อลังการนิทรรศการโขนพระราชทาน ศาสตร์และศิลป์แผ่นดินไทย
ด้วยพระราชปรารภของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชีนาถ ว่า ทุกวันนี้ประชาชนชาวไทย ไม่ใคร่มีโอกาสได้ชม “โขน”
โดย...วราภรณ์
ด้วยพระราชปรารภของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชีนาถ ว่า ทุกวันนี้ประชาชนชาวไทย ไม่ใคร่มีโอกาสได้ชม “โขน” เนื่องจากการจัดการแสดงโขนแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนขึ้นใหม่ เพราะของเดิมที่ใช้กันเมื่อครั้งอดีตชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ที่ทำขึ้นมาใหม่ก็เพื่อการแสดงโขนพระราชทาน โดยทรงกำชับให้ยึดถือรูปแบบเครื่องแต่งกายโขนแบบโบราณ แต่มีความคงทนและสวยงามยิ่ง
ในโอกาสที่ปีนี้พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติในวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 12 ส.ค. อีกทั้งยังเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ที่คนไทยได้ชื่นชมการแสดงโขนมาถึง 6 ปี 5 เรื่องแล้ว เซ็นทรัลจึงร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ เตรียมจัดอลังการโขนในรูป “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ชุด โขนพระราชทาน ศาสตร์และศิลป์แผ่นดินไทย” ที่นับเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับโขนพระราชทานที่สมบูรณ์ที่สุด โดยจัดระหว่างวันที่ 30 ก.ค.-17 ส.ค. ณ ดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และบริเวณชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อให้คนไทยและต่างชาติได้สัมผัสนาฏกรรมชั้นสูงของไทยอย่างใกล้ชิด โดยที่ประชาชนทั่วไปจะหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ เช่น ชมการแสดงเบิกโรงรำประเลง สาธิตการแต่งกายโขนที่จำลองการแต่งกายพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ชั้นสูง สาธิตการวาดฉากการแสดงที่มีความสูงมากกว่าตึก 2 ชั้น มาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมอย่างใกล้ชิด
ทรงห่วงใยศิลปวัฒนธรรมไทย
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กล่าวถึงนิทรรศการโขนครั้งนี้เป็นการนำเสนอเบื้องหลังของศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง ประกอบกับสร้างจากองค์ความรู้ที่ต้องฝึกฝน อาศัยความชำนาญ การแสดงโขนที่สวยงามตามแบบแผนดั้งเดิม เมื่อทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สนองตามพระราชปรารภของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการฟื้นฟูโขนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง จึงได้มีการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนสำเร็จ และจัดแสดงโขนชุด “พรหมมาศ” เป็นครั้งแรกเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชีนีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา
โดยในปี พ.ศ. 2557 นี้ ทางมูลนิธิกำลังเตรียมการแสดงโขน ชุด ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ และเพื่อเป็นการอุ่นเครื่องที่จะชมการแสดงโขนช่วงปลายปีนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จึงขอชวนคนไทยให้มาชมนิทรรศการกันก่อน โดยนิทรรศการครั้งนี้ทางมูลนิธิมีบทบาทในการให้คำปรึกษาด้านเนื้อหา จัดหาภาพถ่ายมาจัดนิทรรศการ ตลอดจนการคัดสรรสิ่งประกอบสำคัญของการแสดงโขน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพัสตราภรณ์เครื่องแต่งกาย ถนิมพิมพาภรณ์เครื่องประดับ การสร้างฉาก เป็นต้น
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยศิลปวัฒนธรรมไทยของเรา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้นำความกราบทูลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า ในยุคปัจจุบันผู้ชมรุ่นใหม่ๆ มักละเลยในการชมศิลปะแขนงนี้ พระองค์จึงทรงเกรงว่า เมื่อไม่มีคนมาดู คนทำงานด้านนี้ เช่น นักเรียน ครูช่าง ก็จะหมดกำลังใจที่จะทำงานด้านนี้ เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้นำความกราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชเสาวนีย์จะทำการสนับสนุนงานเหล่านี้ เพราะมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ก็ทำงานด้านช่างอยู่แล้ว
“เหมือนชื่องานวันนี้ ถ้าทุกคนได้รู้ถึงพระราชกรณียกิจ ทุกอย่างที่ทรงทำเป็นศิลปะของคนไทยทั้งสิ้น ทรงหวงแหน อนุรักษ์ สนับสนุน อะไรสูญหายจากสังคม พระองค์ทรงชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ นอกจากทรงอนุรักษ์ ชุบชีวิตแล้ว สิ่งหนึ่งทรงให้การสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อย หรือทุกข์ยาก ให้ได้มีรายได้เสริม มาทำงานต่างๆ ได้ ซึ่งทางมูลนิธิให้การสนับสนุนเต็มที่ ในนิทรรศการเราได้นำหลายสิ่ง เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เครื่องประดับศีรษะมาให้ประชาชนได้ชม เมื่อประชาชนได้รับรู้ จะได้รู้สึกหวงแหน และอยากสืบทอด เดือน พ.ย.เราจะเห็นการแสดง เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ หัวโขนอยู่บนตัวนักแสดง แต่เราจะเห็นไกลๆ แต่นิทรรศการครั้งนี้เราจะได้เห็นถนิมพิมพาภรณ์แบบใกล้ชิด ร่วมทั้งได้ชมวิธีการทำหัวโขน เครื่องประดับ วิธีการนุ่งใส่ชุด ถ้าไปดูที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ เราจะไม่ได้เห็นอย่างใกล้ชิด เราอยากสร้างกระแส ให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ได้สนใจศิลปวัฒนธรรมไทยที่เกี่ยวกับโขนกันแพร่หลายมากขึ้น” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าวบางตอนในงานแถลงข่าวนิทรรศการโขนพระราชทาน ที่จัดขึ้น ณ บริเวณชั้น 4 ห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
สิ่งไม่ควรพลาดชม
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีการจัดนิทรรศการโขนขึ้น เนื่องจากหลังการแสดงโขนในเดือน พ.ย.แล้วเสร็จในทุกๆ ปี ทีมงานก็ต้องจัดเตรียมการแสดงโขนชุดใหม่เพื่อการแสดงในปีหน้า จึงไม่มีเวลาคิดทำเรื่องนิทรรศการ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ กรรมการอำนวยการโขนพระราชทาน บอกและเล่าต่อว่า ความสำคัญของนิทรรศการครั้งนี้ได้อธิบายถึงรายละเอียดของการแสดงโขน เช่น การแสดงหน้าม่าน คนไปชมการแสดงโขนจริงๆ พอม่านจบ ก็คือจบ เราไม่ได้อธิบายถึงความงดงามของงานช่างฝีมือตั้งแต่การวาดฉาก แต่ในนิทรรศการเราได้นำฝีมือช่างมาจัดแสดงไว้ด้วย
“สิ่งที่ไม่ควรพลาดชม คือ นิทรรศการครั้งนี้นอกจากจะจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับโขนพระราชทานไม่ว่าจะเป็นกำเนิดโขน นาฏกรรมคู่แผ่นดิน กว่าจะมาเป็นโขนพระราชทาน สาธิตการปักสดึงกรึงไหมและพัสตราภรณ์ ร่วมถึงสาธิตการทำศิราภรณ์และหัวโขน การจำลองสถานที่สร้างงานฉาก สาธิตการแต่งหน้าโขนละครตามแนวพระราชนิยม อย่างฉากแต่ละฉากเราทำมือทั้งสิ้นแม้จะใช้คอมพิวเตอร์มาช่วย แต่เวลาสร้างฉากจริงๆ เราวาดด้วยมือเพื่อรักษาหัตถศิลป์ตามพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เราไม่เพียงอนุรักษ์ ยังสร้างช่างผีมือด้วย การแสดงโขนแต่ละตอน ปัจจุบันมี 6 ตอน เราได้สร้างและพัฒนาฝีมือช่างประณีตศิลป์ เกิดศิลปินรุ่นใหม่ขึ้นมาประดับวงการแสดงโขน”
ชมนิทรรศการ 3 ส่วน เต็มอิ่ม
นิทรรศการแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ นิทรรศการ สาธิต และการแสดง เช่น ที่ชิดลมเป็นเรื่องหัวโขนของชาวนาฏศิลป์เป็นของสูงมากๆ จึงจัดแสดง ณ ห้อง ดิ อีเวนต์ฮอลล์ ชั้น 3 เซ็นทรัลชิดลม มีเวิร์กช็อปสัมผัสทำหัวโขนเล็ก ศีรษะโขนมีความละเอียดอ่อนมากๆ นอกจากนี้ยังมีเวลาสาธิต เยาวชนสามารถมาชมช่วงเวลาบ่ายสองวันเสาร์กับอาทิตย์ได้
นอกจากนี้ ดร.อนุชา บอกว่า ยังมีเรื่องน่าตื่นเต้นของการทำงานโขนมาตลอด 8 ปี แต่การจัดนิทรรศการโขนครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุด ส่วนหนึ่งของงานคือ มีการแสดงภาพถ่ายที่มูลนิธิได้สะสมภาพถ่ายโขนพระราชทานเป็นจำนวนมาก
“สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ เราไม่อนุญาตให้ช่างภาพเข้าไปถ่ายการแสดงโขนได้ แต่เราอนุญาตให้ช่างภาพที่รู้กาลเทศะเข้าไปถ่าย เพราะการถ่ายภาพรำ ช่างภาพต้องคุ้นเคยกับนาฏยศาสตร์ด้านนี้ ต้องรู้จักท่าร่ายรำ และต้องเร็วในการจับภาพไว้ได้ เราจึงจะนำภาพถ่ายเหล่านี้ และภาพถ่ายหลังโรง มาจัดนิทรรศการภาพถ่าย และอีกส่วนที่มีคนส่วนน้อยจะได้เห็นคือ กระบวนการแต่งหัวโขนละคร คนโบราณได้สร้างระบบการแต่งกายโขนไว้ หนึ่งองค์ใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัว 2 ชั่วโมง ในการแสดงครั้งหนึ่ง อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ เรามีการสาธิตกระบวนการแต่งเครื่อง มีการเย็บ การสอย การแต่งกายของโขนด้วยพัสตราภรณ์ โดยเสื้อผ้าละครโขนสร้างเลียนแบบเครื่องแต่งกายของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ชั้นสูงที่ทรงแต่งพระองค์ในโอกาสพิเศษเพื่อแสดงความเป็นสมมติเทพ แต่เครื่องแต่งกายโขนละครได้ปรับให้เหมาะสมกับการแสดง ซึ่งการแต่งโขนเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปหาชมได้ยาก เพราะเราจะแต่งตัวกันหลังโรงละคร ในงานจะมีสาธิตการแต่งกาย มีการเย็บโชว์เสื้อผ้าแต่งชิ้นเข้ากับร่างกายนักแสดง เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีการนำเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ ฝีมืองานช่างฝีมือโลหะ งานฝังอัญมณี งานกะไหล่ทอง นำมาให้ชมอย่างใกล้ชิด เพราะปกติเราจะเห็นอยู่บนตัวนักแสดงโขนเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นงานของช่างฝีมือที่เก็บรักษาไว้ในสำนักสังคีต กรมศิลปากร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ส่วนใหญ่เป็นงานเครื่องประดับที่มาจากกรมมหรสพในสมัยรัชกาลที่ 6 สืบทอดมาหลายรัชสมัย สร้างจากโลหะหลากชนิด เช่น ตะกั่ว ทองแดง ทองเหลือง เงิน และทองคำ
สุดท้าย ยุวดี จิราธิวัฒน์ ผู้เอื้อสถานที่ในการจัดแสดงนิทรรศการ ฝากทิ้งท้ายว่า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเป็นบริษัทของคนไทยก่อตั้งมานานกว่า 60 ปี เธออยากช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่หาดูได้ยาก เป็นงานละเอียดและไม่ได้ได้มาง่ายๆ อยากให้เด็กไทยรุ่นใหม่ รวมทั้งคนไทยได้มาชมความงดงามของช่างฝีมือไทย


