posttoday
ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ‘อวกาศ’ท่องนิทรรศการนาซา

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ‘อวกาศ’ท่องนิทรรศการนาซา

16 สิงหาคม 2557

เป็นเวลาเกือบ 60 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่สหภาพโซเวียตเริ่มส่งดาวเทียมสปุตนิก 1 ออกไปโคจรรอบโลกบนห้วงอวกาศเป็นครั้งแรก

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

เป็นเวลาเกือบ 60 ปีมาแล้ว นับตั้งแต่สหภาพโซเวียตเริ่มส่งดาวเทียมสปุตนิก 1 ออกไปโคจรรอบโลกบนห้วงอวกาศเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับการค้นหาความลึกลับของพื้นที่ที่ห่างออกไปจากผิวดินกว่า 350 กิโลเมตร หรือที่เรียกว่า “อวกาศ” จนสหรัฐเองก็ก่อตั้งองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ในปี 1958

หลังจากมวลมนุษยชาติประสบความสำเร็จในการสำรวจอวกาศหลายต่อหลายครั้ง นาซาจึงได้จัดนิทรรศการอวกาศ ภายใต้แนวคิด “A Human Adventure” ขึ้นครั้งแรกในปี 2011 ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสประสบการณ์ตั้งแต่ช่วงที่มนุษย์เริ่มรู้จักและฝันถึงการสำรวจอวกาศ

ล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 23 ก.ย.นี้ นาซาได้ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) จัดนิทรรศการที่มาคุฮาริ เมสเสะ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการมาจัดนิทรรศการดังกล่าวในเอเชียเป็นครั้งแรกหลังตรวจตั๋ว ก่อนเข้าชมนิทรรศการอย่างเต็มรูปแบบ จะมีเครื่องบรรยายให้เช่าสำหรับผู้ที่ต้องการฟังคำอธิบายภาษาญี่ปุ่นในจุดสำคัญ เมื่อเสร็จภารกิจกับเครื่องบรรยายแล้ว ก็สามารถเข้าไปตะลุยนิทรรศการอวกาศได้ทันที

ทางเข้าอลังการ

โซนแรกที่ทุกคนจะเข้ามาถึงในนิทรรศการดังกล่าว มีชื่อว่าโซน Gantry ภายในโซนดังกล่าวเป็นทางตรงยาว เลียนแบบทางเข้าสู่จรวด Saturn V อันทรงพลังที่ไปยังดวงจันทร์ เรียกได้ว่า สร้างบรรยากาศให้แก่ผู้เข้าชมเสมือนเป็นผู้ขึ้นยานออกไปบุกเบิกอวกาศด้วยตัวเอง

หลังผ่านทางเข้าทรงจรวดแล้ว จะเข้าสู่โซนถัดมา คือ โซน Dreamers โซนดังกล่าวเป็นห้องวงกลมขนาดไม่ใหญ่มาก เน้นบอกเล่าถึงความฝันของมนุษย์ที่ต้องการศึกษาท้องฟ้าและดาราศาสตร์มาตลอดช่วงหลายพันปี

หลายคนทุ่มเทชีวิตแสวงหาวิธีการต่างๆ ในการสร้างฝันให้เป็นจริง หลายคนไม่พบข้อเท็จจริง แต่ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้มีฝันถึงการเหยียบผืนแผ่นดินของดวงดาวต่างๆ ที่อยู่นอกโลก ภายในโซนดังกล่าวจะมีวีดิทัศน์ฉายภาพนักคิดและแนวคิดของเขาเหล่านั้นเกี่ยวกับท้องฟ้าและดาราศาสตร์ เช่น ลีโอนาร์โด ดาวินชี

นอกจากนี้ ยังมีภาพถ่ายของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ที่ช่วยสะท้อนภาพอวกาศสู่สายตาผู้คน จอร์จ เมลีส์ ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งสร้างผลงานภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศไว้หลายชิ้น A Trip to the Moon ในปี 1902 ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวอิงมาจากหนังสือแต่งของผู้เขียนนิยายเกี่ยวกับดวงจันทร์หลายคน ซึ่งในโซน Dreamers ก็นำภาพปกหนังสือหลายเล่มมาจัดแสดงไว้ด้วยเช่นกัน

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ‘อวกาศ’ท่องนิทรรศการนาซา

 

อวกาศกับประวัติศาสตร์โลก

เมื่อก้าวเท้าออกจากโซน Dreamers ก็จะเข้าสู่โซนถัดไป คือ โซน Go Fever ที่นี่จะเป็นทางคดเคี้ยว บอกเล่าถึงเหตุการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สหภาพโซเวียตและสหรัฐต่างแข่งกันแสดงพลังความเป็นมหาอำนาจผ่านการสำรวจอวกาศ ตลอดช่วงทศวรรษ 1950s1960s

โลก

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่องบินไอพ่น และนำมาทดลองประยุกต์ใช้กับจรวด จนกระทั่งในปี 1957 สหภาพโซเวียตได้ยิงดาวเทียมสปุตนิก 1 ขึ้นไปโคจรรอบโลก และทำให้สหรัฐเร่งเครื่องพัฒนาเทคโนโลยีสู่อวกาศตามมา

ภายในโซนจะมีวีดิทัศน์บอกเล่าประวัติความเป็นมาของการแข่งขันข้างต้น รวมถึงจัดแสดงสิ่งที่เกี่ยวข้องหรือเกิดขึ้นจากการแข่งขันในยุคนั้น เช่น ตู้จัดแสดงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ยูริ กาการิน นักบินอวกาศคนแรกของโลกชาวรัสเซีย ซึ่งขึ้นสู่อวกาศในปี 1961 กับยานวอสต็อก ได้แก่ กระเป๋าเอกสารของยูริ กาการิน ภาพถ่ายพร้อมลายเซ็นยูริ กาการิน โปสเตอร์แสดงชัยชนะของสหภาพโซเวียตหลังยานวอสต็อกประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ ในบริเวณเดียวกันยังมีของที่ระลึกเกี่ยวกับดาวเทียมสปุตนิก 1 เช่น แสตมป์ โมเดลตั้งโชว์รูปดาวเทียมสปุตนิก 1 และมีจัดแสดงนิตยสารในอดีตของสหรัฐ คือนิตยสาร Life ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอวกาศหรือนักบินอวกาศด้วย

นิยายสู่ของจริง

หลังอิ่มเอมกับบริบทการแข่งขันเป็นมหาอำนาจของ 2 ชาติยักษ์ใหญ่ ก็ได้ก้าวเข้ามาตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีในโซน Pioneers

หลังจากนวนิยายวิทยาศาสตร์อวกาศบูมอย่างมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เหล่านักวิทยาศาสตร์ผู้ทะเยอทะยานจึงพากันหันมาเป็น “ผู้เล่น” คนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีในนิยายเหล่านั้นให้กลายเป็นความจริง และพาคนขึ้นไปสำรวจอวกาศ แนวคิดของนักวิทยาศาสตร์หลายคนเข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 เช่น เทคโนโลยีการพัฒนาจรวดขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ หลังจากนั้นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษ มนุษยชาติก็ประสบความสำเร็จในการเหยียบดวงจันทร์

ภายในโซนดังกล่าว จัดเต็มด้วยชิ้นส่วนของจรวดและยานอวกาศที่เคยขึ้นไปท่องอวกาศมาแล้วในช่วงเวลาดังกล่าว เช่น ส่วนหัวของจรวดจูปิเตอร์และส่วนเครื่องกลของจรวดไททัน 1 ของสหรัฐ เศษเหล็กของจรวด V2 ของเยอรมนี

นอกจากนี้ ยังมีโมเดลจรวดหลายๆ รุ่นที่ใช้ในสหรัฐในอัตราส่วน 1:72 เช่น V2/A4, Mercury Redstone, Gemini Titan, กระสวยอวกาศโคลัมเบีย ซึ่งทำให้ได้เห็นพัฒนาการของจรวดสู่อวกาศของสหรัฐ ขณะเดียวกันยังมีจัดแสดงหนังสือและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับประเทศต่างๆ บนเวทีอวกาศด้วย เช่น หนังสือการ์ตูน I Aim at the Stars

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ‘อวกาศ’ท่องนิทรรศการนาซา

 

ช่วงชีวิตหนึ่งในห้วงจักรวาล

โซนต่อมาถือเป็นโซนที่ตอบโจทย์ความอยากรู้อยากเห็นและอยากเป็นของผู้คนที่ใฝ่ฝันว่า สักวันหนึ่งฉันจะต้องได้ไปลองสัมผัสการใช้ชีวิตในอวกาศ

ที่นี่คือโซน Endurance โซนที่บอกเล่าถึงความมุมานะอดทน อดกลั้นของผู้ที่ขึ้นไปใช้ชีวิตในอวกาศ ความท้าทายในอวกาศไม่ใช่เพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นความท้าทายทั้งทางกายและทางใจของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตบนนั้นด้วย เพราะสภาพแวดล้อมในอวกาศนั้นแตกต่างจากบนโลกโดยสิ้นเชิง

ขณะที่สหรัฐดำเนินโครงการอพอลโล พบว่ามีสิ่งที่ต้องใช้บนอวกาศมากมาย เช่น ชุดนักบินอวกาศ ถังออกซิเจน เครื่องปรับอุณหภูมิ อุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์ช่วยชีวิต แค่ชุดนักบินอวกาศชุดเดียวต้องทำให้ได้เหมือนกับเป็นยานอวกาศขนาดเล็ก เพราะในอวกาศไม่มีอากาศให้มนุษย์หายใจภายในโซนนี้ จึงได้จัดแสดงสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันในอวกาศทั้งหมด

อาทิ ชุดอวกาศของนักบินในยานอพอลโล ยานเมอร์คิวรี่ อาหารการกินในอวกาศหลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารกระป๋องสไตล์อิตาเลียน ซีเรียล วาฟเฟิลเบคอน น้ำองุ่น น้ำเชอร์รี่ แบบในห้องทดลองบนอวกาศในยานอวกาศของรัสเซีย และในยานอวกาศของสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีของใช้อื่นๆ เช่น ยาสีฟัน ที่โกนหนวด ครีมทามือ ถังออกซิเจน รวมถึงบรรยากาศในห้องควบคุมในยานอวกาศให้ได้ชมกันด้วย

นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

โซนนิทรรศการโซนสุดท้ายของนาซา คือ โซน Innovation เนื่องจากนวัตกรรมถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้มนุษย์เกิดแนวคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนหนทางใหม่ๆ ในการสำรวจอวกาศ

ในโซนนี้จึงจัดแสดงนวัตกรรมจาก 3 โครงการ ที่เคยมีแผนขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ ได้แก่ โครงการเมอร์คิวรี่ โครงการเจมินี่ และโครงการอพอลโล พร้อมประวัติการเดินทางของแต่ละโครงการและรายชื่อนักบินอวกาศที่ร่วมบินในโครงการ ภายในโซนยังมีการจัดแสดงโมเดลกระสวยอวกาศขนาดเท่าของจริงและโมดูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระสวยอวกาศด้วย เช่น ระบบการเดินทางไปยังอวกาศ อัตราส่วน 1:24 ซึ่งเป็นยานที่ขึ้นไปยังวงโคจรและถูกออกแบบให้นำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

หลังเสร็จจากโซนนิทรรศการของนาซา JAXA ของญี่ปุ่นก็จัดนิทรรศการของตัวเองไว้ เพื่อแสดงพัฒนาการและผลงานของญี่ปุ่นด้านอวกาศ ซึ่งเริ่มจากการวิจัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยโตเกียวในปี 1952 จนปัจจุบันญี่ปุ่นได้ส่งดาวเทียมและจรวดขึ้นสู่อวกาศแล้วหลายลำ และในปี 2020 นี้ก็อาจได้เห็นข่าวใหม่เกี่ยวกับด้านอวกาศของญี่ปุ่นด้วย

ภายในโซนยังมีการจัดแสดงภาพยนตร์สั้นความยาว 5 นาที ผ่านห้องชมภาพยนตร์จอยักษ์ ภาพคมชัดระดับ 8K Super HiVision ซึ่งชัดกว่าภาพแบบ Full HD ถึง 8 เท่าด้วย

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ‘อวกาศ’ท่องนิทรรศการนาซา

ลุยนิทรรศการนาซาครั้งแรกอาเซียน

หลังเสร็จสิ้นการจัดนิทรรศการอวกาศที่ญี่ปุ่นในวันที่ 23 ก.ย. นาซาได้เลือกให้ไทยเป็นสถานที่จัดนิทรรศการอวกาศครั้งต่อไปในช่วงปลายปีนี้

เอกชัย ภัคดุรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานกิจการองค์กร บริษัท ไทยคม กล่าวว่า หลังจากนาซาได้จัดนิทรรศการอวกาศไปแล้วทั้งในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น รวม 5 ครั้ง ไทยจะเป็นสถานที่จัดงานครั้งที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2557-1 ก.พ. 2558 รวมระยะเวลา 2 เดือน ณ บีซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ถือเป็นการจัดนิทรรศการดังกล่าวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ในสายตานาซา ไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพประเทศหนึ่งสำหรับการจัดนิทรรศการ เนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ และมีประชากรสนใจด้านอวกาศพอสมควร”

สำหรับ “เนื้อหา” การจัดแสดงนิทรรศการในไทย จะไม่แตกต่างจากที่จัดในญี่ปุ่นมากนัก โดยจะคงมีโซนต่างๆ ทั้งโซน Gantry โซน Dreamers โซน Go Fever โซน Pioneers โซน Endurance และโซน Innovation ครบถ้วนตามที่มีในญี่ปุ่น แต่จะเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ ลดรูปแบบความเป็นวิชาการลง หาวิธีใส่ลูกเล่นเข้าไปให้มากขึ้น โดยอาจมีคนมาคอยอธิบายพาชมจุดต่างๆ เพิ่มให้ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ จนนำไปสู่จินตนาการ

“ถ้าเริ่มต้นจากสิ่งที่ใหญ่ เด็กๆ ไม่จำเป็นต้องมาทำงานด้านอวกาศหรือดาวเทียมก็ได้ แค่หันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้นบ้างก็พอ”

ขณะเดียวกัน จากเดิมที่ญี่ปุ่นมีนิทรรศการของ JAXA ไทยเองก็จะมีโซน Thai Innovation รวบรวมนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับอวกาศของไทยมาจัดแสดง โดยไทยคมจะนำนวัตกรรมต่างๆ ที่เคยทำมากว่า 20 ปีมาจัดแสดง เช่น ชิ้นส่วนของดาวเทียมไทยคม 1

นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) จะนำอุปกรณ์ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศมาจัดแสดงภายในโซนดังกล่าวด้วย  

ศุภจี สุธรรมพันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม กล่าวว่า ตลอดเดือน ส.ค.นี้ ไทยคมจะเดินสายโรดโชว์ใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่น โดยนำชุดSimulatorของไทยคมไปจัดแสดงให้เด็กๆ แต่ละพื้นที่ได้ชม

“ขณะนี้สัดส่วนเด็กไทยเรียนสายวิทยาศาสตร์ค่อนข้างน้อย ถ้าเราจะส่งเสริมการแข่งขันของประเทศ ก็ต้องส่งเสริมเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนา ทำแบบนี้จะกระตุ้นให้เด็กไทยหันมามองสายวิทยาศาสตร์มากขึ้น”

สำหรับเป้าหมายการจัดงาน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมวันละไม่ต่ำกว่า 3,000 คน และตลอดทั้งงานมีผู้เข้าร่วมชมงานประมาณ 2.2 แสนคน

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ‘อวกาศ’ท่องนิทรรศการนาซา

ชื่อยานอวกาศแบบญี่ปุ่น

แม้ญี่ปุ่นจะไม่ใช่ 2 ชาติยักษ์ใหญ่ขาลุยอวกาศแบบสหรัฐและรัสเซีย แต่ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นชาติหนึ่งที่มุ่งมั่นและตั้งความหวังกับการสำรวจอวกาศ รวมถึงดำเนินกิจกรรมด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมบนอวกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำประโยชน์มาสู่ชาวญี่ปุ่นและมวลมนุษยชาติ

เรื่องดังกล่าวสะท้อนกลับมาเป็นชื่อโมดูลด้านวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นบนสถานีอวกาศนานาชาติที่ชื่อ“Kibou”หรือ“ความหวัง”ซึ่งแบ่งช่วงยิงกระสวยออกไป 3 รอบ ระหว่างปี 2008-2009

ชื่อดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จของการสำรวจอวกาศ คือความหวังของชาวญี่ปุ่น ชื่อยานสำรวจอวกาศในหลายหน่วยงานด้านอวกาศของโลกขณะนี้ ต่างมีชื่อที่ให้ภาพลักษณ์ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น เครื่องบินสำรวจอวกาศของนาซาลำหนึ่งที่ชื่อ“Dream Chaser”สะท้อนถึงการไล่ตามความฝันที่ต้องการทำให้การบินเชิงพาณิชย์บนน่านฟ้าปลอดภัยผ่านการสำรวจจากบนอวกาศ

Space Shop

บริเวณหนึ่งในงานSpace Expoของญี่ปุ่นที่สามารถเรียกความสนใจจากบรรดานักท่องเที่ยว คือบริเวณSpace Shopภายในร้านดังกล่าวประกอบด้วยสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ขนมขบเคี้ยว ช็อกโกแลต สมุด หนังสือ โปสต์การ์ด สินค้าเทคโนโลยี ไปจนถึงโมเดลของเล่น

แต่สินค้าทั้งหมดทั้งมวลที่มีอยู่ในร้าน ล้วนไม่ใช่สินค้าธรรมดาทั่วไป สินค้าทุกชิ้นจะมีลักษณะพิเศษเป็นจุดร่วม คือต้องเกี่ยวข้องกับอวกาศ เช่น ของเล่นที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ หนังสือความรู้เกี่ยวกับอวกาศ โปสต์การ์ดที่ระลึกลวดลายอวกาศ ขนมเซมเบ้ในบรรจุภัณฑ์รูปจรวด เจลลีรสมะนาวซ่าในบรรจุภัณฑ์รูปโลก ตลอดจนอุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟน“ปลั๊กกี้”รูปลักษณ์ดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาลให้กดจากตู้กาชาปอง

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง ‘อวกาศ’ท่องนิทรรศการนาซา

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้