
ผิดมั้ย? ไม่มีสังคมกับเพื่อนร่วมงาน
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่บางคำว่า “สังคม” ก็มีคำจำกัดความไม่เหมือนกัน ว่ากันตามหลักสังคมวิทยา สัตว์สังคม
โดย...คุณหนูอี๊
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่บางคำว่า “สังคม” ก็มีคำจำกัดความไม่เหมือนกัน ว่ากันตามหลักสังคมวิทยา สัตว์สังคม หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่มีความสัมพันธ์ติดต่อกับสมาชิกตัวอื่นๆ ในสปีชีส์เดียวกันถึงจุดที่เรียกว่ามีเป็นระบบสังคมที่เป็นเอกลักษณ์ พูดให้ง่ายคือ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจอยู่คนเดียวบนโลก ต้องมีการสื่อสารกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน คำถามคือ การสื่อสารที่ว่า ต้องไปถึงระดับไหน กลุ่มใหญ่ขนาดไหน ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนหนึ่งคนต้องมีเพื่อนฝูงมากมายขนาดไหน มีสังคมกี่กลุ่มที่ต้องร่วมเป็นสมาชิก
สถานการณ์ มาลี ครีเอทีฟสาว รู้สึกตะขิดตะขวงในทุกครั้งเวลาที่เพื่อนร่วมงานในแผนกคุยกันถึงปาร์ตี้หลังเลิกงานหรือปาร์ตี้ในช่วงวันหยุด แรกๆ เพื่อนจะชักชวนมาลีและคะยั้นคะยอให้ไปด้วยกัน แต่พอมาลีปฏิเสธบ่อยๆ เข้า คำชวนที่เคยสร้างความลำบากใจให้เธอเมื่อต้องบอกปัด กลับกลายเป็นความรู้สึกไร้ตัวตนอย่างบอกไม่ถูก เมื่อหลังๆ ไม่มีใครเอ่ยปากชวน แถมเธอยังอึกอัดทุกครั้งที่เพื่อนๆ เอางานปาร์ตี้มาเป็นหัวข้อในการพูดคุย
ทางออก มาลี ต้องลบความคิดลบๆ ของตัวเองออกไปก่อน ก่อนอื่นเพื่อสร้างใจเป็นสุข มาลีต้องปรับความคิด มองอีกมุมว่า เพื่อนร่วมงานอาจจะไม่ได้มองข้ามเธอ แต่ไม่อยากให้เธอลำบากใจที่ต้องปฏิเสธบ่อยๆ ต่อมา คือ มาลีต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า อะไรทำให้เธอไม่อยากไปร่วมสังสรรค์นอกเวลางานกับเพื่อนๆ ถ้าเธอไม่ได้มีภาระที่ต้องรีบกลับมาดูแลบ้าน หรือต้องไปทำธุระอย่างอื่น ไม่แน่ว่าการออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ อาจไม่เรื่องเหล้ายา เรื่องไร้สาระเสมอไป บางครั้งอาจมีไอเดียใหม่ๆ เข้ามาด้วยไม่รู้ตัว หรือที่แน่ๆ มาลีอาจได้สร้างมิตรภาพใหม่ๆ โดยไม่รู้ตัว เพราะเพื่อนบางคนเวลาอยู่ที่ทำงานกับอยู่ที่บ้านก็ไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่านัดครั้งหน้า มาลีน่าจะลองไปร่วมแจมกับเพื่อนๆ อาจไม่จำเป็นต้องไปด้วยทุกครั้ง แต่ไปร่วมในโอกาสพิเศษๆ ก่อนก็ได้
สถานการณ์ กะรัตเบื่อที่ทำงานมากๆ เช้ามาไม่อยากไปทำงาน ไม่ใช่เพราะเบื่องาน แต่เบื่อสังคมในที่ทำงาน เธอรู้สึกว่าทำงานมา 6 เดือนแล้ว เธอยังต้องไปกินข้าวกลางวันคนเดียว เลิกงานก็ไม่มีกิจกรรมอื่น นอกจากตรงดิ่งกับบ้าน ไปสัมมนาประจำปีกับบริษัทก็แสนน่าเบื่อ ไม่มีเพื่อนที่เข้าขาพอจะให้เมาท์ให้ไปไหนไปกันได้เลย
ทางออก ถ้าคิดว่าชอบงานที่นี่และอยากจะอยู่ทำงานที่นี่ไปนานๆ กะรัตก็ต้องทลายกำแพงและสร้างมิตรในที่ทำงานให้ได้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่มีใครสามารถอยู่คนเดียวบนโลกนี้ได้ ทางที่ดีกะรัตควรเลือกผูกมิตรกับเพื่อนร่วมงาน เริ่มจากทะลายกำแพงที่ล้อมรอบตัวเอง เช่น เพื่อนคนนี้ใช้แบรนด์เนมทั้งตัว ต้องดูอวดรวยแน่ๆ หรือเพื่อนอีกคนดูเจ้าระเบียบ ขี้บ่น ต้องเป็นพวกเจ้ากี้เจ้าการแน่ๆ กรอบความคิดในใจเหล่านี้ เปรียบเหมือนประตูที่ปิดโอกาสในการเข้าหาคนของกะรัต
หลังจากทะลายกำแพงรอบตัวได้แล้ว กะรัตต้องสำรวจตัวเองว่ามีพฤติกรรมช่างหลบชอบเลี่ยงหรือไม่ ประมาณว่าเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังเดินสวนมา ด้วยความไม่อยากทัก เลยอ้อมไปอีกทางจะดีกว่ามั้ย ถ้ากะรัตเลือกที่จะเป็นฝ่ายทักทายก่อนด้วยคำพูด หรือรอยยิ้มก็ได้
Ask the expert
Q : มีเพื่อนร่วมงานเป็นพวกผู้ชายอ่อนหวานเยอะ พวกนี้เวลารวมกลุ่มแล้วจะช่างเมาท์ แต่ฝีมือการทำงานก็ใช้ได้ แต่เบื่อเรื่องเยอะๆ ล้นๆ นี่ล่ะคะ เราจะรับมือหรือทำใจกับคนกลุ่มนี้ยังไงดีคะ?
A : จักรพันธ์ จันทรัศมี Consulting Partner บริษัท ออคิด สลิงชอท บอกว่า อย่างน้อยคุณก็เห็นข้อดีของพวกเขาแล้วว่า ฝีมือการทำงานใช้ได้ ที่เหลือก็แค่รำคาญที่ช่างเมาท์และเรื่องเยอะ ซึ่งเป็นสไตล์ของคนกลุ่มนี้อยู่แล้วที่มักจะมีความเคยชินเมื่ออยู่ด้วยกัน จนลืมไปว่าสิ่งที่กระทำอยู่ทุกวันนั้น มันส่งผลกระทบกับคนรอบข้างโดยไม่ได้ตั้งใจ
ดังนั้น เปลี่ยนเขาคงยาก ปรับที่เราน่าจะง่ายกว่า โดยการเปิดใจให้กว้างอีกนิด โยนความเบื่อหน่ายทิ้งไป แล้วหันมายอมรับธรรมชาติของพวกเขาบ้าง เวลาคุยกันก็โฟกัสที่งาน มองข้ามพฤติกรรมที่อาจทำให้คุณเสียสมาธิ เน้นการสื่อสารให้กระชับอยู่ในประเด็น ไม่เยิ่นเย้อ หากมีความเห็นขัดกัน ก็อย่าไปต่อความยาวสาวความยืด เพราะจะไปเข้าทางเขา ทำไปทำมาเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องเยอะด้วยกันทั้งคู่
ถ้าคุณพยายามปรับตัวเต็มที่แล้วและทนกับพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องพูดคุยกับเขาอย่างสุภาพและเปิดเผย โดยชี้ให้เขาเห็นว่านิสัยส่วนตัวที่เขาแสดงออกกับคุณนั้น ส่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับงานที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันอย่างไร อย่าบอกแค่ว่า “ฉันเบื่อพวกเธอจริงๆ เมื่อไรจะหยุดเรื่องมากกันซะที” อย่างนี้ไม่ใช่การพูดคุย แต่จะกลายเป็นการต่อว่าซึ่งจะนำไปสู่การเริ่มต้นของปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม
He Said / She Said
ตวนนักกีฬา
“ผมไม่ค่อยมีสเปกเท่าไหร่ ผู้หญิงมีหลายแบบ บางคนน่ารัก บางคนออกเท่ๆ ก็มีเสน่ห์กันทุกคน ผมก็คุยไปเรื่อยๆ คิดว่าสาวที่คุยถูกคอก็คงเป็นสเปกนะครับ”
นาตาลีนักศึกษา
“อ่านใจไม่ค่อยเก่งค่ะ ก็เลยไม่รู้ว่าหนุ่มๆ เขาคิดกับเราอย่างไง สเปกก็เลยไม่ค่อยมีค่ะ (หัวเราะ) ชอบหนุ่มที่มุ่งมั่น กล้าคิด กล้าจีบ ก็พอแล้วค่ะ”
Quote
“ความพ่ายแพ้ ไม่ได้เป็นเรื่องแย่ที่สุดเสมอไป แต่การที่ไม่ยอมแพ้เสียบ้างต่างหากล่ะ จะทำให้คุณล้มเหลว”
จอร์จ เอดเวิร์ด วู้ดแบร์รี นักเขียนชาวอเมริกัน







