
ทะเลาะเพราะหมา
โดย...แฟมิลีแมน
โดย...แฟมิลีแมน
ต้องยอมรับว่าคนทะเลาะกันเพราะสุนัขเป็นเหตุนั้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ปรากฏตามสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ รวมทั้งที่ไม่ปรากฏเป็นข่าวก็มี บางกรณีมีการแจ้งความเอาผิดกัน บางกรณีถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันและกัน จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิตก็มี ซึ่งปัญหาแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเจ้าของสุนัขดูแลสุนัขของตัวเองเป็นอย่างดี เช่น ไม่ให้ไปทำร้ายคนอื่น หรือไปกัดสุนัขของคนอื่น หรือไม่ให้ไปสร้างความรำคาญหรือรบกวนคนอื่น
สถานการณ์สมมติ : ในบ้านเช่าที่เป็นตึกแถวแห่งหนึ่ง ชั้นสองเป็นชั้นลอยยาว มีห้อง 1 ห้อง เจ้าของตึกเปิดให้เช่า มี 3 ครอบครัวเข้าไปอยู่ ซึ่งล้วนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันใกล้ชิด ประกอบด้วย ครอบครัว ก. 2 คน แม่กับลูกสาว (ตั๊นกับตุ่ย) ครอบครัว ข. 1 คน (นุ) และครอบครัว ค. 4 คน เป็นเด็ก 2 คน อยู่กันมาประมาณ 5 ปี อาจมีปัญหาอยู่บ้างนิดๆ หน่อยๆ เป็นธรรมดา แต่พอปีที่ 5 ปัญหาก็เกิดขึ้น เมื่อครอบครัวตุ่ยเอาหมามาเลี้ยง
ก่อนนี้ ตุ่ยอยู่กับแฟน แต่พอเลิกกันก็หิ้วเอาหมาที่แฟนซื้อให้กลับมาด้วย 2 ตัว พันธุ์ชิห์สุ แต่เนื่องจากสถานที่เลี้ยงไม่เอื้อ คือแม้จะเป็นห้องโถงยาว มีหน้าต่างเปิดรับลมเข้ามาก็จริง แต่ไม่มีหน้าต่างระบายลมออก เวลาทำกับข้าวก็จะอบอวลด้วยกลิ่นอาหาร หรือเวลาอากาศชื้นก็จะมีกลิ่นอับ ทำให้นุซึ่งไม่ชอบหมาเป็นทุนต้องมีปากเสียงกับตุ่ยรุนแรง บอกว่าไม่ใช่หมาตัวเองซื้อจะเอามาทำไม รู้ๆ กันอยู่ห้องนอนมันอับยังจะเอามาเลี้ยง เอาไปไหนก็ไป สร้างความไม่พอใจให้ตั๊นถึงกับออกปากว่าถ้าอยู่ไม่ได้ก็ออกไป แต่ครอบครัวที่ 3 แม้ไม่ชอบที่ตุ่ยเอาหมามาเลี้ยงเพราะมีเด็กอยู่ด้วย ก็ไม่อยากพูดเพราะเกรงใจตั๊นซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า จากวันนั้นถึงวันนี้บรรยากาศไม่ดีเลย เพราะทั้งนุกับตุ่ยไม่คุยกัน และนุที่ก่อนนี้คุยกันดีกับตั๊นซึ่งเป็นน้าก็แทบจะไม่ถามกัน
ทางออก : ถ้าจะอยู่ด้วยกันต่อไปเหมือนที่เคยอยู่กันมาจะใช้อารมณ์ใส่กันไม่ได้ ยิ่งบรรยากาศภายในบ้านไม่ดีอย่างนี้ควรจะหาโอกาสพูดกัน โดยตุ่ยควรที่จะรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะก่อนนี้อยู่กันโดยไม่มีหมาก็อยู่กันได้ แต่พอเอาหมาเข้าบ้านก็เกิดเรื่องคาใจไม่พูดไม่จากัน ทั้งที่หมาตัวเองก็ไม่ได้ซื้อ แค่เป็นคนรักหมาจึงเอามาเลี้ยงเท่านั้น ดังนั้นหากคิดในอีกมุมว่า ถ้าเอาหมาไว้ที่บ้านแฟนปัญหาก็คงจะไม่เกิด ห้องก็จะไม่อับด้วยกลิ่นหมา เด็กๆ ก็จะไม่เสี่ยงกับโรคต่างๆ ดังนั้นควรที่จะพูดคุยกัน ถ้าเป็นไปได้ควรที่จะเอาไปคืนแฟนเก่าเสีย เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของญาติไว้จะดีกว่า อย่างไรก็ตาม หากจะยังขืนเลี้ยงอยู่ต่อไป การย้ายออกไปน่าจะเป็นทางออกสำหรับทุกฝ่าย จะได้ไม่ต้องมีปัญหากันมากไปกว่านี้
Ask the Expert....
Q.ได้ข่าวเรื่องการสแกนลายนิ้วมือ นอกจากจะได้ผลเรื่องศักยภาพความสามารถที่โดดเด่นแล้ว ยังจะบอกบุคลิกภาพความเป็นตัวตนอีกด้วย เชื่อถือได้แค่ไหนคะ ถ้าจะเอามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ของคนในบ้านที่นิสัยแตกต่างกันจะช่วยให้เราเข้าใจ ลดความขัดแย้งได้จริงไหมคะ?
A.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “มันน่าจะเกี่ยวข้องกับการสแกนลายนิ้วมือแล้วเปรียบเทียบบุคคลิกภาพว่าเป็นแบบใด เท่าที่ทราบวิธีการวิเคราะห์ดังกล่าวใช้ฐานข้อมูลจำนวนมากเพื่อที่จะมาวิเคราะห์แล้วจัดกลุ่มดูว่าลายมือแบบไหนมีบุคลิกลักษณะเป็นแบบใด มีจุดเด่นจุดด้อยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การมีสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง รวมทั้งความสามารถพิเศษที่มีอยู่ในตัวเอง ทำให้ทราบศักยภาพของแต่ละคน จากข้อมูลที่ได้นั้นทำให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำมาปรับปรุงสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ริเริ่มการทำงานในแนวทางใหม่ๆ การตรวจดังกล่าวทำให้สามารถค้นพบตัวตนในรูปแบบที่ยังไม่เคยรับรู้ และการตรวจดังกล่าวก็มีคำแนะนำด้วยว่าควรจะปรับปรุงบุคลิกภาพและการทำงานแบบใดเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ถ้ามีเวลาก็น่าจะไปรับการตรวจดู”
He Said / She Said
เอ็มพนักงานบริษัท
“ผมชอบสาวขี้อายนะ ยิ่งถ้าชอบแอบมองเรายิ่งชอบครับ (หัวเราะ) ไม่ชอบสาวซ่าเกินงามเท่าไหร่ ดูไม่ค่อยเป็นผู้หญิงครับ”
อ้อนพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มไฟแรง คิดนั่นคิดนี่ตลอดเวลา เป็นเจ้าพ่อโปรเจกต์ ขยันทำงาน สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็เป็นหนุ่มช่างคิดค่ะ”
Quote
“ดนตรีของฉัน ส่วนมากก็พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับตัวฉันเอง เล่าว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง หรือเล่าว่าฉันคิดอะไร ฉันเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัว เพื่อนๆ ผู้ชายก็มีบ้าง และแน่นอนเรื่องราวชีวิตของฉันเอง”
ลาเลน นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดงอเมริกัน







