posttoday
ดอกบัวที่แห้งโรยกับหญิงสาวนัยน์ตาสวย

ดอกบัวที่แห้งโรยกับหญิงสาวนัยน์ตาสวย

11 มิถุนายน 2557

เราสองคนนิ่งมองรูปหญิงสาวในชุดเดรสสีชมพูลายลูกไม้หน้าตาสะสวย เธอกำลังนั่งอยู่บนซากดอกบัวสีหม่น

เราสองคนนิ่งมองรูปหญิงสาวในชุดเดรสสีชมพูลายลูกไม้หน้าตาสะสวย เธอกำลังนั่งอยู่บนซากดอกบัวสีหม่น แววตาสงบนิ่งคู่นั้นดูเหม่อลอยไปเบื้องหน้า ยิ่งมองรูปภาพยิ่งครุ่นคิด เธอกำลังมีความสุขหรือกำลังรู้สึกเศร้า ก่อนเจ้าของผลงานจะพูดเพียงสั้นๆ ว่า "ภาพบนเฟรมผ้าใบเขาพยายามให้ผู้ชมตีความหมายของอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ของหญิงสาวที่สวยเด่นเคียงข้างดอกบัวที่แห้งเหี่ยว"

วรรลภ มีมาก หรืออาจารย์ช่อ ศิลปินวัย 37 ปี คือเจ้าของประโยคนั้น เวลานี้เราสองคนกำลังเดินดูภาพเขียนแต่ละรูปกันอย่างช้าๆ มีหญิงสาวมากหน้าในผลงานของเขา ผมถามเพื่อต้องการคำตอบ ผู้หญิงที่วาดเกิดจากจินตนาการหรือเธอมีอยู่จริง เจ้าของผลงานยิ้มๆ ก่อนอธิบายว่า

ผู้หญิงทั้งหมดที่วาดคือนางแบบจริงๆ ซึ่งเขาเองถูกใจในใบหน้าและอยากได้มาเป็นแบบในชิ้นงานที่มีชื่อว่า "เวลาของดอกไม้" ตามชื่อนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 2 ของเขาเอง โดยเป็นงานที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับครั้งแรก เมื่อเดินดูผลงานทั้งหมดพักใหญ่ๆ เราทั้งคู่จึงได้นั่งสนทนาถึงเรื่องราวการจัดแสดงผลงานในครั้งนี้

เจ้าของนิทรรศการเริ่มแนะนำตัว เขาเองจบการศึกษาจากภาควิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนศิลปะอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ในภาควิชาจิตรกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เมื่อ 5 ปีที่แล้วเขาเคยแสดงผลงานเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต และใช้เวลา 4 ปีหลังจากนั้น สร้างงานศิลปะชุดนี้ขึ้น โดยเจ้าตัวเล่าติดตลกว่า แรงบันดาลใจของเขาเกิดจากการยืนรอรถประจำทาง

"มีอยู่วันหนึ่งผมยืนรอรถที่ป้ายรถเมล์ บังเอิญเห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาสวยมากจนต้องนิ่งมอง แต่ขณะนั้นผมก็เห็นคนแก่คนหนึ่งหน้าตาเหี่ยวมากนั่งอยู่ข้างๆ ผู้หญิงคนนั้น แล้วมันเหมือนสะดุดตาอะไรสักอย่าง ผมมองผู้หญิงคนนั้นอยู่แต่ใจก็เลือกจะมองคนแก่ไปพร้อมๆ กัน จนเกิดสะดุดใจในเรื่องของการมองความงามที่ไม่คงที่

"พอเห็นตรงนั้นแล้วมันอยากทำงานศิลปะขึ้นมาเลย ผมอยากเอาความเปลี่ยนแปลงของเวลามาเปรียบกับความสวยงามให้เห็นถึงความไม่คงทนไม่คงที่ แล้วคิดว่าเรื่องของสังขารมันเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคน จึงหยิบเอาตรงนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ"

คำว่าแรงบันดาลใจมักเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกโอกาสคงไม่เกินจริง เขาเองนอกจากแปลงสิ่งที่เห็นมาเป็นแรงบันดาลใจแล้ว ยังคิดต่อยอดชิ้นงานโดยการนำภาพดอกไม้มาเป็นสัญลักษณ์แทนเวลา และใช้ภาพของหญิงสาวเป็นสัญลักษณ์แทนความงดงาม นำเสนอผ่านการตีความที่ดูเข้าใจง่ายทั้งยังชัดในสิ่งที่ต้องการสื่อสารออกไป

"ผมอยากเอาความแห้งเหี่ยวของดอกไม้มาแทนความร่วงโรย จึงเลือกดอกบัวมาใช้ เพราะเป็นดอกไม้ทางศาสนาอีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แทนความเหี่ยวแห้งโรยราของความงามได้เป็นอย่างดี เคยสังเกตไหมดอกบัวจะสวยมากเลยนะตอนที่มันบาน แล้วพอมันเหี่ยวมันก็ไม่สวยแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับความงามของหญิงสาวที่เมื่อเวลาผ่านไปแม้เติมเสริมแต่งแค่ไหนก็ต้องโรยราไปตามวันเวลา จากนั้นผมก็ตีความออกมาเป็นงานจิตรกรรมสร้างเรื่องราวขึ้นมาแบบเฉพาะตัวในแนวทางเหมือนจริง"

นั่นจึงเป็นที่มาที่ไปของงานนิทรรศการ "เวลาของดอกไม้" ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวผ่านฝีแปรงเพื่อแทนความงามที่ไม่คงทนถาวร ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาในเรื่องความไม่เที่ยง ความไม่จีรังยั่งยืนของสังขารนั่นเอง จนออกมาเป็นศิลปะร่วมสมัยเทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบในแบบจิตรกรรม 2 มิติ ซึ่งเจ้าของผลงานเองใช้เวลาทำงานทั้งหมด 4 ปีเต็มกับผลงาน 21 ชิ้น หากนับการทำงานก็ค่อนไปทางช้า แต่ดูเหมือนว่าเป็นความเชื่องช้าที่คุ้มค่าเหลือเกิน ด้วยความที่ วรรลภ ตั้งใจเก็บรายละเอียดหลายๆ อย่างไว้ในภาพให้ดูเหมือนจริงและชัดเจนมากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของรูปลักษณ์หญิงสาวที่ดูประหนึ่งมีชีวิต เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เต็มไปด้วยลวดลายที่แสนงดงาม กลีบดอกไม้ทุกกลีบใบดูเหี่ยวเฉาด้วยเส้นสายที่พิถีพิถัน แม้กระทั่งการนำเทคนิคที่คิดขึ้นเองเข้าไปใส่อย่างการวาดรูปผ้าผืนบางๆ พลิ้วไหวบนตัวหญิงสาว ยิ่งมองยิ่งเห็นถึงความเอาใจใส่ของศิลปิน

"ยิ่งผมใช้เวลาทำงานนาน มันก็ยิ่งเห็นเรื่องราวมากขึ้น ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ทำและอยากไปให้สุด คือ อย่างที่ผมบอกความงามมันไม่คงที่จริงๆ นะ ผู้หญิงปรุงแต่งกันจนเกินงาม สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกับดอกบัวที่ผมวาด อย่างบางรูปก็จะมีนกอีแร้งอยู่ด้วย เพราะถ้าสังเกตผมจะแฝงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไว้ ยิ่งมองยิ่งเห็นรายละเอียดที่ซ่อนไว้อย่างชัดเจนและเข้าใจได้ไม่อยาก อย่างอีแร้งเป็นสัญลักษณ์แทนความตาย เมื่อนำมาเป็นองค์ประกอบภาพและอยู่คู่กับหญิงสาว ก็เสมือนเป็นปรัชญา ซึ่งยกเอาความงามแทนเศษซากที่รอวันดับสลายและถูกรุมทึ้ง"

ภาพเขียนผู้หญิงในวัยเบ่งบานกับดอกบัวที่แห้งเหี่ยวของเขา ล้วนตั้งใจจะสื่อสารเรื่องราวกับผู้ชมอย่างตรงไปตรงมา ด้วยชุดความเชื่ออันเป็นสัจธรรมที่ว่า ไม่มีใครหนีเวลาไปได้ สุดท้ายเราทุกคนล้วนแก่เฒ่า ซึ่งไม่ดียิ่งกว่าหรือหากอยู่กับความงามที่ธรรมชาติสร้างให้อย่างพอดิบพอดี ไม่หลงมัวเมาจนกลายเป็นการปรุงแต่งจนจิตใจเตลิดไปไกล อย่างน้อย วรรลภ เชื่อว่าสิ่งนั้นน่าจะจริงแท้ที่สุด ซึ่งผลงานของเขาอาจช่วยให้ฉุกคิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ส่วนจะมากน้อยแค่ไหน ลองหาเวลาเข้าไปชมนิทรรศการ "เวลาของดอกไม้" โดย วรรลภ มีมาก ได้ตั้งแต่วันนี้เรื่อยไปจนถึงวันที่ 16 มิ.ย. ณ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากพลาดไปคงต้องรอกันอีกนานหลายปีกว่าจะได้เห็นผลงานของศิลปินคนนี้อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI