
พันธุ์ชนะ สุนทรพิพิธโลดแล่นในโลกศิลปะ
ผู้อยู่เบื้องหลังเครื่องแต่งกายละครเวทีที่อยู่ในใจผู้ชมหลายๆ คน อาทิ ทวิภพ บัลลังก์เมฆ บางกอก 2485 ฟ้าจรดทราย ฯลฯ ล้วนเป็นผลงานของ อาจารย์ก้าว-พันธุ์ชนะ สุนทรพิพิธ
ผู้อยู่เบื้องหลังเครื่องแต่งกายละครเวทีที่อยู่ในใจผู้ชมหลายๆ คน อาทิ ทวิภพ บัลลังก์เมฆ บางกอก 2485 ฟ้าจรดทราย ฯลฯ ล้วนเป็นผลงานของ อาจารย์ก้าว-พันธุ์ชนะ สุนทรพิพิธ
โดย...วราภรณ์
ผู้อยู่เบื้องหลังเครื่องแต่งกายละครเวทีที่อยู่ในใจผู้ชมหลายๆ คน อาทิ ทวิภพ บัลลังก์เมฆ บางกอก 2485 ฟ้าจรดทราย ฯลฯ ล้วนเป็นผลงานของ อาจารย์ก้าว-พันธุ์ชนะ สุนทรพิพิธ อาจารย์สาขาวิชาศิลปการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แทบทั้งสิ้น
พันธุ์ชนะชื่นชอบด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายเพื่อการแสดง หรือเธียเตอร์ดีไซน์ โดยมีพื้นฐานปริญญาตรี ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และไปเรียนด้านแฟชั่นและการออกแบบเครื่องแต่งกาย ที่ เอกอล ซูเปริเยอร์ เดส์ ซาร์ตส์ เอต์ เทคนิค เดอ ลา โม้ด (Ecole Superieur des Arts et Technique de la Mode) ประเทศฝรั่งเศส และหาประสบการณ์อยู่ฝรั่งเศสนาน 5 ปี แบ่งเป็นเรียน 3 ปี และฝึกงานอีก 2 ปีในห้องเสื้อและคอสตูมดีไซน์ตามโรงละคร ศาสตร์ด้านการแสดงที่ได้รับความนิยมมากที่ฝรั่งเศส
“ฝรั่งเศสนิยมดูละครเวทีเป็นเรื่องปกติ แต่เมืองไทยไม่ค่อยมีละครเวทีให้ดู พอไปฝรั่งเศสมีละครเวทีดีๆ เช่น ละครโอเปรา บัลเลต์ ดูแล้วก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ปกติผมชอบแฟชั่นอยู่แล้ว แต่ศาสตร์ด้านเครื่องแต่งกายละครเวทีเป็นศาสตร์ที่เราไม่เคยรู้ พอดีรุ่นพี่ที่เรียนด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายละครเวที เขาออกแบบชุดกันแล้วรู้สึกชอบก็เลยขออาจารย์เปลี่ยนสาขาไปเรียนด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายเพื่อการแสดง” พันธุ์ชนะ บอกว่าฝรั่งเศสเป็นดั่งเมืองแห่งแฟชั่นที่อู้ฟู่ เดินตามท้องถนนย่านชองป์เอลิเซ เห็นผู้คนแต่งกายเก๋มากๆ ได้ไปเห็นตึกรามบ้านช่อง พิพิธภัณฑ์ ยิ่งผมจบด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ผมจึงรู้สึกมีความสุข”
พอเรียนจบกลับมาเมืองไทย อาชีพอาจารย์ไม่เคยอยู่ในความรู้สึกนึกคิด แต่เมื่อได้มาจับปากกาไวต์บอร์ดแล้วก็ทำให้เขาได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายละครเวทีให้นักศึกษารุ่นใหม่ๆ ได้รับรู้ถึงศาสตร์ที่สวยงามไม่แพ้ศิลปะแขนงไหนๆ
“นับเป็นความโชคดีที่ผมได้ทำงานที่ชอบ และยังเป็นอาจารย์ได้ถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นหลัง และได้สอนในสิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนมา จึงกลายเป็นความสุข การทำงานสอนครั้งแรกก็รู้สึกตื่นเต้น ผ่านไป 9 ปีของการเป็นอาจารย์แล้วก็ยังรู้สึกสนุก สามารถสอนได้ 2-3 ชั่วโมง พูดได้เรื่อยๆ เด็กๆ ที่เราได้สอนเขาก็ได้เรียนในสิ่งที่เขาชอบ และ มศว ก็คือมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่สอนด้านเธียเตอร์ดีไซน์ การจัดไฟ สอนด้านละครเวทีแบบครบวงจรมาก ก็เลยรู้สึกสนุก เด็กๆ กระตือรือร้นที่จะเรียน” พันธุ์ชนะในฐานะเกี่ยวข้องกับงานด้านเธียเตอร์ดีไซน์ ซึ่งเป็นศาสตร์เฉพาะ ประกอบกับมีผู้เรียนด้านนี้น้อยมาก เนื่องจากละครเวทีในเมืองไทยไม่เฟื่อง คนนิยมเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เมืองไทยมี 2 ค่ายใหญ่ๆ ที่ผลิตงานละครเวทีเท่านั้น ผู้ที่ทำงานด้านนี้จึงทำด้วยใจรักล้วนๆ อีกทั้งเสน่ห์ละครเวทีนั่นก็มีเหลือล้น
“เมืองไทยมีนักออกแบบเครื่องแต่งกายละครเวทีเก่งๆ อยู่หลายคนทีเดียว เสน่ห์ของเธียเตอร์ดีไซน์ คือมีความสด ยิ่งใหญ่อลังการ มีการร่วมมือร่วมใจกัน ดังนั้นทีมเวิร์กสำคัญมาก ละครจะสอนให้เรารู้จักการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รู้จักยอมรับความเก่งและความต่างของแต่ละคน
สำหรับแรงบันดาลใจด้านเธียเตอร์ดีไซน์ ส่วนใหญ่|พันธุ์ชนะได้จากโจทย์ละครเวทีแตกต่างกันไปในแต่ละเรื่อง อาทิ ฟ้าจรดทราย เป็นโจทย์ที่ต่างต้องสร้างเมืองสมมติแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง ต้องแยกชนชั้น กษัตริย์ องครักษ์ ชาวบ้าน ชนเร่ร่อน ดังนั้นการทำงานแต่ละครั้งจึงเหมือนใหม่ และท้าทายอยู่ตลอดเวลา
“ผมอัพเดตความรู้ด้านการออกแบบผ่านอินเทอร์เน็ต หนังสือที่อ่าน ประสบการณ์ที่สะสม อยากใช้ตรงไหนก็ไปเปิดลิ้นชัก ดังนั้นผมจึงชอบท่องเที่ยว นักออกแบบที่ดีต้องตามโลกตลอดเวลา ใครหยุดคนอื่นก็เดินล้ำหน้าไป ต้องช่างสังเกต เห็นคนไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ควรจดจำว่าเขาแต่งกายกันอย่างไร คนทำละครเวทีต้องออกแบบเครื่องแต่งกายในสิ่งที่ตัวละครเป็น และใส่ความเป็นนักออกแบบของเราลงไป วิเคราะห์ก่อนว่าตัวละครมีนิสัย หรืออยู่ในสภาพสังคมแบบไหน ใส่สีสันให้เสื้อผ้านักแสดงชัดเจนขึ้น ดังนั้นการเป็นนักออกแบบเครื่องแต่งกายละครเวที กับนักออกแบบเสื้อผ้าทั่วๆ ไปจึงแตกต่างกัน”







