posttoday
‘นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ’ พัฒนาเซรามิกสู่สากล

‘นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ’ พัฒนาเซรามิกสู่สากล

05 เมษายน 2557

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ลูกสาวคนโต “นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ”ทายาทธุรกิจเซรามิก

ดโญ...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ลูกสาวคนโต “นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ”ทายาทธุรกิจเซรามิก ที่จบปริญญาตรี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เอกการออกแบบอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เลือกมาสานต่อธุรกิจที่บ้านเกิด จ.ลำปาง

แม้ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าต้องมารับช่วงต่อจากคุณพ่อนิรันดร์และคุณแม่สุพรรณี เจ้าของบริษัท โฮม พอตเทอรี่ ผู้ผลิตและส่งออกชุดเซรามิกบนโต๊ะอาหารที่มีดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัวและคุณภาพสูง ส่งออกไปยังภัตตาคารหรือโรงแรมขนาดใหญ่ในต่างประเทศ

‘นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ’ พัฒนาเซรามิกสู่สากล

 

“นิจวรรณ” เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวได้ทำพวกเครื่องเซรามิกและมีการถ่ายทอดกันตั้งแต่รุ่นอากง มีโรงงานที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในครอบครัวที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งชามตราไก่ในลำปาง และได้รับการถ่ายทอดมามากกว่า 40 ปี และต่อมาได้ขยายพื้นที่เตาเผาและขยายกิจการมาเรื่อยๆ หรือที่รู้จักกันดีในนามบริษัท กาสะลอง เซรามิคส์ ที่ผลิตเซรามิกเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในรูปแบบต่างๆ

ปี 2544 คุณพ่อคุณแม่ของเธอเห็นโอกาสทางธุรกิจทั้งจากแหล่งวัตถุดิบที่อยู่ใกล้ ความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่ทำต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี พร้อมกับนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาในการผลิตเซรามิก เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูง มีดีไซน์ที่ดูทันสมัยและเหมาะกับการใช้งาน ทั้งหมดนี้เน้นการผลิตและจำหน่ายให้กับลูกค้าที่มีตลาดเฉพาะเจาะจง อย่างโรงแรมหรือภัตตาคารขนาดใหญ่ในต่างประเทศ

‘นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ’ พัฒนาเซรามิกสู่สากล

 

ปัจจุบันบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้ทั้งในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรป รวมถึงนำสินค้าประเภทเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารรายใหญ่ในสหรัฐให้กับบริษัท LIBBY

“แม้ตัวเองกับญาติๆ รุ่นเดียวกันจะถูกแวดล้อมไปด้วยกิจการที่เกี่ยวข้องกับเซรามิกจากเด็กๆ ที่วิ่งเล่น ปั่นจักรยานรอบๆ โรงงาน เด็กโตหน่อยก็ช่วยผู้ใหญ่ติดสติกเกอร์หรืองานเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้กลับมาช่วยงานพ่อแม่ที่บริษัท”

‘นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ’ พัฒนาเซรามิกสู่สากล

 

ด้านพ่อแม่ก็ไม่เคยบังคับ แต่สุดท้ายเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญที่ทำให้มาช่วยเขาสานต่อธุรกิจ ส่วนหนึ่งมาจากต้องทำโครงการที่เลือกในสิ่งที่ใกล้ชิดและเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายสุด ทั้งบุคคลที่ตอบแบบสอบถาม หรือการสัมภาษณ์เชิงลึก

โครงการที่ต้องทำ คือ การสร้างแบรนด์สินค้าขึ้นมา ทั้งโลโก้ ตัวอักษรหรือคุณสมบัติของสินค้า กลุ่มเป้าหมายที่ออกมาต้องมีการวิเคราะห์และสอดคล้องกันได้ดี โดยเธอวางรูปแบบไว้ว่าสินค้าควรจะต้องดูเงา เบา เนื้อดี และมีความแตกต่างจากตลาดของคู่แข่งได้ดี เป็นที่มาของแบรนด์ “เพทาย” (PETYE) หรือชื่ออัญมณีในเก้านพรัตน์ที่มีความสวยและแข็งแรงเหมือนเพชรแต่ราคาสามารถจับต้องได้ไม่เหมือนกับเพชรที่มีราคาแพงเกินไปและยากต่อการเอื้อมถึง

‘นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ’ พัฒนาเซรามิกสู่สากล

 

เมื่อทางบ้านยอมรับจึงเริ่มพัฒนาและทำให้แบรนด์นี้เกิดขึ้นมาอย่างจริงจัง นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้เธอเห็นว่า ควรกลับมาช่วยที่บ้าน

เธอเล่าว่า พ่อกับแม่เป็นต้นแบบที่ดี มีความมุ่งมั่น เปิดโลกการเรียนรู้ เธอจึงคิดว่าควรหาอะไรเติมแต่งให้บริษัทแตกไลน์ ต่อยอดการเติบโต หรือช่วยลดต้นทุนกระบวนการผลิตและเสริมจุดแข็งให้กับสินค้าบริษัทอย่างต่อเนื่อง

“พ่อเป็นคนสอนให้ฝึกวางแผน คิดอย่างเป็นระบบว่าวันนี้ 1 วันข้างหน้า 1 ปีข้างหน้า เราจะทำอะไรบ้าง และพ่อก็เป็นคนสม่ำเสมอในการที่จะคอยกระตุ้นเราว่า เราจะทำอะไร ซึ่งถือว่าช่วยฝึกความเป็นระบบระเบียบให้ จนทำให้เรารู้จักโฟกัสเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของตัวเอง พ่อชอบสังเกต เรียนรู้ สงสัย ชอบดูและเปรียบเทียบว่าทำไมเซรามิกของอังกฤษ ของยุโรปมีความเป็นเอกลักษณ์ สีสวย ก็จะไปค้นคว้าศึกษา และนำมาปรับใช้กับสินค้าของตัวเอง”

‘นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ’ พัฒนาเซรามิกสู่สากล

 

นอกจากนั้น จะเห็นตลอดว่าพ่อกับแม่จะเป็นคนที่กล้าคิดที่จะแตกไลน์หรือต่อยอดทำอะไรใหม่ เพราะนั่นมาจากที่เขาเป็นคนสังเกตหรือเรียนรู้ตลอดเวลา ซึ่งจะไม่ปิดกรอบความคิดเราให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว และเธอมองว่านี่คือมรดกที่เธอได้รับจากพ่อและแม่โดยตรง เพราะทำให้เธอรู้จักสร้างสรรค์อะไรใหม่ตลอด

ขณะเดียวกันแม่ก็จะเป็นคนกระตุ้นหรือสร้างแรงบันดาลใจให้เธออีกคน เพราะแม่จะเป็นกระตือรือร้น รู้และใส่ใจทุกอย่างในกระบวนการผลิตตลอด จนทุกวันนี้สินค้าส่วนใหญ่ของที่บ้านจะเป็นตลาดกลุ่มเฉพาะไป เหมือนแม่จะทำทุกอย่างเพราะเป็นอาชีพ ทำอะไรออกมาจากความตั้งใจ จริงจังและทำไปด้วยความรู้สึก และพยายามถ่ายทอดออกมา ประกอบกับความขยัน หมั่นออกงานนำสินค้าไปขายทั้งในและต่างประเทศ

จากที่เคยพ่วงไปกับแม่ ระยะหลังหากมีออกงานในประเทศใกล้ๆ แม่ ก็จะส่งให้ไปขายคนเดียว โดยให้กำลังใจด้วยคำพูดง่ายๆ ว่า ถ้าแม่ทำได้ลูกก็จะต้องทำได้เช่นกัน

ถึงวันนี้แบรนด์เพทายได้ผลิตออกมาขายให้ลูกค้าได้ 1 ปีแล้ว เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงาม แวววาว นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากอังกฤษคือ Low Profile Glaze Foot มาใช้ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้ขอบด้านล่างของผลิตภัณฑ์ไม่เกิดการเสียดสีจนทำให้โต๊ะเป็นรอย สภาพและรูปร่างมีความคงทน

“เพทาย” มิใช่เป็นความภูมิใจของเธอและครอบครัวคนเดียว เพราะได้รับการยอมรับและตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเธอก็หวังว่าสักวันหนึ่งแบรนด์สินค้าชื่อไทย แต่ภาพลักษณ์และคุณสมบัติเป็นระดับสากล จะก้าวไปสู่แบรนด์ระดับโลกได้ และเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้ บริษัท โฮม พอตเทอรี่ อยู่ระหว่างการเตรียมยื่นเสนอรายการ (ไฟลิ่ง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอในปี 2557 ทั้งหมดนี้ก็เพื่อปรับปรุงระบบการผลิตและลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น

ถ้าวันนั้นมาถึงคงไม่ใช่แค่ครอบครัวเชาว์กิตติโสภณที่จะภูมิใจ แต่คงเป็นคนไทยทั้งประเทศที่จะรู้สึกภูมิใจด้วย เพราะวันหนึ่งเราจะเห็นธุรกิจเซรามิกจากลำปางสู่เวทีระดับโลก

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน