถึง ถ้าราชาตั้งอยู่ในธรรม รัฐทั้งหมดย่อมอยู่เป็นสุข

(27/634/636)

ธมฺมํ ปมชฺช ขตฺติโย รฏฺฐา จวติ อิสฺสโร ผู้ครองแผ่นดิน ถึงจะมีอำนาจยิ่งใหญ่ ประมาทธรรมเสียแล้ว ก็ร่วงจากรัฐ (สูญเสียอำนาจ) (28/51)

นิสสฺม ทณฺฑํ ปณเยยฺย อิสฺสโร คนที่เป็นใหญ่ จะต้องใคร่ครวญให้ดีก่อน จึงลงโทษ (27/2175)

พาโล อปริณายโก คนพาลเป็นผู้นำไม่ได้ (27/313)

น สาธุ พลวา พาโล ยูถสฺส ปริหารโถ ผู้บริหารหมูคณะ ถึงจะมีกำลังอำนาจ แต่เป็นคนพาล ย่อยไม่เป็นผลดี (27/1031)

นักปกครอง นักบริหาร ผู้นำ นักการเมือง เป็นผู้ที่กุมชะตากรรมของประเทศชาติบ้านเมืองไว้ในกำมือ ถ้านักปกครอง เป็นต้น เป็นผู้มีปัญญามีความสามารถในการบริหาร มีวิสัยทัศน์ มีมาตรฐานทางจริยธรรมสูง ไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง มีใจเมตตาการุณย์ ไม่ลุแก่อำนาจ บริหารประเทศอย่างเป็นธรรม โดยถือเอาธรรมเป็นอำนาจ ไม่กดขี่ข่มเหงประชาชนด้วยอำนาจ ด้วยมาตรการทางภาษี ด้วยกฎหมายที่อยุติธรรม ประชาชนก็ย่อมอยู่เย็นเป็นสุข แต่ถ้าปฏิบัติตรงข้ามกันบ้านเมืองก็ตกอยู่ในกลียุค มีแต่ความร้าวฉาน ขาดความสามัคคี ข้าวยากหมากแพง ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงแพร่หลาย ประชาชนอยู่กันอย่างไม่เป็นสุข

ผู้นำ นักปกครอง นักการเมืองมีความสำคัญต่อชะตากรรมของประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไร มีประจักษ์พยานให้เห็นอยู่แล้วในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมาทุกยุคทุกสมัย แม้แต่ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็ทรงย้ำให้เราเห็นความสำคัญของชะตากรรมของบ้านเมืองโดยผ่านพฤติกรรมของผู้นำดังนี้

ผลจากความไม่มีธรรมะของมนุษย์

(อย่างเบา)

ภิกษุทั้งหลาย ! สมัยใดราชา (ผู้ปกครอง) ทั้งหลายไม่ตั้งอยู่ในธรรม, สมัยนั้น ราชยุตต์ (ข้าราชการ) ทั้งหลาย ก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรม;

เมื่อ ราชยุตต์ทั้งหลาย ไม่ตั้งอยู่ในธรรม, พราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย ก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรม;

เมื่อ พราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย ไม่ตั้งอยู่ในธรรม, ชาวเมืองและชาวชนบททั้งหลาย ก็ไม่ตั้งอยู่ในธรรม;

เมื่อ ชาวเมืองและชาวชนบททั้งหลาย ไม่ตั้งอยู่ในธรรม, ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ก็มีปิวรรต (การเคลื่อนที่, การหมุนเวียน) ไม่สม่ำเสมอ:

เมื่อ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ มีปริวรรตไม่สม่ำเสมอ, ดาวนักษัตรและดาวทั้งหลาย ก็มีปริวรรตไม่สม่ำเสมอ;

เมื่อ ดาวนักษัตรและดาวทั้งหลาย มีปริวรรตไม่สม่ำเสมอ, คืนและวัน ก็มีปริวรรตไม่สม่ำเสมอ;

เมื่อ คืนและวัน มีปริวรรตไม่สม่ำเสมอ, เดือนและปักษ์ ก็มีปริวรรตไม่สม่ำเสมอ;

เมื่อ เดือนและปักษ์ มีปริวรรตไม่สม่ำเสมอ, ฤดูและปี ลม (ทุกชนิด) ก็พัดไปไม่สม่ำเสมอ;

เมื่อ ลม (ทุกชนิด) พัดไปไม่สม่ำเสมอ, ปัญขสา (ระบบแห่งทิศทางลมอันถูกต้อง) ก็แปรปรวน;

เมื่อ ปัญชสา แปรปรวน, เทวดาทั้งหลาย ก็ระส่ำระสาย;

เมื่อ เทวดาทั้งหลาย ระส่ำระสาย, ฝนก็ตกลงมาอย่างไม่เหมาะสม;

เมื่อ ฝนตก ลงมาอย่างไม่เหมาะสม, พืชพรรณข้าวทั้งหลายอันมีความแก่และสุกไม่สม่ำเสมอ ก็กลายเป็นผู้มีอายุสั้น ผิวพรรณทรามทุพพลภาพและมีโรคภัยไข้เจ็บมาก

(ข้อความต่อไปนี้ ได้ตรัสถึงภาวการณ์ที่ตรงข้ามกัน ผู้ศึกษาพึงทราบโดยนัยตรงข้ามกันตลอดสาย)

จตุกฺก.อํ. 21/97/70.

ผลจากความไม่มีธรรมะของมนุษย์

(อย่างหนัก)

ภิกษุทั้งหลาย! เมื่อพระราชามีการทำชนิดที่เป็นไปแต่เพียงเพื่อการกระทำให้เกิดทรัพย์แก่บุคคลผู้ไม่มีทรัพย์ทั้งหลายดังนั้นแล้ว ความยากจนขัดสนก็เป็นไปอย่างกว้างขวาง แรงกล้าถึงที่สุด;

เพราะความยากจนขัดสนเป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด อทินนาทาน (ลักทรัพย์) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด;

เพราะอทินนาทานเป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด; การใช้ศัสตราวุธโดยวิธีต่างๆ ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด;

เพราะการใช้ศัสตราวุธโดยวิธีการต่างๆ เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าที่สุด ปาณาติบาต (ซึ่งหมายถึงการฆ่ามนุษย์ด้วยกัน) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าที่สุด;

เพราะปาณาติบาตเป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด มุสาวาท (การหลอกลวงคดโกง) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด;

(ในสมัยนี้ มนุษย์มีอายุขัยถอยลงมาจาก 8 หมื่นปี เหลือเพียง 4 หมื่นปี)

เพราะมุสาวาทเป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด ปิสณาวาท (การพูดจายุแหย่เพื่อการแตกกันเป็นก๊กเป็นหมู่ ทำลายความสามัคคี) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด;

(ในสมัยนี้ มนุษย์มีอายุขัยถอยลงมาเหลือเพียง 2 หมื่นปี)

เพราะปิสุณาวาทเป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด กาเมสุมิจฉาจาร (การทำชู้ การละเมิดของรักของบุคคลอื่น) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด

(ในสมัยนี้ มนุษย์มีอายุขัยถอยลงมาเหลือเพียง 1 หมื่นปี)

เพราะกาเมสุมิจฉาจารเป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด

ผรุสวาทและสัมผัปปลาปวาท (การใช้คำหยาบคายและคำพูดเพ้อเจ้อเพื่อความสำราญ) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด;

(ในสมัยนี้ มนุษย์มีอายุขัยถอยลงมาเหลือเพียง 5 พันปี)

เพราะผรุสวาทและสัมผัสปปลาปวาท เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด อภิชาฌาและพยาบาท (แผนการกอบโกยและการทำลายล้าง) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด;

(ในสมัยนี้ มนุษย์มีอายุขัยถอยลงมาเหลือเพียง 2,5002,000 ปี)

เพราะอภิชาฌาและพยาบาท เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด มิจฉาทิฐิ (ความเห็นผิดชนิดเห็นกงจักรเป็นดอกบัว นิยามความชั่ว) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด;

เพราะมิจฉาทิฐิ เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด (อกุศล) ธรรมทั้งสามคือ อธัมมราคะ (ความยินดีที่ไม่เป็นธรรม) วิสมโลภะ (ความโลภไม่สิ้นสุด) มิจฉาธรรม (การประพฤติตามอำนาจกิเกส) ก็เป็นไปอย่างกว้างขวางแรงกล้าถึงที่สุด (อย่างไม่แย่งกัน)

(ในสมัยนี้ มนุษย์มีอายุขัยถอยลงมาเหลือเพียง 500 ปี)

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้