
หลุมดักคน-หลุมดักควาย
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
สื่อมวลชนก็เหมือนองคาพยพอื่นๆ ในสังคมที่ต้องถูกปฏิรูปในเวลานี้
ไม่ใช่งานเข้าแล้วมาพูดเอาเท่ แต่คิดอย่างนี้จริงๆ เหตุเพราะทำงานเรื่องนี้มาพอสมควร และยุ่งเกี่ยวกับการปฏิรูปสื่อมาแล้วหลายระลอก
ต้องขอบคุณศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ) ซึ่งเป็นสื่อทางเลือกที่ได้เสนอข้อมูลซึ่งเป็นเอกสารภายในองค์กรเอกชน ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นบริษัท ซีพีเอฟ เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรที่เป็นบรรษัทขนาดใหญ่นั้นเขามีวิธีคิดและวิธีการติดต่อกับสื่ออย่างไร และใช้วิธีไหนสร้างอิทธิพลกับสื่อมวลชน เพื่อที่จะควบคุมการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวพันองค์กร เพื่อที่องค์กรจะได้มีภาพลักษณ์ที่ดีในสังคม
เมื่อมีการระบุถึงว่ามีการจ่ายเงินให้เป็นรายเดือนภายใต้งบพิเศษ เพื่อสนับสนุนสื่อมวลชนที่สนองแนวทางของบริษัทจำนวน 19 ราย และข้อมูลอื่นๆ ที่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักจริยธรรมของสื่อ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมจริยธรรมของสื่อโดยตรง จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนกรณีนี้เป็นพิเศษ
พิเศษโดยใช้กรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นที่น่าเชื่อถือของสังคม มิใช่กระบวนการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งเป็นกลไกปกติของสื่อที่ใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมกันเอง
กรรมการทั้ง 6 ท่านนั้น ประกอบด้วย คุณกล้านรงค์ จันทิก คุณสัก กอแสงเรือง ศ.พิเศษ สิทธิโชค ศรีเจริญ รศ.ดร.ดรุณี หิรัญรักษ์ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก และคุณเจษฎา อนุจารี
เห็นชื่อก็คงไม่ต้องบอกถึงความตั้งใจและจริงใจว่า สภาการหนังสือพิมพ์อยากจะกวาดบ้านจริงหรือไม่ หรือการตั้งกรรมการอิสระเหล่านี้ขึ้นสอบสวนจะเป็นการทำ “หลุมดักควาย” อย่างที่คุณสุชาดา ผู้อำนวยการ TCIJ วิตกหรือไม่
ผมว่ารอไม่นานคณะกรรมการชุดนี้ก็คงทำให้เห็นว่า ระเบิดนาปาล์มที่หล่นใส่วงการสื่อข่าวนี้จะทำให้ใครเจ็บใครตายกันบ้าง
โดยเกียรติคุณของกรรมการทุกท่านและเท่าที่ผมรู้จักทุกท่านมา ผมเชื่อโดยสุจริตว่าไม่มีใครยอมเอาเกียรติยศของตนเองมาเป็นหลุมดักควายหรอกครับ
คุณูปการอย่างหนึ่งที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น คือ นักข่าวทั้งหลายควรจะตื่นขึ้นและสำนึกได้แล้วว่า ความสนิทสนมระหว่างนักข่าวกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ขององค์กรต่างๆ นั้น แม้จะต้องทำงานร่วมกันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าบ้าง แต่ต้องมีหลักมีเส้นที่ต้องเคารพซึ่งกันและกัน อย่าไปตีขลุมเอาว่าความสนิทสนมนั้นเป็นจริงไปเสียหมด เพราะเราก็ไม่รู้หรอกว่าสัมพันธ์ที่เราคิดว่าจริงจังนั้นมันอาจจะถูกตีราคา ใส่มูลค่าเพื่อเป็นงานหรือความดีความชอบของอีกฝ่ายหรือไม่
ตื่นแล้วก็มารักษาเส้นนั้นไว้ดีๆ ใครพลั้งเผลอไปก็ช่วยกันเตือนกัน
เคารพกันและเกื้อกูลกันแบบนี้ถึงจะงดงามและไร้ปัญหา
คุณูปการอีกอย่าง คือ ทำให้องค์กรสื่อทั้งหลายได้พลิกพรมขึ้นมาดูว่ามันมีอะไรอยู่ข้างในบ้าง
โพสต์ทูเดย์ก็ทำครับ
จะว่าไป บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งพนักงานทุกคนต้องรับทราบอยู่แล้ว เช่น ในหมวดของหลักจรรยาบรรณของกองบรรณาธิการนั้นมี 9 ประการ อาทิ นักข่าวจะต้องไม่เข้าร่วมการจับสลากรางวัล หรือสลากกินแบ่งและรับรองรางวัลในงานซึ่งจัดโดยแหล่งข่าว นักข่าวจะต้องไม่รับเงินสด เช็ค หุ้น หรือสิ่งของมีค่าจากแหล่งข่าว ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
ต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานไปเรียกร้องส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้าและบริการ ฯลฯ
บางอย่างเราปฏิบัติกันจนรู้กันเป็นธรรมเนียมครับ เช่น การรับของขวัญในโอกาสพิเศษ ซึ่งข้อบังคับอนุญาตให้รับได้ เช่น ในวันครบรอบวันเกิดหนังสือพิมพ์ งานคริสต์มาสหรือปีใหม่ ของที่ไม่เน่าเสียเราจะเอาเข้ากองกลางและจะประมูลกันภายใน โดยทุกแผนกในบริษัทมาเข้าร่วมได้
รายได้ก็เอาไปทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและสาธารณะ
โพสต์ทูเดย์เคยเอารายได้ส่วนนี้ไปซื้ออุปกรณ์การศึกษาแจกเด็กโรงเรียนยากจน สนับสนุนอุปกรณ์การกีฬาของโรงเรียนที่ขอมา ฯลฯ หรือแม้แต่ได้ช่วยเหลือบูรณะซ่อมแซมบ้านพนักงานคราวน้ำท่วมใหญ่มาแล้ว และทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่อย่างเคร่งครัด
เราได้สำรวจว่าเรายังมีจุดโหว่จุดอ่อนอะไรอีกไหมที่ต้องอุด
มีสองสามอย่างที่เราเข้มงวดอีกครั้ง เช่น ห้ามเอาข้าวของที่คนมาให้กลับบ้านไปใช้ส่วนตัว และใครที่เอาสินค้าใหม่ที่เปิดตัวมาให้ เราจะมีหนังสือตอบกลับไปยังบริษัทเพื่อแจ้งให้ทราบว่า เราได้รับไว้จำนวนเท่าไหร่ จะได้ไม่มีใครเอาชื่อเราไปหารับประทาน
ใครมาฝากข่าวก็ไม่จำเป็นต้องหิ้วอะไรมาฝากนะครับ บอกกันชัดๆ ตรงนี้เลย
ใครจะดักควายดักคนอย่างไรไม่รู้ แต่เราขอถมหลุมของเราก่อน ใครมีข้อเสนอแนะอย่างไรบอกกล่าวได้นะครับ
ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ ช่วยกันถูช่วยกันกวาดบ้านมันก็สะอาดเองล่ะ
นี่แค่กระชับความสัมพันธ์และกระชับพื้นที่นะครับ ถ้าจะปฏิรูปจริงๆ ล่ะก็งานช้างกว่านี้เยอะ แต่ขอให้เริ่มเถอะ ที่เหลือมันจะไปเอง
เรื่องราวใหญ่ๆ มักจะเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ น้อยๆ และคนเล็กคนน้อยเสมอ
ความจริงในชีวิตมันเป็นอย่างนั้น







