
13 เมษา...วันชี้ชะตาแชมป์
เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งดูจากตารางคะแนนตอนนี้ ทีมลุ้นแชมป์ในเชิงปฏิบัติคงเหลือเพียง 3 สโมสร
โดย...มิวโกโตะ
เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งดูจากตารางคะแนนตอนนี้ ทีมลุ้นแชมป์ในเชิงปฏิบัติคงเหลือเพียง 3 สโมสร ได้แก่ ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี และ เชลซี ดังนั้น ผลการแข่งขันบิ๊กแมตวันมหาสงกรานต์นี้ (13 เม.ย.) อาจเป็นวันชี้ชะตาแชมป์ก็เป็นได้
ลิเวอร์พูล – แมนเชสเตอร์ ซิตี
สนาม : แอนฟิลด์
เกมนี้เดิมพันสูงมากสำหรับพลพรรค “หงส์แดง” เพราะหากเก็บชัยได้อีก 4 นัดที่เหลือ ถ้าชนะรวดจะปลดล็อกแชมป์ในรอบ 24 ปีทันที แต่ถ้าแพ้ โอกาสและกำลังใจคงตกไปอยู่ฝั่งแมนฯ ซิตี แบบเต็มๆ หรือหากแบ่งแต้ม เชลซีก็พร้อมคัมแบ็กแจมลุ้นแชมป์อีกครั้ง
เมื่อเป็นเช่นนั้น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือลิเวอร์พูล จึงใช้จิตวิทยากระตุ้นนักเตะโดยการยุให้ลูกทีมช่วยกันคว้าถ้วยพรีเมียร์ชิพ เพื่ออุทิศให้สาวก “เดอะ ค็อป” 96 คนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ฮิลส์โบโร และสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ เอาชนะ “เรือใบสีฟ้า”
“ผมรู้ว่ามีแฟนบอล 96 คนที่อยู่บนฟ้าเชียร์พวกเราอยู่ เราจึงต้องการคว้าแชมป์เพื่อครอบครัวของสาวกลิเวอร์พูล แมนฯ ซิตี แข็งแกร่งเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ดี สิ่งที่เราจะทำ คือ รับมือกับความกดดัน ด้วยการสนุกกับฟุตบอลสไตล์ของตนเอง โดยไม่มีความจำเป็นต้องไปกลัว เพราะเราชนะ 9 เกมติดต่อแล้ว ซึ่งถือว่าเหลือเชื่อมาก” ร็อดเจอร์ส กล่าว
ด้านขุมกำลังถือว่าลงตัว ผู้เล่นที่เจ็บส่วนใหญ่ต่างไม่ใช่แกนหลัก แถมข่าวดีล่าสุด ดาเนียล แอ็กเกอร์ ปราการหลังตัวเก่งของทีมนั้น สลัดอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า กลับมาช่วยทีมแล้ว คาดว่าน่าจะเบียด มามาดู ชาโก กลับไปจับคู่กับ มาร์ติน สเคอร์เทล โดยมี เกล็น จอห์นสัน และ จอห์น ฟลานาแกน เล่นแบ็ก แผงมิดฟิลด์ ประกอบด้วย กัปตัน สตีเวน เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป คูตินโญ ส่วน 3 ประสานแดนหน้าใช้ทริปเปิลเอส ได้แก่ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, ราฮีม สเตอร์ลิง และ หลุยส์ ซัวเรซ
ขณะที่ มานูเอล เปเยกรินี นายใหญ่แมนฯ ซิตี ยันพร้อมแล้วสำหรับการเตรียมตัวลุยกับลิเวอร์พูล โดยกำชับลูกทีมให้จำลองความรู้สึกและเล่นให้เหมือนนัดชิงชนะเลิศ นอกจากนี้ ยังเอ่ยปากชมคู่แข่งว่าสามารถเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้
“พวกเขา (ลิเวอร์พูล) สรรค์สร้างเกมได้น่าตื่นตา หลายเกมถล่มคู่แข่งขาดลอย ซึ่งต่างจากทีมอื่นที่จะเอาชนะเพียงแค่ 1-0 เท่านั้น เราจะหยุดความร้อนแรงของเขาให้ได้ เพื่อเอาใจแฟนบอลของเรา” เปเยกรินี เผย
สภาพความพร้อมถือว่าสมบูรณ์ไม่แพ้กัน โดยทีมเยือนจะขาดเพียง เดยาน นาสตาซิค ปราการหลังชาวเซอร์เบียร์ที่เจ็บยาว คาดว่าเปเยกรินีจะปรับหมากไปใช้ 4-2-2-2 โดยกองหลังใช้ แว็งซองต์ กอมปานี บัญชาเกมรับคู่ มาร์ติน เดมิเคลิส ฟูลแบ็กนำโดย อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ปาโบล ซาบาเลตา แผงมิดฟิลด์หวังพึ่ง ยาย่า ตูเร ห้องเครื่องคนสำคัญ ซึ่งแม้จะเจ็บมาจากเกมที่แล้ว แต่นัดชี้เป็นชี้ตายลักษณะนี้อาจถูกเข็นลง ส่วนหน้าที่สร้างสรรค์เกมเป็นของ แฟร์นันดินโญ, ดาวิด ซิลบา และ ซามีร์ นาสรี โดยมี เอดิน เซโก และ แซร์จิโอ อกูเอโร ลงล่าตาข่าย
ความน่าจะเป็น : ทั้ง 2 เรื่องเกมรุกถือว่าทันกัน โดยลิเวอร์พูลมีสถิติการทำประตูที่ 2.9 ลูกต่อนัด ส่วนทีมเยือนก็มีสถิติหรู 2.7 ทว่าถ้าเทียบกันเรื่องแนวรับเจ้าถิ่นดูจะเสียเปรียบเล็กๆ แต่บิ๊กแมตช์ลักษณะนี้ “หงส์แดง” มักใช้เกมเพรสซิงไล่กดดันคู่แข่ง จนได้ผลมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่ซิตีเอง ดูเหมือนชื่นชอบเกมสวนกลับเร็ว คงเน้นแพ็กเกมเพื่อโต้กลับ ซึ่งวัดกันตามหน้าเสื่อโอกาสเสมอมีสูง แต่บรรยากาศในถิ่นแอนฟิลด์นี่ล่ะ อาจเป็นตัวแปรที่สร้างความแตกต่างของเกม
สกอร์ที่คาด : ลิเวอร์พูล 2-1







