
Vintage Bake Shop Blueberry Buckle
เกริ่นไว้ในฉบับแรกของตอน Vintage Bake Shop ว่าเราจะนำเอาสูตรเค้กเก่าแก่ที่ตกทอดมา
โดย...สีวลี ตรีวิศวเวทย์ / ภาพ : Cookool Studio
เกริ่นไว้ในฉบับแรกของตอน Vintage Bake Shop ว่าเราจะนำเอาสูตรเค้กเก่าแก่ที่ตกทอดมาจากอาจารย์เชฟของผู้เขียน ที่นำเอาสูตรที่อาจารย์ทดลองแล้วมาสอนนักเรียน เพื่อให้พวกเรานักเรียนเชฟมีสูตรดีๆ ที่สามารถนำเอาไปประกอบอาชีพได้ ไม่อายใคร
สำหรับสูตรของเราในฉบับนี้ ผู้เขียนเริ่มต้น “ปิ๊งปั๊ง” ในความอร่อย หลังจากที่เชฟสาธิตวิธีทำให้ดูในห้องเรียน ส่งขนมให้พวกเรานักเรียนได้ชิม แล้วต่างติดใจในรสชาติเค้กหอมเนยเข้มข้น และบลูเบอร์รีสดที่อบจนหอมฟุ้งกรุ่นในเนื้อเค้ก เอกลักษณ์ของ Buckle คือ ชิ้นเตี้ยๆ ไม่ค่อยฟูเบา หนักและเข้มข้นหอมมัน สำคัญที่สุดที่แตกต่างจากขนมอบทั่วไป คือ มีด้านหน้าเค้กที่เป็นสีเหลืองทอง ชิมเเล้วจะหนึบๆ หอมๆ คล้ายคาราเมล จากส่วนผสมน้ำเชื่อมที่ทาลงบนหน้าเค้กที่สุกเเล้ว ก่อนนำออกจากเตาอบสัก 10 นาที เพื่อให้น้ำเชื่อมเคลือบด้านบน กลายเป็นคาราเมลบางๆ
หน้าตาเค้กตอนแรกดูเเล้วไม่ค่อยต้องตาต้องใจนัก แต่พอได้ชิมความเข้มข้นที่กินแต่น้อยๆ ชิ้นไม่ใหญ่มากๆ นัก พร้อมด้วยบลูเบอร์รีที่อบแล้ว ความหอมอร่อยมากมายขึ้นกว่าตอนรับประทานผลสดๆ จริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลก บลูเบอร์รีเป็นผลไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่เมื่อผ่านความร้อนแล้ว อร่อยแตกต่างจากแบบสดๆ
สำหรับเบเกอรี่ย้อนยุคของเราคงลืมไม่ได้ที่จะแนะนำเรื่องราว “ความเก๋า” ของเมนู Blueberry Buckle ซึ่งถือได้ว่าเป็นขนมท้องถิ่นที่กล้าพูดได้ว่า มีอเมริกาเป็นต้นตำรับ เพราะบลูเบอร์รีเป็นพืชท้องถิ่นของแถบทวีปอเมริกาเหนือ หรืออเมริกา ที่เราเรียกกันอย่างคุ้นๆ ไม่ว่าจะหลังบ้าน ในสวน หรือพื้นที่รกร้างในสมัยก่อนนั้น มักเห็นกอต้นบลูเบอร์รีขึ้นอยู่เต็มไปหมด
ตามที่เล่าว่า ไม่ว่าบ้านไหนๆ มักมีต้นบลูเบอร์รีอยู่หลังบ้านในสมัยโบราณ ดังนั้น เมื่อเข้าหน้าร้อนเบอร์รีออกผล เเน่นอนว่านอกจากรับประทานสดๆ ก็เป็นหน้าที่คุณแม่บ้านนำมาแปรรูปสำหรับเก็บไว้รับประทาน ประกอบอาหารกันตลอดทั้งปี
หนึ่งในขนมยอดฮิต ได้แก่ พาย คอบเบลอร์ ที่คล้ายกับการทำพายหรือบิสกิต แต่อบไปพร้อมกับผลไม้อย่างพวกเบอร์รีนี่แหละ หากแต่แป้งอยู่ด้านบนไม่สามารถตัดได้เป็นชิ้นสวย แต่จะได้เป็นชิ้นเขละพร้อมตัวแป้งหอมเนยหวานน้อยๆ อยู่ด้านบนพร้อมผลไม้ที่อบจนเละนิดๆ เป็นซอสในตัว
แต่เมื่อพูดถึงขนมที่อบได้เป็นชิ้นๆ ดูสวยงามขึ้นมาหน่อย ไม่ได้กินเป็นของหวาน เเต่อาจรับประทานเป็นอาหารว่าง ชื่อของ Blueberry Buckle ต้องขึ้นมา กรรมวิธีการทำไม่ยุ่งยาก แม่บ้านแค่ผสมๆ เทลงพิมพ์แล้วโรยบลูเบอร์รีลงก่อนอบ ไม่ต้องตกแต่งอะไรมากมาย ถือเป็นขนมหวานสไตล์วินเทจแบบบ้านๆ
เคล็ดลับในการทำ Buckle ที่ผู้เขียนค้นพบ คือ อบให้สุกไวที่สุดจะอร่อยที่สุด เพราะเค้กเนยที่สุกอย่างรวดเร็วจะมีกลิ่นของเนยหอมฟุ้งกว่า พร้อมทั้งบลูเบอร์รีคงรูปร่างไม่เละจนเกินไป
การรับประทานบัคเคิลให้อร่อย หลังจากอบแล้วรับประทานได้เลย พร้อมไอศกรีมวานิลลา หรือจะวิปป์ครีมเบาฟู หากเย็นตัวลงแล้วรับประทานคู่กับชากาแฟเป็นของว่างก็ดี เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องอร่อยกว่าถ้ารับประทานวันรุ่งขึ้น ถ้าไม่แน่ใจเก็บไว้ในตู้เย็นแล้วอุ่นไมโครเวฟให้ร้อนนิดๆ สัก 15 วินาทีก็อร่อยได้ไม่เเพ้อบใหม่
นอกจากบลูเบอร์รีแล้ว buckle สูตรนี้ ยังปรับเปลี่ยนเป็นผลไม้ได้อีกหลายชนิด ที่แน่ๆ อยากให้ลองกับผลไม้บ้านเราอย่างมะยงชิดหรือมะปรางดู พบว่าอร่อยได้ไม่แพ้กับลูกพีชแบบ Southern American Kitchen เลย รับรอง!
Cookool Blueberry Buckle
เนยจืด 1 ถ้วย (เท่ากับ 1 ก้อนขนาดขายบ้านเรา)
น้ำตาลทราย 1.5 ถ้วย
ไข่ไก่ 2 ฟอง
วานิลลา 0.5 ช้อนชา
แป้งอเนกประสงค์ 3 ถ้วย
ผงฟู 2 ช้อนชา
เบกกิงโซดา 0.75 ช้อนชา
เกลือ 0.5 ช้อนชา
นมจืด 1 ถ้วย
น้ำส้มสายชู 2 ช้อนชา
บลูเบอร์รีแช่แข็ง 1.5 ถ้วย
แป้งอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
สำหรับน้ำเชื่อม ละลายเนยจืด เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำตาลทราย 0.5 ถ้วย และน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ที่ไฟรุ่มจนได้เป็นน้ำเชื่อมอุ่นๆ (ไม่ควรทำทิ้งไว้นาน ควรใช้ตอนที่อุ่นๆอยู่)
- หั่นเนยจืดให้เป็นก้อนเต๋าขนาด 1 นิ้วโดยประมาณ
- อุ่นเตาอบไว้ให้ร้อนที่อุณหภูมิ 180C เตรียมพิมพ์โดยทาเนยจืดหนาสักนิด เเล้วโรยแป้งให้ทั่ว เรียงใส่ถาดไว้
- ร่อนเเป้ง ผงฟู เบกกิงโซดาและเกลือเข้าด้วยกัน พักไว้ จากนั้นในถ้วยผสมนมและน้ำส้มสายชู พักไว้
- ตีหรือครีมเนยจืด กับน้ำตาลทรายจนขึ้นฟูประมาณ 6 นาที
- เติมไข่ไก่ (อุณหภูมิห้องเสมอ) ลงไปทีละน้อย พร้อมวานิลลา
- เติมแป้งที่ร่อนไว้สลับกับนมที่ผสมน้ำส้มสายชูไว้ โดยสลับแป้งก่อน เเล้วตามด้วยนม แล้วจบด้วยแป้ง
- ตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ จากนั้นเคล้าบลูเบอร์รีกับแป้งเบาๆ เรียงใส่ด้านบนของ batter ที่หยอดลงพิมพ์เเล้ว
- อบที่ 180C ประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์ สังเกตจากขนมสุกดึงตัวออกจากพิมพ์หรือใช้ไม้จิ้มฟันทดสอบดูเศษเค้กที่ติดขึ้นมา
- จากนั้นใช้แปรงจุ่มน้ำเชื่อมทาลงบนด้านหน้าของขนมที่มีสีน้ำตาลทองให้ทั่ว อบต่อจนน้ำเชื่อมกลายเป็นคาราเมล ประมาณ 5 นาที นำออกมาพักบนตะแกรง ก่อนรอให้อุ่นๆ เเล้วนำออกจากพิมพ์







