
@life
โดย...มัลลิกา
โดย...มัลลิกา
ควันธูปอันตราย!!
จากงานวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โดย “นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์” ประธานกรรมการทุนวิจัย วัณโรคดื้อยา ศิริราชมูลนิธิ หัวหน้าแผนกไอซียู โรงพยาลวิชัยยุทธ ระบุว่า ธูปเป็นเครื่องหอมที่ทำจากขี้เลื่อย กาว น้ำมันหอมสกัดจากพืช ไม้หอม ใบไม้ เปลือกไม้ รากไม้ เมล็ดพืช เรซิน และสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมก็จะพอกอยู่บนก้านไม้
ทั้งนี้ การจุดธูป 1 ตันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเท่ากับ 1 ใน 3 ของน้ำหนักธูป การเผาไหม้ของแต่ละดอกนั้น จะปล่อยสารพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็กต่างๆ มากมาย เช่น ก๊าซมีเทน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ตลอดจนสารก่อมะเร็งต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และบิวทาไดอีน ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภัยเงียบที่แฝงตัวอยู่ในควันธูป ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งในระบบเลือด มะเร็งปอด และมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ หากคนที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ อาจจะทำให้เกิดอาการกำเริบได้
โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคปอด โรคหอบหืด หรือมีอาการเจ็บป่วยจากทางเดินหายใจ ควรงดการใช้ธูป หรือถ้าจะใช้ก็ควรลดปริมาณของธูปลงและควรจุดในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และเมื่อจุดแล้วควรรีบดับ โดยจุ่มน้ำหรือทรายโดยทันที เพื่อเป็นลดการสูดดมเอาควันธูปเข้าสู่ร่างกาย
กินอย่างไรไม่อ้วน
ข้อมูลจาก “อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช” นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา) ระบุว่า ในการป้องกันโรคอ้วน นอกจากจะเป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนวิธีการกินที่จะต้องกินให้ถูกแล้ว ก็จะต้องหาวิธีเพิ่มระบบเผาผลาญควบคู่กันไป มีเคล็ดในการปฏิบัติตัวดังนี้
1.ห้ามอดอาหารมื้อเช้า คนที่งดอาหารเช้าบ่อยๆ จะอ้วนง่ายกว่าคนที่กินอาหารเช้าเป็นประจำ อาหารเช้าที่มีคุณภาพควรมีโปรตีนเล็กน้อย จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดี น้ำตาลในเลือดไม่สูง เช่น เกาเหลาและข้าวซ้อมมือ ก๋วยเตี๋ยวน่องไก่น้ำ ข้าวต้มเครื่อง หรือขนมปังไข่ดาว
2.กินอาหารวันละ 46 มื้อเล็กๆ จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญทำงานตลอดทั้งวัน และลดน้ำหนักได้มากขึ้น การทิ้งช่วงการกินระหว่างมื้อนานเกินไปทำให้ระบบเผาผลาญปรับตัวให้ทำงานช้าลง เพื่อชดเชยกับการไม่ได้กิน แต่ถ้ากินปริมาณมากเกินไป ระบบเผาผลาญจะคิดว่าร่างกายกำลังอดอยาก ก็จะพยายามเก็บพลังงานส่วนเกินทั้งหมดไว้เป็นเสบียงใช้ยามขาดแคลน
3.แต่ละมื้ออาหารหลักควรมีอาหารโปรตีนต่ำอย่างน้อย 6090 กรัม อาหารโปรตีนจะช่วยให้อิ่มง่ายและอิ่มนานขึ้น ไม่ทำให้หิวบ่อย และในการเผาผลาญพลังงานจากอาหารโปรตีน ร่างกายจะต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ในการย่อย เมื่อเทียบกับอาหารคาร์โบไฮเดรตสูง
4.กินธัญพืชไม่ขัดสีประมาณ 1/4 ของมื้ออาหาร เช่น ข้าวกล้อง ข้าวกล้องงอก ลูกเดือย หรืออาจเลือกผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต อาหารในกลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่ร่างกายต้องการมีกากใยอาหารและมีสารแอนติออกซิแดนต์สูงทั้งหมดนี้ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ลดคอเลสเตอรอล และลดความดันโลหิต
5.กินผักให้ได้ประมาณครึ่งจานของมื้ออาหาร เลือกผัก ผลไม้หลากหลายสี ผักมีพลังงานต่ำสุดในบรรดาอาหารทุกหมวด จึงช่วยป้องกันโรคอ้วน และมีกากใยช่วยในการขับถ่าย ลดคอเลสเตอรอล
6.เติมเครื่องเทศรสเผ็ด เครื่องเทศที่มีรสเผ็ด เช่น พริกชนิดต่างๆ สามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้ 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลานาน 30 นาที
7.เลี่ยงหรือลดน้ำตาลของหวาน ขนมขบเคี้ยวและขนมอบ เพราะการกินของหวานในปริมาณมากจะช่วยส่งเสริมให้ระบบเผาผลาญเก็บสะสมไขมันมากกว่าการเผาผลาญไขมันออกไปใช้ นอกจากนี้ น้ำตาลยังเป็นพลังงานส่วนเกินที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้ง่าย
8.ลดอาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมสูง อาหารที่มีเกลือสูงมักแฝงมากับอาหารที่มีไขมันสูง และน้ำตาลหรือแป้งสูง ได้แก่ พิชซ่า เนื้อสัตว์ติดมัน ไส้กรอก เบคอน ฮอตด็อก กุนเชียง เค้ก คุกกี้ เป็นต้น
9.ดื่มน้ำแทนเครื่องดื่มที่มีแคลอรี เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน แอลกอฮอล์ เป็นต้น หากดื่มน้ำน้อยไประบบเผาผลาญจะลดลงเหมือนขาดอาหารเพราะตับจะเก็บน้ำไว้ แทนที่จะใช้ในหน้าที่อื่นๆ
10.ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรที่ปราศจากแคลอรี เช่น ชาอู่หลง ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อ OTPP (Oolong Tea Polymerized Polyphenol) ที่มีฤทธิ์สูง หากดื่มขณะที่กินอาหารจะช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์
เคล็ดลับคนดัง
“การดูแลจิตใจในมุมของผมที่สำคัญ เรื่องของอารมณ์ ความโกรธ เกลียด อาฆาต เคียดแค้น อิจฉาริษยา อารมณ์สีดำเหล่านี้อย่ามี ถ้ามีพยายามกำจัดออกไปให้เร็วที่สุด รีบหาเหตุผลให้อารมณ์งี่เง่าพวกนั้นแล้วกำจัดมันออกไปเลย”
ก้องสหรัถ สังคปรีชา







