
รูปที่โพสต์นะ ‘ไม่’ เพื่อนแท็กมาน่ะ “โคตะระใช่”
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
ว่ากันว่า เวลาที่เราเอารูปตัวเองอัพลงในอินสตาแกรม หรือเฟซบุ๊ก มักเป็นรูปที่ผ่านการ “ประดิษฐ์” ประดอยให้สวยสดงดงาม ผ่านขั้นตอนจากแอพไม่รู้กี่ขั้น ทั้งปรับแสง ปรับสี เลือกมุม ชูจุดเด่น ลดจุดด้อย เพื่อทำให้ตัวเองดูดีที่สุด แต่มักมาตาย ก็ตอนที่เพื่อนตัวดีดันแท็กรูปที่มีเรามาลงนี่แหละ ช่างเป็นสิ่งที่เจ็บปวดกับความเป็นจริงที่โคตะระจริงที่สุด!
สถานการณ์
“แจม” เป็นคนที่ชอบถ่ายรูปเป็นที่สุด ทุกครั้งที่อัพรูปตัวเองลงในอินสตาแกรม หรือเฟซบุ๊ก ไม่เคยนึกหวั่นว่าตัวเองจะไม่สวยงามสะดุดตาใคร เพราะว่าใช้สารพัดแอพมาช่วยให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ ถึงเพื่อนสนิทหรือเพื่อนที่ทำงานจะชอบล้อว่า แต่งรูปซะจนเว่อร์ หรือท้าว่าแน่จริงให้ลงหน้าสด แจมก็ไม่นึกหวั่น เพราะอะไรที่ทำให้ตัวเองดูดี ย่อมเลือกสิ่งนั้น (แถมนึกในใจว่า แน่จริงคนที่ท้าก็ลงรูปหน้าสดให้ดูก่อนสิ)
แม้ว่ารูปตัวเองจะดูดีแค่ไหน ก็ต้องมาโป๊ะแตกตอนที่อีเพื่อนตัวดีดันแท็กรูปที่ถ่ายกันเล่นๆ มาลงที่หน้าเพจของเรานี่แหละ โป๊ะแตกไม่พอ คนที่เราแอบชอบดันมากดไลค์และคอมเมนต์ใต้รูปอีก จะช็อก! งานนี้เสียเซลฟ์ไปไม่ใช่น้อยๆ จะไปด่าเพื่อนตัวดี ก็นะ ด่าไปก็เท่านั้น แถมมันอาจรู้ว่าเรากำลังแอบชอบใครอยู่ แล้วจะโพนทะนาไปสามบ้านแปดบ้าน ให้ชาวบ้านชาวช่องเขารู้โดยทั่วกัน ยิ่งถ้าคนที่เราแอบชอบรู้ งานเข้าเข้าไปใหญ่
ทางออก
เรื่องแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรอก เพียงแต่การที่เราพยายามทำอะไรบางอย่าง เพื่ออะไรบางอย่าง เรามักพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่หากเกิดความผิดพลาดด้วยฝีมือของคนอื่น แล้วทำให้เรารู้สึกเสียหน้า มันย่อมเกิดภาวะเครียดขึ้นมาได้ในบัดดล ทางออก คือ เราต้องบอกตัวเองว่า ความจริงก็คือความจริง บางครั้งเราต้องยอมรับความจริงว่ารูปที่เพื่อนแท็กมาน่ะ มันคือตัวเรา เพียงแต่เป็นตัวเราในมุมที่ไร้ซึ่งแอพใดๆ มาโอบอุ้มช่วย
ที่สำคัญ มันก็เป็นโอกาสดีไม่ใช่เหรอ คนที่เราแอบชอบ เขาจะได้เห็นตัวตนของเราจริงๆ เห็นแล้วเขายังอยากมีส่วนร่วมด้วยการกดไลค์และคอมเมนต์ ดีเสียอีก ไม่ใช่ไม่ดี เพียงแต่เราอาจรู้สึกไปเองว่า เมื่อเขาเห็นหน้าสดๆ เขาอาจจะไม่ชอบ ซึ่งความจริงแล้วมันอาจไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ ลองลงรูปหน้าสดๆ ด้วยฝีมือเราเอง แล้วดูปฏิกิริยาของคนที่เราแอบชอบ ถ้าเขายังตามมากดไลค์ มาคอมเมนต์ นั่นแสดงว่า เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราหน้าตาเลวร้ายอะไร มั่นใจไปเลย แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น เชื่อสิ!
Ask the Expert
Q: แฟนชอบลบแชตในไลน์ ไม่ยอมเปิดตำแหน่งพิกัดให้เราเช็ก อย่างนี้เราควรทำอย่างไร
A: ผู้เชี่ยวชาญจากสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1667 ให้คำแนะนำว่า ทุกคนมีโลกส่วนตัวที่มีขอบเขตแตกต่างกันออกไป หากเป็นคู่รักที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานนัก ส่วนใหญ่มักจะปกปิดเรื่องส่วนตัวไว้จนกว่าความไว้ใจจะเพิ่มขึ้นตามเวลาและความประพฤติของอีกฝ่าย คุณอาจจะต้องปล่อยเวลาให้รู้จักกันมากขึ้นกว่านี้อีกสักนิด ซึ่งบ้างคนอาจใช้เวลามากกว่า 45 ปี ในการที่จะยอมรับอีกฝ่ายให้เข้ามาอยู่ในโลกส่วนตัวของเขา
แต่หากฝ่ายหญิงเร่งเร้าหรือทำให้เป็นเรื่องใหญ่ก็อาจกระทบความสัมพันธ์ ซึ่งควรใช้การเปิดใจพูดคุยกันให้มากขึ้น เพื่อหาทางออกร่วมกันที่สามารถยอมรับได้ ซึ่งคุณอาจจะให้เหตุผลเรื่องเป็นห่วงความปลอดภัย ไม่ได้ห้าม แต่หากเกิดอะไรขึ้นจะได้หาทางช่วยเหลือกันได้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คู่รักที่ใช้ชีวิตคู่ยืนยาวจะไม่มีความลับต่อกัน หากเวลาเนิ่นนานแล้วยังเหมือนเดิม คุณอาจจะต้องพิจารณาเรื่องความรักของคุณทั้งสองคนอีกครั้งหนึ่ง
He Said / She Said
ตั้มข้าราชการ
“ชอบผู้หญิงลุยๆ ครับ มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่ และสวยสมตัว ไม่ต้องสวยมากแต่ดูมีเสน่ห์ครับ”
เอ๋ยพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มมีอารมณ์ขัน ช่างพูด ช่างคุย ดูมีเสน่ห์ดีค่ะ แต่ถ้าทำงานเก่งด้วยยิ่งดีค่ะ”
Quote
“สิ่งมหัศจรรย์ที่ผมได้เรียนรู้ในวงการภาพยนตร์อเมริกัน คือ ยิ่งหนังเรื่องไหนลงทุนด้วยเงินมากมายมหาศาลเท่าไหร่ คนก็ยิ่งสาปแช่งให้คุณเจ๊ง หรือล้มเหลวมากมายเท่านั้น”
อัลฟอนโซ คูอารอน ผู้กำกับหนังชาวเม็กซิกัน







