
คิดและเข้าใจในแบบผู้ติดเชื้อ กลุ่มสุขภาพชุมชน จ.เชียงใหม่
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ ไม่มีเครดิต
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ ไม่มีเครดิต
เรื่องราวของกลุ่มประสานงานโครงการสุขภาพชุมชน จ.เชียงใหม่ ที่ไม่ได้โด่งดังเฉพาะในเมืองไทย แต่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกถึงการทำงานอันเด็ดเดี่ยวและยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ของการเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดเอดส์ในไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน กุญแจสำคัญอาจเพราะผู้ก่อตั้งเป็นผู้ติดเชื้อ จึงมองเห็นปัญหา และทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหา
“กลุ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2535 คนติดเชื้อเอดส์ในช่วงนั้นจะถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี สำส่อน ก็มองเห็นปัญหาการเดียดฉันท์ การรังคัดรังแคของผู้คน คนติดเอดส์อยู่ยากนะ คิดได้อย่างนั้นก็ตัดสินใจตั้งกลุ่มผู้ติดเชื้อขึ้น” พิมใจ อินทะมูล ผู้บริหารและประสานงานโครงการสุขภาพชุมชน จ.เชียงใหม่ กล่าว
ปัจจุบันพิมใจอายุ 50 ปี เป็นผู้ป่วยเอดส์ โดยติดเชื้อจากสามี ได้ขอร้องให้บิดา คือคุณพ่อทองดี มั่งคั่ง ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและเป็น อสม. หรืออาสาสมัคร ซึ่งได้รับการนับถือจากชาวบ้านมาช่วยดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม กลุ่มก่อตั้งขึ้นที่บ้าน ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่วนสามีเสียชีวิตในปี 2538 หลังก่อตั้งกลุ่มได้ 3 ปี
“เราทำกิจกรรมกลุ่มที่เรียกว่า การพบกลุ่ม คือกลุ่มก้อนที่มีอยู่นี่แหละมานั่งคุยกัน สมัยนั้นต้องปิดม่านไม่ให้ใครเห็น เป็นความสบายใจและเป็นการเลือกของผู้ติดเชื้อเอง ที่ไม่อยากให้ใครเห็นเราจับกลุ่มกัน”
เอดส์ในสมัยนั้นผู้คนรังเกียจ ชาวบ้านไม่มีความรู้ สื่อทำให้สังคมเข้าใจว่าคนเป็นเอดส์มั่วเข็ม มั่วเพศ เป็นคนไม่ดี พิมใจเล่าว่า เวลาจะไปตลาด นั่งรถสี่ล้อแดงไป เขาไม่ให้เรานั่งข้างหน้านะ โน่น! ไปนั่งข้างหลังโน่น เขารังเกียจว่าลมที่พัดผ่านเรา จะทำให้เขาเจ็บไข้ ถ้วยชามที่เรากิน เขาไม่เอาไปล้าง แต่เขาเอาไปทิ้ง คนติดเชื้อสมัยก่อนเสียชีวิตเยอะก็เพราะอย่างนี้ เพราะทนอยู่ต่อไปไม่ได้ด้วยไม่มีกำลังใจจากสังคมรอบข้าง เป็นการฆ่าผู้ติดเชื้อมากกว่าโรคที่แท้จริง
ตัดสินใจว่าจะอยู่อย่างนี้ต่อไปไม่ได้ จะเป็นสวะลอยน้ำไปเรื่อยๆ รอวันผุพังเน่าเปื่อยแบบนี้ไม่ได้ ต้องสู้และยืนหยัด กลุ่มจึงได้เกิดขึ้น เพื่อช่วยผู้ป่วยติดเชื้อคนอื่นๆ ให้เห็นในคุณค่าของตัวเอง เธอลุกขึ้นหาทุน ช่วยเพื่อนร่วมทุกข์ให้พึ่งตัวเองได้ ส่วนใหญ่เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่เข้ามาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ที่เข้ามาช่วยเรื่องทุน และความรู้เรื่องงานฝีมือ
ส่วนใหญ่จะเป็นงานแฮนด์เมดผ้า ที่ต่างประเทศอาสาช่วยอบรมฝึกสอนให้ การตลาดทำผ่านอินเทอร์เน็ต ลูกค้าบางรายสั่งซื้อกระเป๋าผ้าเป็นหลักแสนหลักล้าน แต่ไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็มี ทุกอย่างทำผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งออกแบบ ตัดเย็บหรือส่งตัวอย่างผ้า รวมทั้งชำระเงิน โดยตั้งแต่ก่อตั้งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 5,000 รายที่เป็นสมาชิกและทำงานผ่านเครือข่ายของเธอ
“สมัยนั้นพี่เอามาฝึกเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 3040 คน ปีหนึ่งมี 3 รุ่น ช่วยเขาเพื่อให้ต่อไปเขาพึ่งตัวเองได้ สอนเขาว่าเราต้องยืนเอง เดินเอง เพราะไม่มีใครที่จะเดินกับใครไปตลอด ให้อะไรก็ไม่ดีเท่าให้วิชาความรู้ ในเรื่องของการพึ่งตัวเองนี้ กลุ่มผู้ติดเชื้อในประเทศลาว ยูนิเซฟก็ประสานให้มาเรียนรู้กับเรา” พิมใจเล่า
ปัจจุบันสถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์ดีขึ้นมาก การรวมกลุ่มในปัจจุบันคงทำแต่เพียงหลวมๆ กิจกรรมหลักคือการประสานเครือข่าย มีกิจกรรมสร้างความรู้ อบรมวิชาชีพ มีงานก็ส่งต่อถึงกัน และฮอตไลน์แบบบ้านๆ ที่พิมใจบอกว่า คือมือถือของเธอเองที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับเพื่อนร่วมชะตากรรม หรือใครที่ต้องการสนับสนุนกลุ่มผู้ติดเชื้อก็ติดต่อสั่งงานที่เบอร์นี้ได้ 081-885-5713
“คนมีปัญหาจะถึงกันหมด จะเกาะกลุ่มกัน ไม่เฉพาะคนไทยในประเทศ แต่คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ เวลามีปัญหาก็โทรมาคุย เราช่วยเหลือกัน” พิมใจเล่า
เป้าหมายในขณะนี้ คือการทำกลุ่มเพื่อสลายกลุ่ม หมายถึงการผลักดันผู้ติดเชื้อกลับสู่สังคม ให้กำลังใจและให้ความรู้ เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ สุดท้ายที่อยากฝากไว้คือความตระหนักในความรับผิดชอบ การติดเชื้อเป็นสิ่งร้ายแรง ทำให้ใครติดเชื้อ ก็เหมือนกับการฆ่าใครคนนั้นทั้งเป็น ฆ่าคนในครอบครัวของผู้ติดเชื้อทั้งเป็น
แพง นามสมมติ สมาชิกกลุ่มชาวกะเหรี่ยง เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกทำใจลำบาก ในสังคมกะเหรี่ยงมีปัญหากีดกันผู้ติดเชื้อสูงมาก แต่เพราะกลุ่มให้กำลังใจ ทำให้ลุกขึ้น ต่อมาจึงขวนขวายหาวิชา เพื่อยังชีพทำมาหากิน ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว รู้สึกดีมากๆ ที่ไม่ต้องรู้สึกตัวว่าเป็นเหยื่อ ที่สำคัญคือได้รู้ในคุณค่าของตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อสังคม







