
มาตรฐานวิชาชีพ & ชุมชนของคนทำหนังสือ
หากคุณเป็นนักเขียน นักแปล นักวาดภาพประกอบ บรรณาธิการ นักพิสูจน์อักษร
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร
หากคุณเป็นนักเขียน นักแปล นักวาดภาพประกอบ บรรณาธิการ นักพิสูจน์อักษร หรือคอมพิวเตอร์กราฟฟิก คุณเคยนึกฝันไว้บ้างไหมว่า เมืองไทยน่าจะมีแหล่งชุมชนของคนทำอาชีพหนังสือ เพื่อมาพบปะสังสรรค์กัน มาแลกเปลี่ยนผลงานกันและกัน ที่สำคัญเป็นตลาดอาชีพที่ผู้ว่าจ้างกับผู้ประกอบอาชีพด้านหนังสือได้มาพบเจอ รู้จัก และว่าจ้างไปทำงาน ก่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้
นอกจากนี้ คุณยังเคยนึกฝันให้สูงขึ้นบ้างไหมว่า ถ้ามีการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพทางด้านหนังสือ เพื่อจัดระดับความสามารถและประสบการณ์การทำงานของคนในอาชีพนั้นๆ โดยไม่แคร์วุฒิการศึกษา เพื่อเป็นตัวกำหนดว่า เรามีความสามารถในระดับใด สมควรได้รับค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินเท่าใด และเมื่อแข่งขันกับตลาดอาเซียน เราสามารถแข่งขันได้ เพราะเรามีระดับมาตรฐานคุณวุฒิเป็นตัวการันตี
คำถาม คือ คุณคิดว่าความคิดฝันนี้ เป็นได้แค่ความคิดฝัน หรือมันกำลังจะเป็นความจริง คำตอบ คือ มันเกิดขึ้นจริงๆ แล้วครับ โดยผู้ริเริ่ม คือ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย
โครงการเว็บไซต์ Thai Book Society
ดนุพล กิ่งสุคนธ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอดีซี พรีเมียร์ และบริษัท ไอสแควร์ เปิดเผยว่า www.thaibooksociety.com คือชุมชนของคนทำหนังสือ อีกทั้งยังเป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมข้อมูลความรู้ทุกแขนงของการทำหนังสือทั้งศาสตร์และศิลป์ให้เป็นฐานข้อมูลของการทำหนังสือ อีกทั้งยังเปิดเป็นพื้นที่ให้สามารถแลกเปลี่ยนประเด็นต่างๆ ในทุกองค์ประกอบของธุรกิจหนังสือ และยังเป็นศูนย์กลางของการจ้างงานจากผู้ประกอบการได้อีกด้วย
“เราเห็นว่าบุคลากรของวงการหนังสือมีเยอะมาก แต่ระเหเร่ร่อนไปหมด เราเลยเกิดไอเดียว่า เราน่าจะดึงคนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในที่เดียวกัน ให้เขามีที่สิงสถิต (หัวเราะ) สำนักพิมพ์ไหนขาดบุคลากร ไม่ว่าคนจัดรูปเล่ม พิสูจน์อักษร วาดภาพประกอบ นักเขียน นักแปล หรือบรรณาธิการ ก็จะได้เข้ามาหาในเว็บไซต์นี้ คนทำงานที่ไม่รู้ว่าจะหาช่องทางไหนในการนำเสนองาน ก็เข้ามานำเสนอในเว็บไซต์นี้ได้”
ด้วยความตั้งใจอยากให้เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานได้ง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว ดนุพลและทีมงานจึงออกแบบการใช้งานคล้ายเฟซบุ๊กและบล็อกต่างๆ
“อย่างไรเราก็มีการตรวจสอบข้อมูลด้วย เพื่อให้รู้ว่าคุณมีตัวตนอยู่จริง โดยเราตรวจสอบผ่านอีเมลของคุณ เมื่อสมัครแล้วคุณก็สามารถใส่ประวัติ ผลงาน รูป ความถนัด เช่น เขียนได้ วาดได้ ทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิกได้ ถ่ายภาพได้ อีกทั้งยังสามารถนำเสนอทักษะพิเศษที่คุณมีแต่คนอื่นไม่มี เพื่อความน่าสนใจของตัวคุณเองได้”
สำหรับเว็บไซต์นี้ นอกจากจะเป็นเว็บไซต์ที่ทำให้งานที่เหมาะสมกับคน คนที่เหมาะสมกับงาน มันยังเป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอกฎหมายลิขสิทธิ์ให้คนได้เรียนรู้กันด้วย เนื่องจากคนทำงานด้านหนังสือยังเรียนรู้เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์น้อยเกินไป ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ควรต้องเรียนรู้กันให้มากที่สุด
“นอกจากนี้ เรายังตั้งใจว่า เว็บไซต์ของเราจะพัฒนาไปในระดับอินเตอร์ ที่นำเสนอแบบสองภาษา แต่เบื้องต้นขอเป็นเว็บภาษาไทย เพื่อดึงคนไทยก่อน เมื่อพร้อมแล้วเราจะได้พัฒนาต่อไป เพื่อให้นักแปล บรรณาธิการงานแปล ได้นำเสนอผลงานที่เป็นภาษาอังกฤษ”
ดนุพล ย้ำว่า เว็บไซต์นี้ไม่ขอแตะเรื่องราคาค่าตัว เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการจับคู่คนจ้างงานกับบุคลากรเท่านั้น ส่วนใครจับคู่ใครได้ ก็ไปตกลงคุยเรื่องราคาการทำงานกันเอง
“เราจะเปิดตัวเว็บไซต์นี้ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 42 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 12 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 มี.ค.-7 เม.ย. ที่ใกล้จะถึงนี้ ใครที่สนใจเดินมาสมัครได้ที่บูธของเราในงานสัปดาห์หนังสือนี้ได้ครับ หรือเข้าไปสมัครด้วยตนเองได้ตามเว็บไซต์ที่ได้แจ้งไปในช่วงต้น”
โครงการมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพทางด้านหนังสือ
สุชาดา สหัสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พาส เอ็ดดูเคชั่น กล่าวว่า โครงการมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพทางด้านหนังสือ นี้ เป็นโครงการที่สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย จับมือกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และองค์การอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ ทั้งในส่วนของต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
“เราได้ร่วมมือกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ชมรมนักวาดภาพประกอบ ฯลฯ ทั้งในภาควิชาการและภาพวิชาชีพ มาระดมความเห็นและวิธีการประเมินอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวสู่การพัฒนาคุณวุฒิวิชาชีพ และร่วมสร้างมาตรฐานวิชาชีพใน 6 กลุ่มอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักแปล นักวาดภาพประกอบ บรรณาธิการ นักพิสูจน์อักษร และคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เพื่อยกระดับทุกห่วงโซ่ของธุรกิจหนังสือในอนาคต”
สุชาดา เผยว่า เป้าหมายหลัก คือ การสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจหนังสือในประเทศไทย เพื่อที่จะได้เติบโตอย่างยั่งยืน มั่นคง และพร้อมที่จะก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับสากล หลังเปิดประชาคมอาเซียนได้
“กลุ่มอาชีพทั้ง 6 ในวงการหนังสือ โดยส่วนใหญ่เก่ง มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญสูง แต่หากเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว ปัญหาที่น่าเป็นห่วง คือ เราไม่มีมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพที่เป็นตัวบ่งบอกว่าคุณอยู่ในระดับใด มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน การที่มีโครงการนี้ขึ้นมา ก็เพื่อสร้างมาตรฐานของบุคลากร เพื่อทำการแข่งขันในระดับอาเซียนได้ เพราะประเทศอื่นๆ ในแถบอาเซียนเขามีมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพกันไปแล้ว”
สำหรับมาตรฐานวิชาชีพทางด้านหนังสือ จะต้องมีการสมัครเพื่อสอบวัดระดับ โดยสุชาดา ระบุว่า จะมีการวัดระดับ 7 ระดับ ด้วยแบบทดสอบตามแต่ละกลุ่มอาชีพ ซึ่งไม่เหมือนกัน
“หน้าที่สำคัญของเรา คือ เราต้องค้นหาว่าอะไรคือมาตรฐานของวิชาชีพทั้ง 6 แล้วการทดสอบ ทดสอบด้วยอะไร แบบทดสอบเป็นยังไง เราจึงระดมพลจากทั้งนักวิชาการ เจ้าของสำนักพิมพ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และตัวแทนจากสมาคมต่างๆ มาร่วมกันกำหนดมาตรฐานและกำหนดแบบทดสอบ พอเราได้มาตรฐานตรงนี้ เราต้องทำประชาพิเคราะห์ เพื่อให้สาธารณะได้รับรู้ และช่วยกันตรวจสอบ เพื่อค้นหามาตรฐานที่ยอมรับกันได้”
สุชาดา เชื่อว่า คนที่ทำงานในกลุ่มอาชีพทั้ง 6 นี้ เมื่อมาทดสอบวัดระดับ เขาจะได้รู้ว่าเขามีมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพในระดับใด เขาจะได้มีเป้าหมายต่อไปว่า การจะก้าวไปสู่ในระดับที่สูงขึ้น เพื่อโอกาสและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานด้วยวิธีการอย่างไร นั่นคือการไปพัฒนาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่ออีก 3 ปีจะได้มาสอบวัดระดับใหม่
“การสอบวัดระดับ มันเป็นตัวทำให้บุคลากรนั้นรู้ว่า เขาอยู่ระดับไหน จะต้องพัฒนาตัวเองเพื่อมายกระดับตัวเองให้สูงขึ้นอีก 3 ปีได้อย่างไร”
สุชาดา เปิดเผยว่า คุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะมาการสอบวัดระดับ ไม่เกี่ยวกับวุฒิการศึกษา แต่ผู้มาสมัครสอบมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านกลุ่มอาชีพใน 6 กลุ่มนี้ ก็มาสอบวัดระดับได้เลย
“บางคนทำงานมากกว่า 1 กลุ่มวิชาชีพ ก็มาสมัครได้ตามที่ตนเองต้องการ ที่สำคัญมันส่งผลไปถึงการกำหนดราคาค่าตัวหรือรายได้ที่เป็นมาตรฐาน ว่าคุณได้ระดับไหน คุณจะสามารถได้รายได้อยู่ในเกณฑ์ใด มันดีทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ว่าจ้างงานและบุคลากรทำงาน และการวัดระดับมันบ่งบอกได้ว่า เมื่อผู้ว่าจ้างงานรับคนนี้เข้ามาทำงานแล้ว ไม่ต้องไปสอนงานอีก รับมาแล้วทำงานได้เลย การสอบวัดระดับจึงการันตีมาตรฐานการทำงานของบุคคลนั้นๆ ว่าเขามีความสามารถด้านนั้นๆ มากน้อยเพียงใด”
นอกจากนี้ ผู้ว่าจ้างงานจะได้รู้ว่าใครมีความสามารถมากกว่าใคร ใครน่าสนใจกว่าใคร ทำให้เขาตัดสินใจว่าจ้างบุคลากรได้ง่าย พุ่งเป้าได้ชัดเจนว่าคนนี้เหมาะสมกับงาน ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับกันได้ ไม่ต้องลองใจถามกันเรื่องราคาค่าตัว
“โครงการนี้เป็นตัวพิสูจน์ว่า คนทำงานที่เป็นตัวจริง ย่อมต้องได้รับการการันตี ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ทำงานที่ไทย หรือต่างประเทศ เขาจะได้รับการยอมรับในวิชาชีพของเขา รวมทั้งได้รับมาตรฐานในเรื่องรายได้ที่ยอมรับได้ ที่สำคัญที่สุด ระดับมาตรฐานวิชาชีพของคุณสามารถเลื่อนขั้นได้ ซึ่งหมายถึงการเลื่อนขั้นของคุณภาพชีวิตของคุณด้วย ซึ่งโครงการนี้จะพร้อมสอบวัดระดับภายในปีหน้า เอาเป็นว่า ในปีนี้เราจะพยายามทำมาตรฐานของโครงการนี้ให้ดีที่สุด โดยเชื่อว่ามันจะเป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจหนังสือมีคุณภาพอย่างยั่งยืนและมั่นคง”







