
รักและต้องเข้าใจ
โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
สถานการณ์ คุณแม่วัย 70 สุขภาพไม่ดีเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ ลูกๆ รักและหวังดีก็เลยจะระมัดระวังเรื่องอาหารกับท่านมากกว่าปกติ ส่งผลให้ท่านน้อยใจและไม่ให้ความร่วมมือ เพราะสิ่งที่ท่านชอบกินมันมักแสลงกับโรคที่ท่านเป็นอยู่
ทางออก ไม่ว่าเราจะโตแค่ไหน มีความรู้เยอะเพียงใด อายุก็ยังห่างกับพ่อแม่เท่าเดิม อย่าพยายามที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของท่าน ถึงแม้จะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นผลดีต่อโรคเลยก็ตาม เถียงกันไปเราจะเหนื่อยทั้งกายและปวดทั้งใจ ให้ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในชีวิตท่านอย่างเนียนๆ วันนึงที่พ่อแม่เห็นด้วยตัวเองว่า ทำแบบนี้แล้วสบายตัวขึ้น ท่านจะยอมทำเองโดยไม่มีใครเสียฟอร์ม ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ ที่สำคัญเราต้องดูแลพ่อแม่อย่างลูกพึงดู ไม่ใช่อย่างผู้รู้ นักวิชาการ สปอนเซอร์ หรือผู้ปกครอง เพราะอย่าลืมว่าพ่อแม่ทุกคนต้องการความรัก ความอบอุ่น และความเคารพจากลูกมากกว่าอะไรทั้งหมด ถึงแม้บางท่านอาจจะแสดงออกในทางตรงกันข้ามก็ตาม ต้องเข้าใจว่าไม่มีใครอยากป่วย อยากเป็นคนป่วย หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรืออยากเป็นคนแก่ ที่สูญเสียความเคารพตัวเอง อย่าลืมว่ามนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ข้อนี้คนเป็นลูกมักจะมองข้ามมากที่สุด ไม่ว่าท่านจะป่วยหรือแก่ขนาดไหนก็ตาม ท่านมีสิทธิเต็มที่ ที่จะได้รับการปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพจากลูกๆ อย่ายัดเยียดสิ่งที่เราเห็นว่าเหมาะที่สุดกับพ่อแม่โดยท่านไม่เต็มใจ ถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่เลิศเหลือเกินในสายตาเราหรือชาวโลกก็ตาม
หลายๆ คนบ่นให้ฟังว่า หาคนมาดูแลก็ไม่เอา ซื้อเตียงใหม่ให้ก็ไม่ชอบ ทำห้องให้ใหม่ก็ไม่ยอมอยู่ หมอที่เรารู้จักเก่งกว่าตั้งเยอะ ก็ไม่ยอมเปลี่ยนหมอ ฯลฯ ขอให้ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เมื่อความไว้เนื้อเชื่อใจเกิดขึ้น ผู้ใหญ่จะรับความหวังดีจากเราด้วยความเต็มใจเอง การเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถูกดูแล มาเป็นผู้ดูแล ทั้งทางกาย ทางใจ ทางการเงิน เป็นการเปลี่ยนที่อาศัยเวลาและความเข้มแข็งมหาศาล อย่าโทษตัวเอง ถ้าพบว่ามันไม่ง่ายและท้อแท้ คิดถึงหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของพ่อแม่ แล้วจะพบว่าหัวใจของลูกที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนท่าน ไม่ได้ยิ่งใหญ่น้อยไปกว่ากันเลย แบ่งหน้าที่กันกับพี่น้อง หรือคนในครอบครัวให้ชัดเจน จะช่วยลดภาระทางกายและทางใจลงได้เยอะ อย่างน้อยที่สุดก็ลดความตึงเครียดในครอบครัว รวมทั้งลดการดูแลซ้ำซ้อน เช่น การให้ยาซ้ำ อันอาจเป็นอันตรายได้ คุยทิศทางการรักษา และการดูแล กับคนในครอบครัวให้ชัดเจนก่อนคุยกับหมอ
Ask the expert..
Q. ลูกชายวัย 15 ปีติดเพื่อนมาก เริ่มขอไปค้างคืนบ้านเพื่อน แม่ไม่อยากให้ไปก็จะไม่พอใจ เราจะสื่อสารกับลูกวัยรุ่นอย่างไรไม่ให้มีปัญหาช่องว่างหนักใจจริงๆค่ะ
A. พญ.จิราภรณ์ ครุพานิช สูตินรีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว (วัยทอง) โรงพยาบาลเวชธานี เด็กวัยรุ่นในช่วงอายุ 15 ปี มักติดเพื่อนเพราะพูดจากันเข้าใจกันมากกว่า ขณะที่พ่อแม่นั้นอยู่คนละช่วงวัย บางครั้งคุณควรลองสมมติตนเป็นเด็กวัย 15 ปี ว่าจะมีความต้องการเหมือนลูกชายหรือไม่? เพื่อจะได้เข้าใจจิตใจเด็กวัยรุ่นดีขึ้นและจะได้สื่อสารกับลูกวัยรุ่นได้ ควรตามใจและเปิดใจเพื่ออดทนชี้แจงถึงภาวะที่คุณกับลูกอยู่กันมานานถึง 15 ปี ได้มีความรักความเข้าใจกันและกันมาก่อน แต่อย่างไรก็ตามการลดช่องว่างระหว่างกัน ด้วยการเปิดใจให้กันและกันทั้งสองฝ่ายจึงน่าจะเป็นสิ่งที่ดีค่ะ
He Said / She Said
ฮาร์ทธุรกิจส่วนตัว
“ผมชอบผู้หญิงที่เข้ากันได้ทุกเรื่อง คือต้องเริ่มต้นจากการคุยกัน จริงอยู่ว่าผู้หญิงสวยย่อมมีเสน่ห์ แต่ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็ไม่ชอบครับ คือต้องคุยกันถูกคอนะครับ”
เปลนักศึกษา
“อาจจะแปลกสักหน่อยค่ะ คือจะชอบหนุ่มๆ ที่เจ้าชู้นิดๆ ดูมีเสน่ห์ เขาจะบริหารเสน่ห์ของตัวเองเป็น แต่แค่นิดเดียวนะคะถ้ามากไปต้องปวดหัวแน่เลยค่ะ (หัวเราะ)”
Quote
“ไม่ว่าฉันจะอยู่ภายใต้เครื่องสำอางหนาเตอะ หรือว่าเป็นวันที่ไม่ได้แต่งหน้าเลย ฉันก็ยังเป็นฉันคนเดิมนี่แหละ ไม่ได้แตกต่างกันเลย”
เลดี้ กาก้า นักร้อง/นักแต่งเพลงสุดแซ่บ







