
ความฝันหายไปไหน
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
เคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมคะ ว่า “ความฝันของเราคืออะไร”
อะไรคือสิ่งที่เราทำแล้วจะถูกใจที่สุด และเหมาะสมกับตัวเราอย่างแท้จริง
ชีวิตในฝันของเราคือชีวิตแบบไหน
อาชีพในฝันของเราคืออาชีพอะไร
เวลาว่างของเรา เราอยากทำงานอดิเรกแบบไหนดี ที่จะทำให้ชีวิตเติมเต็มและมีความสุข
คนรักในฝันของเราเป็นคนแบบไหนกัน
การเดินทางท่องเที่ยวในฝันของเราเป็นแบบไหนกันแน่
และบั้นปลาย เราอยากมีชีวิตแบบไหนตอนที่เราเกษียณอายุแล้วมองย้อนกลับมาถึงชีวิตที่ผ่านมาของเรา
ชีวิตแบบไหนที่เรามองย้อนกลับมาแล้วเรายิ้มได้ด้วยความสุข ความภูมิใจ ความพึงพอใจอย่างแท้จริง และบอกตัวเองได้ว่า
“ฉันทำดีที่สุดแล้ว”
ถ้าใครทำได้แบบนี้ ถือว่าโชคดีที่สุด
แต่คนทั่วไปจำนวนมาก ติดอยู่ในหล่มความคิดเกี่ยวกับความฝันจนทำให้ชีวิตรู้สึกเหมือนกับว่า ไม่มีพลัง ไม่มีความฝัน ทำงานหรือเรียนไปวันๆ โดยไม่ได้มีจุดหมายที่แท้จริงใดๆ
หล่มของความฝันมีอะไรบ้าง
ไม่มีเวลาคิดถึง “ความฝัน” เพราะแค่ต้องรับผิดชอบความจริงของชีวิตแต่ละวัน ก็เหนื่อยมากอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งคิดว่า ฝันอะไรดี
คิดว่า “ความฝัน” เป็นเรื่องของความไร้สาระของคนที่มีเวลาว่างมากเกินไปเท่านั้น
คิดว่า “ความฝัน” ไม่เกี่ยวอะไรกับความเป็นจริงของชีวิต
คิดว่า “ความฝัน” เป็นเรื่องฟุ้งๆ ที่จับต้องไม่ได้ ดังนั้นถึงแม้จะเอาเวลาทำมาหากิน หรือเวลาท่องหนังสืออันมีค่าไปคิดถึง ก็จะไม่มีประโยชน์อะไรอย่างจริงจัง เพราะคิดถึงไป ก็เอามาทำอะไรไม่ได้
ไม่รู้แน่ชัดว่า ตัวเองต้องการอะไร
ไม่ชัวร์ว่า จริงๆ แล้วตัวเองชอบอะไรกันแน่
ไม่รู้ว่า จะฝันถึงอะไรดี
พอเริ่มคิดถึงชีวิตในฝันแล้วรู้สึกว่า มันเกินเอื้อมเกินไป เลยหยุดคิดดีกว่า
พอคิดถึงอาชีพในฝันแล้วรู้สึกว่า ตัวเองไม่เก่งพอ ไม่ดีพอ คงไปถึงจุดนั้นไม่ได้แน่ๆ หยุดคิดดีกว่า
พอคิดถึงคนรักในฝันแล้ว ไม่แน่ใจว่า คนแบบนั้นมีอยู่จริงหรือเปล่า และ...ถ้ามีอยู่จริง เขาจะมาสนใจเราหรือเปล่าหนอ เลยหยุดคิดดีกว่า คิดไปก็ช้ำ อยู่แบบเซ็งๆ แบบนี้ต่อไปปลอดภัยกว่าแยะ
พอคิดถึงชีวิตที่ได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างที่แอบฝันไว้ ก็คิดต่อไปว่า มันต้องแพงมากแน่เลย กว่าจะเก็บเงินได้ แก่พอดี บ้านก็ต้องเช่า รถก็ต้องผ่อน มือถือรุ่นใหม่ก็อยากได้ เที่ยวแบบที่ฝัน สงสัยเกินเอื้อมของเราตอนนี้ หยุดคิดก่อน คิดแล้วเดี๋ยวยิ่งอยากไป พอไปไม่ได้ก็เซ็ง
รู้สึกว่า โดยรวมๆ แล้ว อะไรที่เป็น “ความฝัน” เป็นสิ่งที่เกินเอื้อมที่จะสร้างขึ้นมาในชีวิตจริงให้ได้ครบถ้วน จนการเอาเวลาไปนั่งคิดถึงนั้น เป็นการลงทุนเวลาที่ไม่คุ้มค่า เพราะจับต้นชนปลายไม่ติด ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี
นั่นสิคะ เริ่มตรงไหนดีล่ะ
สำหรับหนูดีแล้ว มองว่า “ความฝัน” กับ “เป้าหมาย” มีความใกล้เคียงกันมาก จนบางทีแทบแยกไม่ออกว่า ตรงไหนคือจุดที่ความฝันจบลง และกลายเป็นเป้าหมายชีวิต
ถ้าเราทำถูกต้องและรับมือกับ “ความฝัน” อย่างถูกทาง เส้นแบ่งระหว่างความฝันและเป้าหมายจะเบลอมากจนเราแยกแทบไม่ออกเลยทีเดียว
นาทีไหนที่ความฝันที่เราคิดๆ ไว้แบบฟุ้งๆ ในสมอง ได้ถูกเล่นแร่แปรธาตุ และกลายเป็น “เป้าหมาย” ที่จับต้องได้ ที่กลายเป็นแนวทางเดินให้เราค่อยๆ ก้าวเดินออกไปทีละก้าวๆ ที่แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ว่าเรารู้อย่างแน่ชัดในใจเราว่า แม้มันจะเป็นก้าวที่เล็ก และเราเองก็ก้าวได้ทีละก้าวเท่านั้น แต่เราไม่หลงทางแล้ว (เย้)
นาทีที่พลิกความฝันให้กลายเป็นเป้าหมายชีวิต คือ นาทีที่เราบอกตัวเองว่า “ฉันจะทำ”
ฉันจะทำ โดยไม่รออีกต่อไป
ฉันจะทำ โดยไม่กลัวอีกต่อไป
ฉันจะทำ โดยไม่มีข้ออ้างอีกต่อไป
เพราะว่าถ้าฉันมองไปที่ตัวเองอีกสิบปีข้างหน้า และฉันไม่อยากมองย้อนกลับมาที่ตัวฉันตอนนี้ นาทีนี้ แล้วผิดหวังกับตัวเอง ที่ทำไมตอนนั้นมีโอกาสแล้วไม่ทำ ทำไมมีพลังงานแล้วไม่เอาพลังงานมาใช้ให้ถูกจุด ทำไมถึงกลัว ทำไมถึงไม่กล้า
เวลาที่จะทำตามความฝันที่ดีที่สุด คือ เวลานี้
และเวลาที่แย่ที่สุดที่จะทำความความฝัน คือ อีกสิบปีข้างหน้า
เพราะถ้าเรากล้าที่จะก้าวในเวลานี้ อีกสิบปีข้างหน้าเราอาจจะกำลังได้ใช้ชีวิตเหมือนที่ฝันไว้เรียบร้อยแล้ว
หรือถ้าไม่ใช่ ก็ใกล้เคียงมากๆ
แต่ “ความฝัน” หายไปไหนล่ะ
จริงๆ แล้วความฝันไม่ได้หายไปไหน แต่ความฝันหายไปใน “ความเคยชิน” ของชีวิต
ชีวิตที่วันๆ ทำแต่สิ่งที่เหมือนๆ เดิม
ชีวิตที่ไม่มีพลังชีวิต
ชีวิตที่เป็นรูทีน
ชีวิตที่...มองไปข้างหน้าก็รู้แล้วว่า อีกกี่ปี ก็แบบนี้ละ
ชีวิตที่เหมือนวนอยู่ในลูป ที่ไม่มีต้น ไม่มีปลาย
และชีวิตที่แต่ละวันเหมือนเดิมจนไม่รู้ว่า “ไฮไลต์” ของชีวิตอยู่ตรงไหน
ถ้าพูดว่า “ความฝัน” อาจดูไร้สาระ
แต่ถ้าเพียงเราพลิกความคิดนิดเดียวว่า “ความฝัน” เป็นก้าวแรกของการวาง “เป้าหมายชีวิต”
ความคิดใหม่ตรงนี้ จะทำให้เรากล้าที่จะทุ่มเทเวลาคิดถึงความฝันของเรามากขึ้น และไม่รู้สึกผิดที่จะกลายเป็นคนช่างฝัน
เพราะทุกอย่างเริ่มต้นที่ความฝัน
เป้าหมายชีวิตเริ่มต้นที่ความฝัน
ชีวิตที่มีพลังเริ่มต้นที่ความฝัน
ชีวิตที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใสและความหวัง ก็เริ่มต้นที่ความฝัน
และที่สำคัญ
ชีวิตในฝัน ก็ต้องเริ่มต้นที่ “ความฝัน”
จริงไหมคะ
และวันนี้ คุณฝันว่า อะไร...







