
เปิดใจคุณแม่ฐิตาภากับความฝันและก้าวต่อไปของ"เมญ่า"
เปิดใจ "ฐิตาภา ทองเหล็ง" คุณแม่ "เมญ่า" นนธวรรณ ทองเหล็ง มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 กับการปลุกปั้นลูกสาวคนสวยและความฝันที่วาดหวังไว้
โดย...นรินทร์ ใจหวัง
กลายเป็นคุณแม่ของหญิงสาวที่สวยที่สุดในประเทศไทย ณ เวลานี้ไปแล้ว สำหรับ "ฐิตาภา ทองเหล็ง" หญิงแกร่งชาวสุราษฎร์ธานีคุณแม่วัย 50ปี ของ "เมญ่า" นนธวรรณ ทองเหล็ง มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014
เมื่อไปดูโปรไฟล์ของคุณแม่ก็จะไม่แปลกใจเลยว่าทำไม เมญ่า ถึงสามารถชนะใจกรรมการจนคว้ามงกุฎอันทรงเกียรติไปครองได้สำเร็จ เพราะคุณแม่คุณภาพคับแก้ว มีดีกรีเป็นนักกีฬากอล์ฟตัวแทนภาคใต้ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ และเป็นสนับสนุนดูแลทุกย่างก้าวของลูกสาวคนเล็ก ทั้งการประกวดร้องเพลง เวทีนางงาม โดยคุณแม่ฐิตาภาให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดอย่างประณีต จนลูกสาวกลายมาเป็นหนึ่งในหญิงไทยที่สวยที่สุด ณ เวลานี้
แม่นางงามเลี้ยงลูกอย่างไร?
มันยากค่ะ เพราะแต่ละคนเกิดมามีสรีระที่ไม่เหมือนกัน ความสูงไม่เหมือนกัน เลี้ยงให้เขาเป็นคนดี ดีกว่าค่ะ แม่คิดเสมอว่าสอนลูกอย่างไรให้เป็นหนึ่งในร้อย คือไม่ว่าคุณจะมีความสามารถด้านใดก็ได้ จะเรียนหนังสือ เป็นนักกีฬา วาดรูป หรือทำไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้อยู่หนึ่งในร้อย หมายความว่าให้เราตั้งเป้าหมาย เราก็จะมีจุดมุ่งหมายและพยายามทำให้สำเร็จ
ตอนนี้ตัวติดกันตลอดเลย ได้ข่าวว่าคุณแม่หวงเมญ่ามาก
ค่ะ หวง ห่วงเขาเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด พร้อมกับความห่วงของเรานั้นคือห่วงไปถึงสังคม ถ้าเราเลี้ยงลูกของเราดี ปัญหาสังคมก็ลด ถ้าลูกเราไม่ดี ไปสร้างปัญหาให้สังคมมันก็ไปกันใหญ่เลย เราต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย แม่เห็นในหลายๆ คนปล่อยลูกจนเสียคน สร้างปัญหาให้กับสังคมไป แม่คิดว่าเราเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันของลูก เราให้ภูมิคุ้มกันที่ดีแก่เขา ให้อยู่ในสังคมโดยที่ไม่สร้างความเดือดร้อน นั่นถือว่าเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน ตั้งแต่เล็กๆ แม่ก็ อบรมแบบนี้ แม่ถือว่าแม่รับผิดชอบมากกว่า เราต้องคิดตั้งแต่ตั้งท้องลูกคนหนึ่งขึ้นมา เราต้องวางแผนความรับผิดชอบเยอะแยะเลย
ทราบมาว่าเมื่อก่อนคุณแม่กับลูกๆ อยู่คนละที่กันแล้วมีวิธีดูแลลูกๆ อย่างไร
พอเมญ่าขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ แม่ก็ดึงพี่ๆ ขึ้นมาหมดเลย เพราะแม่ห่วงน้องมาก ฉะนั้นทั้ง3คนอยู่ตรงไหน ต้องอยู่ด้วยกัน ต้องดูแลซึ่งกันและกัน ถ้าแม่ไม่อยู่พี่ชาย พี่สาวต้องดูแลน้องได้ น้องกลับจากโรงเรียนกี่โมง น้องเป็นอย่างไร ต้องตอบได้ค่ะ ความปลอดภัย เป็นอันดับแรกเลย เพราะมันต่างที่ แม่จะพยายามหาบ้านที่ใกล้โรงเรียนที่สุด ตอนน้องเมญ่าเรียนที่บดินเดชา (สิงห์ สิงหเสนีย์) บ้านก็ต้องเห็นหลังคาโรงเรียนเลย แม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะ แม่มีธุระที่บ้าน ต้องดูแลคุณยายที่ต่างจังหวัด เราจะให้100% เหมือนแต่ก่อนไม่ได้ แต่แม่ก็ไว้ใจพี่สาว พี่ชายเขาด้วย
พี่ชายพอกลับจากมหาลัย(รามคำแหง) ก็ต้องรีบกลับบ้าน พอเพื่อนถามว่ารีบทำไม พี่ชายจะบอกว่าต้องรีบไปดูน้อง เพื่อนเขาก็ถามกลับอีกว่า น้องอายุเท่าไหร่ พี่ชายบอก 18 เขาก็หัวเราะกันใหญ่ เพราะทั้งแม่สั่งไว้ และเขาเองก็ห่วงน้องมากด้วย เพื่อนเขาจะสงสัยตลอดว่าทำไมต้องรีบขนาดนั้น แต่มันเป็นความจริงค่ะ พี่ชายต้องกลับบ้าน เพราะแม่ต้องเช็คว่าน้องกลับรึยัง ที่บ้านต้องมีแม่บ้านอยู่อีกคน แม่จะขอสายแม่บ้านด้วย ถ้าได้คุยแปลว่าถึงบ้านแล้วจริง แต่น้องก็ไม่ค่อยจะโกหกแม่หรอก เพราะรู้ว่าแม่จะจับได้(หัวเราะ) พอน้องเข้ามหา'ลัย สแตมฟอร์ด แม่ก็ย้ายบ้านให้ใกล้ขึ้นอีก มีรถตู้รับส่งที่ลิงค์กับมหา'ลัยอีกด้วย
แต่ปกติแล้ว แม่ก็ไปๆ มาๆ เป็นประจำอยู่แล้ว อีกอย่างก็ดีขึ้นพอย้ายจากสุราษฯ ขึ้นมาทำสวนอยู่ที่จังหวัดระนอง แต่ตั้งต้องน้องเข้ารอบ28 คนก็มาดูแลน้องตลอด ยังไม่ได้กลับเลย คุณยายก็ต้องให้คุณพ่อดูแลแทนไปก่อน แม่เข้ามาดูแลเรื่องเสื้อผ้า เพราะน้องต้องทำกิจกรรมหลายอย่าง จนตอนนี้น้องได้ตำแหน่งแล้วก็งานเยอะมาก แม่ก็ต้องช่วยดูแลเขา
แล้วคุณพ่อว่าอย่างไรบ้าง
คุณพ่อจะเป็นคนไม่ค่อยพูดค่ะ ทำงานอย่างเดียว เมื่อก่อนทำงานบริษัท ตอนนี้ก็เกษียณตัวเองออกมาดูแลสวนที่ระนองแล้ว เมื่อก่อนแม่เปิดร้านเสริมสวย แต่ก็ยอมเสียสละเลิกทำเพื่อมาดูแลลูกๆ คุณพ่อเขาก็เป็นคนทำงาน ทุกวันนี้แม่มาดูแลน้อง ให้คุณพ่อดูแลคุณตาคุณยายแทนไปก่อน
เมญ่าเป็นเด็กนิสัยอย่างไร ในสายตาคุณแม่
น้องเป็นคนมองคนในแง่ดีเสมอ ไม่ว่าอะไร แม่มักจะบอกน้องเสมอว่า คนเราไม่ได้ดีเสมอไปนะ พยายามสอนให้น้องมองคนให้เป็นสองแง่ เพราะปัจจุบันนี้ข่าวมันมีเยอะ เพื่อนหลอกกันไปทำอะไรอย่างงี้ น้องนั่งรถแท็กซึ่ก็ต้องให้น้องถ่ายรูปรถทะเบียนรถ ส่งให้แม่ดูตลอด เพราะเคยมีประวัติแม่จะพาน้องไปร้องเพลงแม่ลงไปเอาชุดให้น้องนั่งคอยในแท็กซี่ พอกลับมาไม่เห็นแท็กซี่ หัวใจแม่นี่สลายเลย แต่จริงๆแล้วแท็กซี่เขาเลื่อนรถไปคอยในซอย ตอนนั้นใจสลายไม่รู้ว่าจะตามหาลูกที่ไหน ตั้งแต่นั้นมาก็กลัวมาก เพราะน้องเมญ่าธรรมชาติเวลานั่งรถเขาจะหลับทันที
คิดว่าเมญ่าเรียนรู้อะไรกับสิ่งที่คุณแม่สอนบ้าง
เมญ่าซึมซับแม่เยอะค่ะ คือรู้ดี รู้ชั่ว ผิดถูก เพื่อนในกลุ่ม คนไหนเที่ยวน้องก็จะเตือนให้เรียน ช่วยติว ไม่คบคนนอกลู่นอกทาง เตือนเพื่อนแล้วไม่ฟังก็ถอยห่างออกมา แม่ไม่ให้ลูกเที่ยวกลางคืนนะคะ น้องก็รู้ เราคนต่างจังหวัด ถึงแม้เรามาอยู่กรุงเทพฯ ก็ตาม แม่ไม่เคยให้เมญ่าไปค้างบ้านเพื่อน ตั้งแต่เล็กๆ แม่สนับสนุนกิจกรรมทุกอย่างนะคะ แต่ต้องไปรับลูกกลับไปนอนที่บ้าน ไม่ค้าง แม่พูดตรงๆ ถ้าอะไรเกิดขึ้นมาไม่มีใครรับผิดชอบได้
เคยคิดว่าบางที่เราหวงน้องเมญ่ามากเกินไป?
ไม่หรอกคะสำหรับแม่ เพราะขนาดพี่ชายพี่สาวเขาจบปริญญาโทยัง แม่ยังต้องเรียกมาสอนตลอดคะ ต้องสอนให้เขาเข้ากับเพื่อนร่วมงาน ได้ต้องรับฟังคนอื่นบ้าง มันจะเกิดทักษะแลกเปลึ่ยนกัน การอยู่กับเพื่อนต้องทำไง ไม่เห็นแก่ตัว เพราะการเห็นแก่ตัวจะอยู่ในสังคมลำบาก
เราดูข่าวในทีวี แม่สรุปจากสิ่งแวดล้อม ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับครอบครัว กับลูกตัวเองในสิ่งที่ไม่ดี สื่อเสนออะไรมาเราเก็บเอามาเป็นข้อมูลเป็นอุทาหรณ์สอนใจเรา เรามองคนอื่นถ้าดีเอามาเป็นเยี่ยงอย่าง ถ้าไม่ ก็เลี่ยงซะ แม่ก็ยังมองลูกทุกคนเป็นเด็กเสมอ ถึงแม้เขาจะทำงานที่ดี หรือเติบโต เรียนจบปริญญาโท ก็ตาม
น้องเมญ่า ดื้อไหม
ดื้อก็แนวว่าแม่สั่งให้น้องทำอย่างนั้น น้องก็จะบอกแป๊บหนึ่งแม่!! แม่ก็จะสอนว่าไม่ดีนะ ถ้าแม่พูดลูกต้องไปทำเลย หลายแป๊บเดียวแม่โกรธ(หัวเราะ) น่าจะเรื่องเดียวนี่แหละค่ะ หรือถ้าแม่เห็นแล้วว่าเขาทำผิดอะไร น้องดื้ออะไร แม่จะจดไว้ในใจ แล้วก็เอามาเครียร์กันครั้งหนึ่ง ไม่ดุบ่อยๆ เคลียร์ครั้งหนึ่งน้องก็จะน่ารักไปอีกหลายเดือน(ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่) บ้างทีน้องก็ถามว่าแม่ขาเมื่อไหร่จะมาเคลียร์กันสักทีล่ะ (หัวเราะ) จะได้จบๆ ไปสักที เพราะน้องจะกังวลมาก เขาก็จะมาบอกว่าถึงเวลาเครียร์แล้วนะ จะได้หายอึดอัด
เวลาทำโทษคุณแม่มีวิธีอย่างไร
เวลาที่แม่คุยกับน้องเมญ่าคนอื่นจะอยู่ด้วยไม่ได้ พ่อ พี่ ใครก็ห้าม เราอยู่กันแค่2 คน รู้กัน ตั้งแต่เล็กจนโต คนอื่นๆก็เหมือนกันค่ะ คือเคลียร์ใครเคลียร์ มัน
แปลว่าตอนเล็กๆ ต้องโดนตีกันบ้างแหละ
ตอนโตแล้วก็โดนบ้าง(ยิ้ม) แต่ว่าน้องเมญ่าจะตีเหมือนพี่ๆ ไม่ได้ หวดน่อง หวดก้น อะไรอย่างนี้ไม่ได้ ทำโทษน้องเมญ่าแม่จะเป็นคนลำบาก เพราะน้องตีไม่ได้ น้องจะเป็นแผลทุกครั้งตามรอยไม้เลย แม่จะดีอย่างเดียวคือที่เท้าเท่านั้น เขารู้ตัวดี ว่าวันไหนจะโดน เขารู้ว่าตรงอื่นแม่ไม่ทำ ก็จะใส่ถุงเท้าห่อเท้าไว้หนาๆ เลย (หัวเราะจนตาปิด) แต่เราก็ไม่ได้ลงโทษแบบรุนแรง แค่ให้หลาบจำ ตีเหมือนแม่คนอื่นๆ เเหละค่ะ ตีเพื่อสอนอยากให้เขาเป็นคนดี
หลังจากนี้วางอนาคตให้ เมญ่าไว้อย่างไรบ้าง
สำหรับแม่ ไม่อยากให้ทิ้งกีฬาเด็ดขาดเลย จริงๆ อยากให้เล่นกอล์ฟติดตัวไปเลย เพราะแม่มองว่าถ้าเรามาสายนี้ไม่สำเร็จ วงการบันเทิงก็ไม่ได้จีรังยั่งยืนและไม่ได้ประสบความสำเร็จกันทุกคน แม่ยังคิดว่าถ้าเมญ่าไปเทิร์นโปรก็ไม่เกิน 3 ครั้งก็ผ่าน เมื่อไม่นานมานี่ น้องไปตี ยังตีได้ไกลมากๆ อยู่เลย(ยิ้มภูมิใจ) เราเล่นอาชีพได้ นี่อนาคตที่แม่วางแผนให้น้อง แม่ถือว่าน้องทำความฝันตัวเองสำเร็จ ได้มงกุฎ ได้ทำอะไรที่อยากแล้ว ต่อไปเป็นความฝันของแม่บ้าง แต่อย่างไงก็ยังอยู่ที่น้องด้วย เพราะแม่ก็สนับสนุนทุกอย่างที่ลูกทำอยู่แล้ว หรือถึงไม่ได้เล่นเป็นอาชีพ แต่ก็ควรจะเล่นเป็นกิจกรรม มีก๊วนมีเพื่อนหลายๆ แบบด้วย รอให้น้องตัดสินใจเองอีกทีค่ะ
ทำไมต้องเป็นนักกีฬาด้วย
แม่เองเป็นนักกีฬา แม่เล่นกอล์ฟ จนเป็นตัวแทนภาคใต้ ไปแข่งกีฬาแห่งชาติ เรามีประสบการณ์ ก็เอามาสอนลูกๆ แม่เน้นให้ลูกทุกคนเล่นกีฬาตั้งแต่เล็กแล้วค่ะ แม่เชื่อว่าการเล่นกีฬา ทำให้ลูกเราใจกว้าง รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และปรับเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตรงไหนควรไม่ควร การกีฬาทำให้คนเป็นคนจริง
ตอนนี้เมญ่าเป็นถึงมิสไทยแลนด์เวิลดNแล้ว คุณแม่สอนเมญ่าอย่างไรบ้าง
แม่จะบอกว่า อย่างไงเราก็เหมือนเดิมนะ ไม่ใช่ว่าเรามีชื่อสียง แล้วลืมตัว เราต้องเป็นที่รักของทุกคนเหมือนเดิม เคยอยู่อย่างไร ก็อย่างนั้นไม่เปลี่ยน แม่เชื่อว่าคนเราลืมของ ลืมโน่นนั่นนี่ได้ แต่อย่าลืมตัว เพราะจะดูแล้วไม่น่ารักเลย ห้ามลืมตัวเด็ดขาด และก็ไม่ต้องแบบว่าใช้ขของแบรนด์เนม ใช้ของธรรมดาๆ ไม่ได้แล้ว ขึ้นรถเมล์ก็ไม่ได้ ขึ้นแท็กซี่ก็ไม่ได้ กินอะไรก็ต้องไปกินหรูๆ คือเราอยู่ไง ก็อยู่งั้น ถึงน้องจะเรียนอินเตอร์อยู่แล้วน้องก็ปกติ ไม่ได้ใช้แบรนด์ด์ดีๆ ดังๆ อย่างนั้น น้องยังใช้ได้ทุกอย่าง
เป็นแม่ของคนที่สวยที่สุดในประเทศตอนนี้ ความรู้สึกเราเป็นอย่างไรบ้าง
เหมือนเดิมค่ะ(ยิ้มภูมิใจ) แต่ก็ดีใจว่า น้องได้ตำแหน่ง ถือว่าน้องได้เดินตามความฝัน
คุณแม่ฝากถึงคุณแม่คนอื่นๆ
แม่คิดว่าแม่ทุกคนรักลูก แต่ว่าเราต้องเสียเวลาให้กับเขาอย่างเต็มที เพราะว่าลูกเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของเรา(ตาแดงกล่ำ น้ำตาคลอ) อยากให้สละเวลาของตนเองให้กับลูกมากที่สุด เราต้องเป็นผู้เสียสละค่ะ เพราะว่าบางทีลูกเราต้องไปเจอนั่นเจอนี่ เจอเพื่อน ต้องอยู่กับสังคม พ่อแม่คือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด เราต้องหล่อหลอมให้เขาเป็นคนดี มีประโยชน์ต่อสังคม พร้อมกับอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
เมญ่า นนธวรรณ ทองเหล็ง ผลงานชิ้นโบว์แดงของคุณแม่ฐิตาภา เป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า เธอเป็นผลผลิตที่ปราณีตมากคนหนึ่งที่งามทั้งกายและใจ







