
คปภ.คาดกวาดเบี้ย7แสนล.
ปีนี้อุตสาหกรรมประกันทั้งระบบโต12%ประเดิมเดือนแรกวินาศภัยหลุดเป้า
ปีนี้อุตสาหกรรมประกันทั้งระบบโต12%ประเดิมเดือนแรกวินาศภัยหลุดเป้า
คปภ.คาดธุรกิจประกันภัยโต 12% เบี้ยรวม 7.2 แสนล้านบาท
นายอำนาจ วงศ์พินิจวโรดม ผู้ช่วยเลขาธิการสายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบการตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ทาง คปภ.คาดว่าธุรกิจประกันภัยทั้งระบบในปีนี้จะมีเบี้ยรับรวม 7.22 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% สัดส่วนเบี้ยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีจะขึ้นมาอยู่ที่ 5.86% เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 5.4%
ทั้งนี้ แยกเป็นเบี้ยจากประกันวินาศภัย 2.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% และจากประกันชีวิต 4.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ซึ่งเดือนแรกของปีนี้เบี้ยประกันชีวิตเติบโต 13% ตามเป้าหมาย แต่ประกันวินาศภัยมีเบี้ย 1.83 หมื่นล้านบาท เติบโตเพียง 2.4% ต่ำกว่าเป้าหมายมากจากราคาเบี้ยโดยรวมลดลงและภาวะเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม คาดว่าธุรกิจประกันชีวิตจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้ไทยอยู่ในช่วงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อประกันชีวิต รวมทั้งธนาคารพาณิชย์มีการประมาณการว่ายอดปล่อยสินเชื่อจะลดลง ทำให้รายได้หลักของธนาคารลดลง จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารหันมาเพิ่มรายได้จากการขายประกันชีวิตที่เป็นรายได้เสริมเต็มที่
“ปีที่ผ่านมาการขายประกันชีวิตรายใหม่ผ่านธนาคารเติบโตมากกว่าช่องทางการขายผ่านตัวแทน คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การขายประกันผ่านธนาคารจะขึ้นมาเทียบเท่าช่องทางการขายผ่านตัวแทน โดยเฉพาะการขายประกันสะสมทรัพย์” นายอำนาจ กล่าว
นายอำนาจ กล่าวว่า ด้านฐานะการเงินของธุรกิจประกันภัยมีความแข็งแกร่ง โดยธุรกิจประกันชีวิตมีอัตราเงินกองทุนสูงกว่ากฎหมายกำหนดอยู่ที่ 397% ส่วนธุรกิจประกันวินาศภัยมีอัตราเงินกองทุน 400% ซึ่งเป็นผลมาจากมีการชำระค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วมออกไปจำนวนมาก ทำให้หนี้สินลดลง
สำหรับปีนี้ทาง คปภ.จะมีความเข้มงวดในการตรวจสอบและออกตรวจสอบบริษัทให้ได้มากขึ้น จากอดีตที่คนไม่เพียงพอ ซึ่งได้วางแผนไว้ว่า ในการตรวจสอบบริษัทเพื่อประเมินความเสี่ยงจะสุ่มตรวจให้ได้ 15 แห่งในปีนี้ จากปีที่ผ่านมาเพียง 5 บริษัท เพราะคนมีจำนวนไม่พอ และในการตรวจสอบบริษัทตามสัญญาเตือนภัยที่อาจจะพบความผิดปกติให้ได้ 10 บริษัท ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมา 18 บริษัท และการตรวจสอบเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา 7 บริษัท จากปีที่ผ่านมา 10 บริษัท เพราะบริษัทที่เข้าข่าย 2 กรณีหลังมีจำนวนลดลง หลัง คปภ.ได้แก้ไขปัญหาไปมากแล้ว







