
ศมกฤต กฤษณามระ คนทำงานต้องเป็นมืออาชีพ
ชายหนุ่มวัย 37 ไปอยู่ประเทศอังกฤษด้วยวัยไม่ถึง 8 ขวบ จนกระทั่งจบปริญญาตรี เพิ่งกลับมาอยู่ประเทศไทยได้เพียง 8 ปีเท่านั้น
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
ชายหนุ่มวัย 37 ไปอยู่ประเทศอังกฤษด้วยวัยไม่ถึง 8 ขวบ จนกระทั่งจบปริญญาตรี เพิ่งกลับมาอยู่ประเทศไทยได้เพียง 8 ปีเท่านั้น บูศมกฤต กฤษณามระ ดำรงตำแหน่งพาร์ตเนอร์ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ด้านธุรกิจสถาบันการเงิน บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ (ดีลอยท์ ประเทศไทย) ดูแลรับผิดชอบและจัดการโครงการและงานต่างๆ ของลูกค้า เขาเป็นหลานปู่ของพระยาไชยยศสมบัติ ผู้ก่อตั้งสำนักงานไชยยศ ซึ่งเป็นสำนักงานสอบบัญชีแห่งแรกของไทย และเป็นชาร์เตอร์แอคเคาแตนต์คนไทยคนแรกจากอังกฤษ เป็นหลานลุงของ ศ.เติมศักดิ์ กฤษณามระ ผู้อำนวยการสถาบันศศินทร์แห่งจุฬา
ศมกฤต ถือเป็นรุ่นที่ 3 ของธุรกิจนี้ ที่ครอบครัวเป็นผู้ก่อตั้งและเข้ามาทำงานในดีลอยท์ เพื่อนำความรู้ความสามารถมาช่วยพี่ชายร่วมพัฒนาดีลอยท์ให้เติบโตแข็งแรงยิ่งขึ้น ปัจจุบัน บริษัท ดีลอยท์ฯ มีอายุ 75 ปี ถือเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชีที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทุกๆ วิกฤตของประเทศ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องชำระบัญชีให้บริษัทต่างชาติที่เป็นฝ่ายอักษะที่ต้องกลับประเทศหลังแพ้สงคราม จนถึงวิกฤตต้มยำกุ้ง บริษัทปรับตัวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รุ่นคุณปู่ รุ่นคุณพ่อ ตอนนี้อยู่ในมือคนรุ่นใหม่ซึ่งมีความเป็นสากล เพราะดีลอยท์ เป็น Big 4 ของโลก
ศมกฤต เล่าว่า งานนี้มีความท้าทาย ที่ตอนนี้มีการรวมตัวของดีลอยท์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ซับซ้อนมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในภูมิภาคที่กำลังก้าวสู่ AEC และมีบทบาทสำคัญมากขึ้น
เขากล่าวว่า ดีลอยท์เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญตลาดหนึ่ง เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการ จึงได้มีการรวมตัวเป็น ดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชีย (Deloitte SEA) ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ 8 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กวม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ เวียดนาม และประเทศไทย โดยในปีที่ผ่านมา ดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชียถือว่ามีบทบาทสำคัญ ที่ทำให้รายได้รวมของภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 8
ศมกฤต มีเป้าหมายอย่างชัดเจนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าอยากเป็นนักบัญชี หรือไม่ก็นักธุรกิจ จึงเดินทางตามเป้าหมายนี้มาโดยตลอดอย่างไม่ผิดเป้า ปัจจุบันนี้ทางด้านเนื้องานนั้นเขาจึงมีความเชี่ยวชาญทางด้านมาตรฐานการบัญชี กฎข้อบังคับของทางธนาคาร การติดตั้งและใช้งานระบบต่างๆ ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของธุรกิจสถาบันการเงิน เขามีประสบการณ์ทั้งด้านงานสอบบัญชีและด้านงานที่ปรึกษา รวมเป็นเวลากว่า 10 ปี โดยได้เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตในประเทศอังกฤษ และมีประสบการณ์การทำงานในประเทศอังกฤษเป็นเวลา 5 ปี โดยเคยร่วมงานในตำแหน่งผู้สอบบัญชีที่ บริษัท ดีลอยท์ แอนด์ ทู้ช และ บริษัท แวนทิส กรุ๊ป ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ
สำหรับที่ดีลอยท์ประเทศไทยนั้น เขาเคยมีส่วนร่วมในทีมงานสอบบัญชีสถาบันการเงิน และยังเคยเป็นหัวหน้าทีมสอบบัญชีของสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันคุณศมกฤตดูแลรับผิดชอบงานในฐานะหัวหน้าทีมที่ปรึกษาให้กับลูกค้าในกลุ่มสถาบันการเงินและธนาคาร รวมถึงงานด้านการปรับเปลี่ยนมาตรฐานการบัญชีที่มีการปรับปรุงใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีสากล (IFRS) งานวางระบบให้กับลูกค้ากลุ่มธนาคารทั้งขนาดเล็ก กลาง และขนาดใหญ่ในประเทศไทย
ทางด้านการศึกษา เขาจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากยูนิเวอร์ซิตี้คอลเลจ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเป็นสมาชิกของ Institute of Chartered Accountants in England and Wales (ICAEW) เขามีความเชี่ยวชาญทางด้านมาตรฐานการบัญชี กฎข้อบังคับของทางธนาคาร การติดตั้งและใช้งานระบบต่างๆ ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของธุรกิจสถาบันการเงิน มีประสบการณ์ทั้งด้านงานสอบบัญชีและด้านงานที่ปรึกษา รวมเป็นเวลากว่า 10 ปี
ศมกฤต บอกว่า งานการทุกชนิดเราควรจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์และมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ทำงานอย่างเป็นระบบมีความเป็นมืออาชีพ “ในการทำงบบัญชีต่างๆ เราต้องมีความตรงไปตรงมา เก็บความลับให้ลูกค้า ให้ลูกค้ามีความมั่นใจว่าเขามีความเป็นส่วนตัว การทำงานทุกอย่างต้องพยายามเรียนรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอมีการอัพเดทข่าวสารข้อมูล ที่สำคัญต้องทำงานอย่างมีความสุข ทั้งกับตัวเองและทีมงาน มีความกระตือรือร้นด้วยครับ”
สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือต้องรู้จักบริหารเวลาทุกอย่างให้สมดุล ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว ส่วนตัว และสังคม “ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ได้ รู้จักกระจายงานไม่ใช่รวมทุกอย่างไว้ที่ตัวเองหมด” สำหรับตัวศมกฤตเอง พยายามมองโลกในแง่ดี เพราะเชื่อว่าปัญหาทุกปัญหามีทางออกเสมอ “ต้องให้กำลังใจตัวเอง ค่อยๆ แก้ปัญหา ถ้ายังแก้ไม่ได้ในตอนนั้นก็พัก แล้วตั้งสติเงียบๆ หรือไปออกกำลังกาย หรือไปท่องเที่ยว ตัวผมเองจะชอบวิ่งฮาล์ฟมาราธอน เวลาเครียดจะไปวิ่งออกกำลังกายให้เสียเหงื่อให้ตัวโล่งๆ เบาๆ สบายๆ หรือไม่ก็เดินทางไปต่างจังหวัดใกล้ๆ ก็ช่วยได้เยอะ”
นอกจากทำงานตามสายงานที่ได้ร่ำเรียนมา เขายังเป็นคนชอบคุยชอบเล่า ชอบอธิบาย เขาจึงเคยเป็นอาจารย์พิเศษสอนทางด้านบัญชีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นงานที่มีความสุขและมีเกียรติ เป็นการให้สังคมอีกรูปแบบหนึ่งโดยนำประสบการณ์ตรงจากการทำงานของเราไปแบ่งปันให้กับนักศึกษา
ศมกฤต กฤษณามระ
อายุ 37 ปี
พาร์ตเนอร์ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ด้านธุรกิจสถาบันการเงิน บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ
นักวิ่งฮาล์ฟมาราธอน
งานอดิเรก อ่านหนังสือเดินทางท่องเที่ยว
อาจารย์พิเศษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย







