
ELLE 20 ภารกิจปิดเล่ม เปิดเรียลิตี้แข่งสงครามแห่งรสนิยม
เดินทางมาถึงปีที่ 20 ของนิตยสาร ELLE ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ
โดย : วราภรณ์ ผูกพัน
เดินทางมาถึงปีที่ 20 ของนิตยสาร ELLE ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ ในฐานะนิตยสารแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชื่อดังที่คงความเป็นผู้นำด้านแฟชั่นมาอย่างยาวนานกับโครงการ “ELLE Star”
สำหรับ ELLE Star Fashion Magazine จะเนรมิตรายการเรียลิตี้ ผลิตนิตยสารแฟชั่นรายการแรกของเมืองไทย ในชื่อ “ELLE 20ภารกิจปิดเล่ม” ผ่านการสนับสนุนหลักโดยเครื่องซักผ้าซัมซุงและผู้สนับสนุนรายการ โดย พอนด์ส แอคเน่ เคลียร์ ไวท์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายซิตร้า Sephora ประเทศไทย สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่
เปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาระดับปีที่ 3 และปีที่ 4 ที่มีใจรักนิตยสารและรักแฟชั่น สมัครเข้ามาเพื่อร่วมโครงการและผ่านการคัดเลือกจนเหลือ 20 คนสุดท้าย ได้เข้ามาทำงานร่วมฝึกทักษะและทำงานจริงกับมืออาชีพแห่งวงการนิตยสารแฟชั่น ภายใต้สงครามแห่งรสนิยมโดยมีสไตล์เป็นอาวุธ
“ELLE20 ภารกิจปิดเล่ม” มีภารกิจหลักเป็นการผลิตนิตยสาร ELLE Girl เล่มแรกของประเทศไทย ซึ่งจะออกวางแผงจริงในเดือน ก.ย. 2557 ถือเป็นโครงการที่ต้องการให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสธุรกิจนิตยสารแฟชั่น รวมถึงการคิดต่อยอดให้เป็นรายการทีวีเชิงเรียลิตี้โชว์ มีการแข่งขันสร้างสีสันให้มากขึ้นไปอีก
จากโปรเจกต์นี้ ELLE ก็คาดหวังว่าจะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ในวงที่กว้างขึ้นไปอีก
แรงบันดาลใจไต่บันไดฝัน
รายละเอียดและเบื้องหลังของ “ELLE20 ภารกิจปิดเล่ม” คนที่รู้ลึกรู้ดีที่สุดก็ต้องเป็น สิริมน ณ นคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย ซึ่งเล่าว่า เป็นรูปแบบรายการเรียลิตี้ผลิตนิตยสารแฟชั่นรายการแรกของเมืองไทย ที่จะถ่ายทอดทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์นิตยสารระดับโลก รูปแบบรายการตื่นเต้นเร้าใจแบบเรียลิตี้ ดำเนินรายการ โดย ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ตลอดทั้ง 1-2 สัปดาห์ของรายการ จะมีภารกิจจาก The Amazing 8 ให้ผู้เข้าแข่งขันได้ทำและจะมีการคัดออกอาทิตย์ละ 2 คน จนกว่าจะได้ผู้ชนะเพียง 1 คนในสัปดาห์สุดท้าย
“แน่นอนความแปลกใหม่ไม่เหมือนเรียลิตี้อื่นๆ หนึ่ง คือ เป็นเรียลิตี้ที่ผลิตนิตยสารแฟชั่นระดับโลก ยิ่งทำนิตยสารก็ว่ายากแล้ว เพราะในเล่มจะมีแฟชั่นซึ่งถือเป็นสีสัน คนดูจะได้อรรถรสของการชม เป็นความรู้ที่ให้คนดูได้ทั้งในเรื่องแฟชั่น เรียนรู้กระบวนการทำ การคัดเลือกเรื่องราวที่จะมาลงในแมกกาซีน คนจะได้ดูเรื่องราวในวงการแฟชั่น ดูแล้วสนุกมีสีสัน จึงทำให้รายการแตกต่างจากรายการอื่นๆ
สอง คือ รูปแบบเป็น Docutainment คือ สารคดีบวกความบันเทิง ดูไม่ได้สนุกอย่างเดียว แต่คนดูจะได้รู้ว่ากว่านิตยสารจะออกวางแผงสักเล่มหนึ่งต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง หรือแฟชั่นเซตสวยๆ กว่าจะออกมาสวยงามและทำยากลำบากอย่างไร
สิริมนย้ำว่า เรียลิตี้รายการนี้เป็นประโยชน์ต่อเด็กรุ่นใหม่ ทั้งในวงการนิตยสาร วงการแฟชั่น และออกแบบ
“ในสตูดิโอของเราที่ชั้น 6 สยามดิสคัฟเวอรี่ จะจำลองการทำงานจริงๆ ให้เด็กๆ ได้เจอได้สัมผัสชีวิตการทำงานจริงๆ น้องๆ จะได้เป็นหนึ่งในงาน เรามีออฟฟิศจริงพื้นที่ 240 ตารางเมตร ให้เด็กนั่งทำงานจริงๆ ทำเป็นสตูดิโอกระจกใครผ่านไปมองก็มองเห็น เราให้เด็กๆ เข้ามาในสตูดิโอ 10 โมงเช้า เลิกงาน 6 โมงเย็นแล้วกลับบ้าน แต่เด็กๆ มาทำงานต้องแต่งกายดีให้ได้มาตรฐานแอล มิชชั่นของเราเราจะให้เด็กๆ ผลิต ELLE Girl เล่มแรกของประเทศไทย คือ รายการจบวันที่ 21 ก.ย. หนังสือที่เด็กๆ คิดและทำจะออกวางแผงวันที่ 22 ก.ย. 1 เล่ม เราเรียกรายการนี้ว่า สงครามแห่งรสนิยม โดยมีสไตล์เป็นอาวุธ การทำนิตยสารรสนิยมสำคัญมากๆ เพราะไม่ใช่แค่การแต่งตัว แต่เป็นรสนิยมการเลือกออกทุกสิ่งให้ออกมาแล้วสวยไหม
เด็กทั้ง 20 คนนั้น เราเลือกมาจากหลากหลายสาขา การแข่งขันเราจะแบ่งเด็กเป็น 4 กลุ่ม ในแต่ละกลุ่มจะมีเด็กที่สามารถทำงานกราฟฟิกเป็น มีเด็กชอบแฟชั่นอยากเป็นสไตลิสต์ และมีคนที่ชอบเขียน เรียกว่า 1 กลุ่มสามารถทำงานได้ทุกด้าน ในการแข่งขัน 4 กลุ่ม เราจะแบ่งเป็น 2 สาย แข่งทีละสาย คือ 2 ทีม แข่งสลับกันไปเรื่อยๆ แข่งสัปดาห์ละ 2 ทีม ทีมที่เหลือจะได้ว่างเพื่อเตรียมตัวทำผลงานต่อไป
สัปดาห์ไหนทีมที่แข่งขันกัน 2 ทีม ทีมที่แพ้จะถูกคัดออก 2 คน โดยการให้คะแนนของแต่ละสัปดาห์จะมีทั้งพี่ทีมงานแอลที่เข้ามาสอนเด็กเป็นผู้ให้คะแนน รวมทั้งกูรู The Amazing 8 และเพื่อนๆ ในทีมให้คะแนนกันด้วย เมื่อทีมแพ้ที่ต้องตกรอบก็จะมีการเอาคะแนนมานับกัน ใครคะแนนน้อยสุดในสัปดาห์ก็ตกรอบไป โดยคะแนนจะมีการเก็บสะสมใหม่ทุกสัปดาห์”
ทางรายการจะมีการถ่ายภาพเก็บทุกๆ วัน และตัดต่อเพื่อออกอากาศเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ตลอดการทำงานร่วมกันมากกว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สิริมนเห็นถึงประกายที่เจิดจรัสในเด็กทั้ง 20 คนที่เต็มไปด้วยพลัง และเป็นเด็กเจเนอเรชั่นวายอย่างแท้จริง คือเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีของการทำแมกกาซีนหัวนอก
“สิ่งที่น่าทึ่งคือ เด็กๆ เข้าหาข้อมูลได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และมีข้อมูลทุกอย่าง การหาข้อมูลสำคัญทำให้เขามีความรู้พื้นฐาน ทำให้เข้าใจในสิ่งที่เขาจะนำมาใช้ทั้งหมด ทำแมกกาซีนต้องรู้ข้อมูลมากๆ เพราะจะเขียนคอลัมน์ต้องรู้จริง เด็กๆ ยังมีแรงบันดาลใจ แรงขับทำให้ตัวเองไปสู่ความสำเร็จได้ โดยทั้ง 20 คน หลากเพศมาจากคนละสาขาคนละมหาวิทยาลัย แต่เขาสนิทกันเร็วมาก เขามีน้ำใจช่วยเหลือกัน ซึ่งเป็นสิ่งดีเพราะการทำนิตยสาร คือ การทำงานเป็นทีม”
ด้วยยุคนี้เป็นยุคทีวีดิจิทัล สิริมนบอกว่าการจับมือกับช่อง One ถือเป็นโอกาสที่ดีเพราะฐานคนดูมีอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งมีสื่อซัพพอร์ตทั้งสื่อทีวีและวิทยุ ผนวกกับเครือโพสต์ พับลิชชิง ที่ทำสื่อสิ่งพิมพ์อยู่แล้ว การโปรโมท โฆษณาและประชาสัมพันธ์จึงไปได้กว้างทุกสื่อครบ 360 องศา สิ่งที่สิริมนคาดหวังจากโครงการนี้ก็คือ อยากให้คนทั่วไปหันกลับมาอ่านนิตยสารอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ๆ
“พอมีรายการนี้เด็กๆ รวมทั้งคนทั่วไปจะได้รู้ว่า นิตยสารกว่าจะทำสำเร็จเป็นรูปเล่มนั้นทำยาก ต้องใช้พลังงานขนาดไหน เราคาดหวังว่าเด็กทั้ง 20 คน จะเป็นตัวกลางในการส่งข้อมูลจากแอลไปสู่คนอ่านทุกๆ คนได้เป็นอย่างดี ซึ่งกว่า 1 ปีที่เราทำโปรเจกต์นี้มาได้รับผลตอบรับที่ดีมากๆ เพราะสปอนเซอร์ให้การสนับสนุนมากมาย เพราะเราทำรายการพิเศษจริงครั้งนี้ครั้งแรกและเป็นครั้งเดียวเท่านั้น เพราะเราทำ
โครงการเพื่อฉลองแอลประเทศไทยครบรอบ 20 ปี”
The Amazing 8 ‘โค้ชเข้มประสบการณ์’
ความเข้มข้นภายใต้การโค้ชจากทีมงานแอล และ The Amazing 8 ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเหล่าตัวจริงของวงการแฟชั่น นำทีมโดย ปนุ สมบัติ ยานุชิต บรรณาธิการบริหารนิตยสารแอล ประเทศไทย สมบัษร ถิระสาโรช อีเวนต์ออร์แกไนเซอร์ชื่อดัง พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์ และเจ้าของแบรนด์ “Asava” ธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้บริหารมืออาชีพผู้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสและสร้างสรรค์แบรนด์ให้กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำ ณภัทร สุทธิธน Fashion Editor นิตยสารแอล เมน ประเทศไทย ผู้มีสไตล์โดดเด่นเข้าขั้นเจ้าพ่อ Street Style อันดับต้นๆ ของไทย พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ ช่างภาพแฟชั่นชื่อดังที่เนรมิตได้ทุกอย่างเมื่อมีกล้องอยู่ในมือ มิลิน ยุวจรัสกุล เจ้าของแบรนด์ดังแห่งยุค Milin ที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในใจสาวไทยในเวลาเพียงไม่กี่ปี พีรพงศ์ พงษ์ประภาพันธ์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์มือฉมังผู้กำหนด Framework ให้นิตยสารชั้นนำเกือบทุกเล่มในไทย
ธนา มองถึงโครงการนี้ว่า เขาดีใจที่จะได้มีโอกาสเห็นน้องๆ ที่มีทักษะด้านแฟชั่นมาทำงานให้เกิดขึ้นจริง
“ตัวผมเองมีความรู้เชิงธุรกิจมาแชร์ให้ เพื่อช่วยให้โลกแห่งความฝันเข้าสู่โลกความจริงได้ครับ Break the Legs ทำให้สุดๆ ไปเลย ปล่อยความสามารถออกมาให้เต็มที่”
ด้านสมบัษรซึ่งตื่นเต้นกับการได้เข้ามาเป็นโค้ชให้กับคนรุ่นใหม่ในครั้งนี้มองว่า โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้ก้าวเข้ามาในวงการแฟชั่น ถือเป็นประตูที่ดีที่สุดสำหรับคนที่รักแฟชั่น และต้องการก้าวเข้ามาสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นที่ดีให้กับวงการแฟชั่นเมืองไทย
“แม้เพียงหนึ่งนาทีที่คุณได้ร่วมการเวิร์กช็อป หนึ่งนาทีนั้นจะเปลี่ยนชีวิตคุณด้วยการสัมผัสประสบการณ์จริง ได้เรียนรู้จริงจากคนที่ทำงานในวงการแฟชั่นมาเป็นสิบๆ ปี ดังนั้น ใครมีโอกาสได้เข้ามาร่วมโครงการนี้ก็อยากให้ตักตวงความรู้เอาไว้ให้มากที่สุด อย่ากลัวที่จะถาม อย่ากลัวที่จะบอกว่าตัวเองไม่รู้ โครงการนี้เราอยากคัดเลือกคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด และหวังว่าจะได้เห็นคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงตัวตนในงานนี้เยอะๆ เด็กไทยมีความสามารถ ถ้าในวันนี้คุณเดินถูกทางและมีคนแนะนำที่ดี คิดว่าอนาคตไปไกลๆ แน่”
แน่นอนสามารถติดตาม “ELLE 20 ภารกิจปิดเล่ม” ซึ่งเป็นรายการเรียลิตี้ผลิตนิตยสารแฟชั่นรายการแรกของไทยที่จะถ่ายทอดทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์นิตยสารแฟชั่นระดับโลก พร้อมกับนำเสนอเรื่องราวในวงการแฟชั่นที่เคยได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นในรูปแบบเข้าใจง่ายแบบ Docutainment ที่ตื่นเต้น เร้าใจแบบ Reality ภาพสวยสไตล์ European Art Film และดนตรีสนุกแบบ Electric Pop
ตลอดทั้ง 12 สัปดาห์ของรายการจะมีภารกิจจาก Amazing 8 ให้ผู้เข้าแข่งขันได้ทำ และจะมีการคัดออกจนกว่าจะได้ผู้ชนะเพียง 1 คนในสัปดาห์สุดท้าย ผู้ชมสามารถติดตามความเคลื่อนไหวแบบสดๆ จาก PopUp Office ชั้น 6 สยามดิสคัฟเวอรี่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค.
ทุกความสนุก ความตื่นเต้น จะถูกถ่ายทอดผ่านทางโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ให้ผู้ชมทางบ้านได้อัพเดทความเคลื่อนไหวในทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.30-22.30 น. ทางช่อง One สำหรับเสาอากาศดิจิทัลที่ต่อกับกล่องทีวีดาวเทียม หรือต่อกับทีวีที่รับสัญญาณดิจิทัล รับชมได้ที่ช่อง 31 ส่วนเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมรับชมได้ที่ช่อง 41 เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ค.-21ก.ย. นี้







