posttoday
คำตอบอยู่ในคำถามหากรู้จักพิจารณา!!

คำตอบอยู่ในคำถามหากรู้จักพิจารณา!!

16 มีนาคม 2557

ปุจฉา... เมื่อไหร่บ้านเมืองจะสงบสุข ...ไม่วุ่นวาย!?

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา... เมื่อไหร่บ้านเมืองจะสงบสุข ...ไม่วุ่นวาย!?

วิสัชนา... เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในห้วงเวลาที่อากาศกำลังผันแปร จากหนาวสู่ร้อน ...จากร้อนสู่ภาวะแห้งแล้ง อะไรๆ จึงไม่ค่อยน่าอภิรมย์ชมชื่นนัก ยิ่งมาพบกับคำถามที่ว่า ...เมื่อไหร่บ้านเมืองจะสงบ ...เมื่อไหร่ชาวนาจะพบความสุข ขายข้าวไปแล้ว ได้เงินมาครบ ...เมื่อไหร่จะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ...เมื่อไหร่การเมืองจะผ่านพ้นวิกฤต ฯลฯ ก็ยิ่งรู้สึกแห้งแล้งหนักเข้าไปอีก เพราะคำถามเหล่านี้ได้สะท้อนรูปธรรมแห่งปัญหาที่ยังดำรงอยู่ อันยากที่จะแก้ไขให้จบลงไปได้ในทันทีทันใด ด้วย เหตุปัจจัย หลายอย่างที่อิงอาศัยก่อตัวสืบเนื่องรูปปัญหาให้ดำเนินอยู่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม บนหลักความจริงที่ว่า ในวิถีแห่งการก่อรูปส่งสืบตัวเป็นกระแส ย่อมมีความขาดสูญ จบสิ้นสลายไป ควบคุมอยู่เสมอ... นั่นหมายถึง สภาวธรรมทั้งปวงที่ก่อตัวเกิดขึ้นมา ย่อมอยู่ภายใต้อำนาจของความดับไป... ดังนานาปัญหา หลากหลายเรื่องราวที่ก่อเกิดขึ้นมาได้ ก็ย่อมดับสิ้นไปได้เป็นธรรมดา... ปัญหาจริงๆ ของสภาวธรรมหรือรูปปัญหาทั้งหลาย จึงมิใช่อยู่ที่ว่า... เกิดมีขึ้นมาแล้ว ไม่ดับสิ้นไป แต่สิ่งที่นำไปสู่ปัญหาให้ไม่หมดสิ้นนั้น เพราะมีการส่งสืบต่อปัญหาให้มีเกิดดับ ...เกิดดับ ...เกิดดับ สืบเนื่องส่งต่อกันไปอย่างไม่ยอมให้หมดเชื้อปัญหา จนมีการกล่าวกันว่า.. อย่าคิดว่าจะจบปัญหาในชีวิต ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ดวงนี้!!

เอาหล่ะ! ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร ...มีทิฏฐิเป็นอย่างไร!! แต่สิ่งหนึ่งที่ควรคิดแนววิถีพุทธจากเรื่องดังกล่าว คือ... การอยู่ร่วมกับปัญหาที่มีอยู่ในโลกอย่างไม่เป็นปัญหา ตรงนี้แหละที่ควรคิดพิจารณาว่า แล้วเราจะบริหารจัดการชีวิตอย่างไร ให้ไม่เป็นปัญหากับการอยู่ร่วมเผชิญกับปัญหามากมายอันเป็นธรรมดาของโลกนี้ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องที่ว่า สภาวธรรมทั้งหลายในโลก มันเป็นเช่นนี้... มันไม่เปลี่ยนไปจากนี้ และจะไม่แปรเป็นอย่างอื่น ซึ่งนั่นหมายถึง เราจะเกิดดับอีกกี่ล้านๆ ครั้ง หากได้อัตภาพการเป็น สัตว์โลก ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ นานา อย่างเป็นปกติ ...ปัญหาจึงไม่เคยหยุดตัวมันเอง เพราะจะต้องปรับสภาพรักษารูปปัญหาให้เป็นไปตามวิสัยแห่งโลก...

พระพุทธศาสนาจึงมีแนวคำสอนให้เข้าถึงการบริหารชีวิตให้เราอยู่กับโลกที่มากไปด้วย สรรพปัญหา ด้วยการอยู่อย่างหิ้วโลก อย่าอยู่อย่างแบกโลก... หามโลก... ซึ่งหมายถึง การดำเนินชีวิตไปในโลก โดยพร้อมปล่อยวางโลกในทุกขณะ เพื่อการเกี่ยวข้องไปกับโลก ที่พร้อมละความเกี่ยวพันในทุกขณะ... ไม่ลุ่มหลง ยึดถือยึดมั่น เป็นการดำรงอยู่กับโลกอย่างเข้าใจโลก.. ไม่ประมาทในโลก... ไม่ยินดีในโลก พร้อมสละละทิ้งขาดจากโลก... หากแต่เมื่อยังต้องเกี่ยวข้องกัน ก็ให้เป็นไปอย่างมี สติปัญญา โดยพลิกกลับวิกฤตให้เป็นโอกาส อาศัยความเข้าใจอย่างประจักษ์ในสาเหตุแห่งปัญหาเหล่านี้แหละกลับมาสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต เพื่อดำเนินไปอย่างไม่หวั่นไหวใน โลกกระแส ด้วยการรู้ให้จริง เข้าให้ถึงรากเหง้าของความจริงแห่งปัญหาเหล่านั้น... เพื่อเข้าให้ถึงความจริงแท้แห่งรากเหง้าของโลก ดังที่พระพุทธศาสนาได้สั่งสอนให้ศึกษา ความจริงอันประเสริฐ จากโลกนี้ ที่ย่อรวมลงเหลือ รูปนามหรือขันธ์ ๕

การพลิกกลับมามองโลกอย่างเข้าใจ เพื่อเข้าให้ถึงมูลเหตุแห่งโลกหรือปัญหานั้นๆ จึงเป็นกระบวนการศึกษาปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา โดยอาศัยการสร้าง สติปัญญา เป็นเครื่องมือในการศึกษาให้รู้แจ้งเห็นจริงในปัญหาเหล่านั้น ด้วยคติธรรมที่เชื่อมั่นว่า ...เมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับ ...เมื่อมีมืดก็ต้องมีสว่าง เมื่อมีสิ่งหนึ่งผูกก็ต้องมีอีกสิ่งหนึ่งแก้... ชีวิตย่อมมีสองด้านควบคู่กันเสมอ หลักการมองให้รอบด้าน จนรู้แจ้งหมดจด ด้วยการรู้จักพิจารณาโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) จึงเป็นกระบวนการศึกษาในพระพุทธศาสนา เพื่อการสลายสิ้นซึ่งปัญหาทั้งปวง อันเกิดจากความไม่รู้จริงและการเห็นผิดไปจากความจริง...

เมื่อไม่รู้จริงเห็นผิดไปจากความจริง จึงนำไปสู่การดำริผิด การปฏิบัติผิด ให้รับผลจากความผิดที่ปฏิบัตินั้น... จึงไม่จบไม่สิ้นปัญหา... ปัญหาจึงส่งต่อสืบเนื่องปัญหาไปไม่รู้จบสิ้น ทั้งนี้เพราะการกระทำที่ไม่ยอมให้จบปัญหา ซึ่งแม้เราอยากจะจบปัญหา เรียกร้องวิงวอนขอยุติปัญหา แต่การกระทำสวนทางกับความต้องการที่เรียกร้อง... จึงยากที่จะได้ผลตามต้องการ... ปัญหา... ความทุกข์... ความไม่สงบ เภทภัยทั้งหลาย จึงไม่เคยหมดสิ้น มิหนำซ้ำ ยังก่อตัวให้เติบโตยิ่งขึ้น จนเกิดความหวั่นไหวอย่างรุนแรง ให้วิตกกังวลอย่างหนัก จนสิ้นความคิดที่จะลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาเพื่อการขจัดความทุกข์ ทำให้สิ้นไปซึ่งความวุ่นวายทั้งปวง...

ปัญหาจึงยังดำรงเสถียรภาพสืบเนื่องอยู่ต่อไปอย่างน่าสนใจศึกษา... เพื่อรอคอยใครสักคนหนึ่งมาศึกษาให้เข้าใจถึงมูลเหตุที่แท้จริง อันก่อให้เกิดปัญญาเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้จบสิ้นอย่างถูกต้องโดยธรรม เพื่อตัดกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงส่งต่อก่อรูปปัญหาให้จบสิ้นไป ซึ่งบุคคลดังกล่าวต้องพรั่งพร้อมด้วยสติปัญญาและบารมีธรรม จึงจะสามารถนำพาสังคม ประเทศชาติ ออกจากวิกฤตการณ์แห่งปัญหานานาชนิดที่รุมเร้าอยู่ได้ ด้วยอำนาจธรรมที่เกิดขึ้นในจิตใจของ เอกบุคคล ผู้มีความสมบูรณ์พร้อมด้วย สัมมาทิฏฐิ.... อันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากรู้จักเข้าใจเข้าถึง หลักธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง!!

เจริญพร

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้