posttoday
โยคะ ความคิด ชีวิต ชลิตา เฟื่องอารมย์

โยคะ ความคิด ชีวิต ชลิตา เฟื่องอารมย์

24 มีนาคม 2557

คุณเชื่อในคำพูดที่ว่า “เมื่อถูกที่ ถูกเวลา มันก็จะถูกคนด้วยตัวของมันเอง” บ้างไหมครับ?

โดย...ตุลย์ จตุรภัทรเตย เพ็ญศรี ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

คุณเชื่อในคำพูดที่ว่า “เมื่อถูกที่ ถูกเวลา มันก็จะถูกคนด้วยตัวของมันเอง” บ้างไหมครับ?

สำหรับผม ผมเชื่อโดยไม่ต้องสงสัย ยิ่งได้มาพบกับอดีตนางเอกลูกไม้ใต้ต้นอย่าง “แนนชลิตา เฟื่องอารมย์” ผู้ที่ได้สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับคนที่ไม่ค่อยใกล้ชิดสนิทสนมกับเธอมากนัก นั่นก็คือ เธอฝึกฝนโยคะมาเป็นเวลากว่า 20 ปี มากเพียงพอที่จะมีหนังสือสักเล่มที่จะบอกเล่าถึง โยคะ ความคิด และชีวิตของตัวเธอเอง

และนั่นจึงเป็นการถูกที่ ถูกเวลา ของหนังสือเล่มที่มีขนาดเก๋ไก๋ หน้าปกสวยงามสะดุดตาอย่าง “โยคะ ความคิด ชีวิต ชลิตา” เล่มนี้นี่เอง

“หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นที่ คุณกร สรธัญธรณ์ เพื่อนสนิทได้เปิดสำนักพิมพ์ขึ้น ชื่อว่า ฟาบูลัส (Fabulous) ด้วยความเป็นเพื่อนแนนมานานกว่า 10 ปี เขารู้จึงว่าแนนฝึกโยคะมาโดยตลอด เขาเลยมาปรึกษาแนนว่า ถ้าเขาจะเปิดสำนักพิมพ์ แนนยินดีจะมาเป็นนักเขียนเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเล่มแรกให้แก่สำนักพิมพ์ของเขาไหม ในใจแนนคิดว่าเขาจะทำเล่นๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ทุกคนมารวมตัวประชุมกัน ตกลงว่าเราจะทำหนังสือเล่มนี้กันขึ้นมาจริงๆ หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการซีเรียสเลยค่ะทีนี้ (หัวเราะ)”

ชลิตา เผยว่า เธอและทีมงานเริ่มต้นจากการทำค้นคว้าเกี่ยวกับหนังสือโยคะที่มีอยู่ในท้องตลาด ดูว่ามีใครทำอะไรไปแล้วบ้าง ทั้งรูป ทั้งเรื่อง ทั้งเนื้อหา ทั้งราคา ทั้งสำนักพิมพ์ ดูเพื่อให้ได้ว่าแต่ละคนเขาทำกันยังไง ปรากฏว่าส่วนใหญ่ที่หลายคนทำกัน มักจะเป็นหนังสือสอนโยคะที่สามารถทำได้เองที่ทำงานหรือที่บ้าน

“เราเลยคุยกันว่า เราหันมาทำหนังสือที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้อ่าน จากชีวิตของคนคนหนึ่งที่ตกหลุมรักอะไรสักอย่างเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปี กันดีกว่า นั่นก็คือ การฝึกฝนโยคะของแนนเอง เพื่อที่ผู้อ่านจะได้เรียนรู้ว่า แนนได้ทำอะไรบ้าง ผลที่ได้รับคืออะไร รวมทั้งแนนตั้งใจอยากถ่ายทอดมุมมองความคิดผ่านการฝึกฝนโยคะให้แก่ผู้อ่านด้วย”

หากจะเขียนหนังสือเล่มนี้ให้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโยคะล้วนๆ ชลิตา เผยว่า มันคงจะดูน่าเบื่อจนเกินไป เธอเลยตั้งใจนำเอาส่วนหนึ่งของชีวิต มุมมองความคิด มาผสมผสานกับเรื่องโยคะ “แนนคิดว่าแต่ละช่วงในชีวิตของแนนไม่เคยมีช่วงไหนที่ห่างหายไปจากโยคะเลย แนนก็จะเลยเลือกเอาบางส่วนมาลิงค์เข้ากับเรื่องโยคะ อย่างช่วงที่ชีวิตมีมรสุมหนัก มีปัญหารุมเร้า แนนก็ไปเรียนโยคะร้อนเพื่อฝึกฝนจิตใจ เป็นต้น เพียงแต่ว่าเนื้อหาเราอาจจะทำให้มันดูสนุกขึ้น จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ ของแนนเองนั่นแหละค่ะ”

สำหรับชื่อหนังสือ ชลิตา เผยว่า ตอนแรกเกือบจะชื่อ โยคะ 360 องศา แต่เธอก็รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ เลยคิดใหม่เป็นชื่อภาษาอังกฤษ แต่สุดท้ายก็เลือกเป็นภาษาไทย เพราะเราคิดว่าขายคนไทย ควรทำให้ชื่อเป็นภาษาไทยที่ชัดเจนและบอกสิ่งที่เธออยากบอกแก่ผู้อ่าน

“เราอยากได้ชื่อที่มันชัดเจน ชื่อที่มันขายความเป็นตัวเราได้จริงๆ สำหรับชื่อที่ได้ก็มีความหมายชัดเจนในตัว ไม่ต้องแปลความให้ยุ่งยาก ทั้งเรื่องโยคะ เรื่องความคิดที่สะท้อนออกมา เรื่องชีวิต เรื่องที่เป็นตัวของแนนเอง นอกจากนี้ ทุกอย่างที่มีในเล่มต้องยกความดีให้คุณกรเลย เขามีไอเดีย มีความคิด ที่จะดีไซน์ให้หนังสือของเราออกมาได้โดดเด่น โดยเฉพาะปกหนังสือ เขาบอกกับแนนว่า เขาไม่อยากได้คนเล่นโยคะที่ใส่ชุดโยคะ เขาเลยถามแนนว่า แนนใส่ส้นสูงเล่นโยคะได้ไหม แนนตอบว่าได้สิ ทีนี้แหละ เขาเลยครีเอตให้แนนใส่ชุดราตรี ใส่ส้นสูง ทำท่าโยคะถ่ายออกมาเป็นปก แนนพูดกับเขาว่ามันยากไปหรือเปล่า แต่เขาตอบกลับมาว่า ฉันเชื่อว่าเธอทำได้ ขอบอกว่าชุดราตรีที่เห็นบนปกหนังสือ คุณกรได้แรงบันดาลใจจากแม่บ้านมีหนวด ซึ่งสั่งตัดทำขึ้นมาใหม่ งานนี้ต้องขอบคุณแม่บ้านมีหนวดด้วยที่เป็นดั่งแรงบันดาลใจของคุณกรจนออกมาเป็นปกหนังสือย่างที่เห็น (หัวเราะ)”

ท้ายที่สุด สิ่งที่ผู้หญิงชื่อชลิตาคนนี้ มีความมุ่งหวังมากที่สุด คือ เธอปรารถนาจะเป็นดั่งคนที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นด้วยการฝึกฝนโยคะของเธอเอง “แนนพูดได้เลยว่า แนนไม่ใช่คนเก่ง ฝึกฝนโยคะก็เช่นเดียวกัน แนนไม่ได้เก่งมาตั้งแต่แรกเริ่ม ทุกอย่างมันต้องใช้การฝึกฝน ใช้ความอดทน เราต้องเอาชนะความกลัว และไม่ยอมแพ้”

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน