
2 สาวกับธุรกิจเพื่อสังคม ‘เมาแล้วช่วยขับให้’
ที่จริงเงินทองมันก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่เอง เพียงแต่ใครจะมองเห็นและไขว่คว้าเอามากองอยู่ตรงหน้าได้
โดย...ภัทร์ สุริยะโชติ
ที่จริงเงินทองมันก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่เอง เพียงแต่ใครจะมองเห็นและไขว่คว้าเอามากองอยู่ตรงหน้าได้ ขึ้นอยู่กับจังหวะ โอกาส ความคิด ความมุ่งมั่น และที่ขาดไม่ได้คือ แรงบันดาลใจ
หลายธุรกิจแจ้งเกิดด้วยการตอบสนองผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดโดนใจ เช่นเดียวกับธุรกิจนี้ที่ไม่ธรรมดาและถือเป็นธุรกิจที่น่าจะโดนใจสำหรับคนรักการดื่มมากทีเดียว นั่นคือธุรกิจการบริการคนขับรถแบบเดลิเวอรีแก้ปัญหาเมาแล้วขับ ด้วยแรงบันดาลใจจากโปรเจกต์ปริญญาโทสู่ธุรกิจเงินล้านของ “สิสิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์” และ “มุ้งมิ้งณิชมน วิริยะลัมภะ” สองสาวสวยจากรั้วจามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์”
ทั้งสองสาวสวยต่างรู้จักกันมาตั้งแต่วัยเด็ก มุ้งมิ้งนั้นเป็นรุ่นพี่ของสิมาตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ต่อมาทั้งคู่ก็ได้มาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเมื่อย้อนไปในวัยเด็กทั้งสิและมุ้งมิ้งต่างมีความใฝ่ฝันในการทำธุรกิจ โดยทั้งคู่ผ่านการลองผิดลองถูกมามากมาย ซึ่งสินั้นเคยผ่านการลองผิดลองถูก ทำธุรกิจกับเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นขายรองเท้า หรือเป็นหุ้นส่วนร้านอาหาร ล้วนแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่มุ้งมิ้งก็มีแรงบันดาลใจจากคุณพ่อของเธอจึงฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตัวเธอเอง
“ตอนเด็กๆ สิคิดอยู่แล้วว่าโตขึ้นมาอยากทำธุรกิจหรือทำอะไรที่เราชอบ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าเราจะทำอะไรตั้งแต่เด็ก สำหรับสิเคยลองทำมาหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นขายรองเท้าหรือหุ้นส่วนร้านอาหารกับเพื่อนๆ ก็ไม่เวิร์ก แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ของเราให้เรียนรู้ก่อนที่จะเริ่มต้นใหม่” สิ เล่าถึงความฝัน
“สำหรับมุ้งมิ้งก็มีธุรกิจของบ้านอยู่แล้ว และเห็นคุณพ่อทำงานมา ก็เลยคิดว่าอยากทำตามแบบคุณพ่อ ส่วนตัวเคยฝึกงานด้านบัญชี แต่ก็ไม่ชอบไลฟ์สไตล์ในการทำงาน รู้สึกว่าไม่เป็นอิสระ ไม่ท้าทาย แม้รายได้อาจจะมั่นคงก็ตาม แต่ด้วยวัยของเราก็อยากกระตือรือร้น แม้ไม่รู้ว่าธุรกิจที่จะทำจะประสบความสำเร็จหรือไม่” มุ้งมิ้ง กล่าว
จุดเริ่มต้นของ “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ทั้งคู่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้มีโอกาสทำรายงานในประเด็นเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย ได้ทำวิจัยจึงพบว่าประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และมากเป็นอันดับ 1 ของทวีปเอเชีย โดยเฉลี่ยทุก 1 ชั่วโมงจะมีคนเจ็บและเสียชีวิตถึงราว 2 คน
เมื่อศึกษาลึกลงไปอีกพบว่ากว่า 40% มีสาเหตุมาจากเมาและขับ ทั้งคู่จึงคิดว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องนำไปพัฒนาหาวิธีป้องกันและแนวทางแก้ไข และได้มาต่อยอดจนกลายเป็นธุรกิจด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ให้บริการคนขับรถแบบเดลิเวอรีเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย
สิพูดถึงแนวคิดการทำ “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” นั้นไม่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป ซึ่งธุรกิจล้วนมีจุดหมายสูงสุดคือการสร้างรายได้และกำไรสูงสุด แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางด้านสินค้าและบริการก็ตาม แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงไป ผู้ที่ประกอบธุรกิจได้ให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆ มากขึ้น ทำให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ๆ หันมาใส่ใจประเด็นอื่นๆ มากกว่าเรื่องของตัวเงิน
ธุรกิจเพื่อสังคมจึงเป็นรูปแบบการทำธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนอกจากจะมีเป้าหมายในการสร้างรายได้แล้วยังดำเนินธุรกิจโดยมีเป้าหมายทางสังคมเป็นตัวตั้งอีกด้วย ซึ่ง ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์ ก็ต้องการทำเพื่อให้สังคมน่าอยู่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ดังนั้น ความไว้วางใจและความปลอดภัยของลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ บริษัทจะต้องคัดเลือกพนักงานขับรถด้วยความเข้มงวด เช่น ต้องมีประสบการณ์การขับรถมากกว่า 5 ปี มีประวัติการขับขี่ที่ขาวสะอาดจากกรมการขนส่งทางบก รวมถึงไม่มีประวัติอาชญากรรม นอกจากนี้บริษัทได้นำเทคโนโลยีอย่างระบบจีพีเอส ตรวจสอบตำแหน่งคนขับรถและกล้องวิดีโอบันทึกภาพตลอดการเดินทาง เพื่อรับรองได้ว่าลูกค้าจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยไร้กังวล
หลังจากเปิดไปในปีที่ผ่านมา พบว่า “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” ได้รับการตอบรับที่ดี แม้ว่าจะมีเคสแปลกๆ อยู่บ้าง อย่างเช่น กรณีที่ลูกค้าเมาจนพนักงานขับรถต้องแบกขึ้นไปส่งถึงเตียงนอน หรือลูกค้าบางคนไปถึงบ้านโดยไม่รู้ตัวว่าได้ใช้บริการไป นี่จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” ได้แสดงความเอาใจใส่ต่อผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง
มุ้งมิ้ง ขยายความต่อว่า “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” อาจจะยังใหม่ในประเทศไทย ซึ่งธุรกิจชนิดนี้เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทวีปยุโรปหรือในประเทศเกาหลี จึงได้มาทำแบบสำรวจระหว่างทำปริญญาโท ก็ได้รู้ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยที่อยากให้มีบริการแบบนี้เกิดขึ้นเหมือนที่มีในต่างประเทศ จึงทำให้มั่นใจว่า “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและสามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืนแน่นอน
สำหรับก้าวต่อไปของ “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” ทั้งสองสาวสวยบอกว่า ได้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงานขับรถให้สามารถรองรับในช่วงเทศกาลที่คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก พร้อมเตรียมเพิ่มจำนวนศูนย์บริการไว้ตามย่านต่างๆ ให้ครอบคลุมมากกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถให้บริการกับลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันทางบริษัทได้จับมือกับสถานบันเทิงและร้านอาหารแล้วกว่า 25 ร้าน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อสามารถใช้บริการของ “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย แต่ความคาดหวังที่แท้จริงก็คือการได้มีส่วนในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมเปลี่ยนพฤติกรรมของคนที่ชอบดื่มให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม และ “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” จะเป็นสิ่งที่เตือนสติให้ระลึกถึงความปลอดภัยในสังคมมากขึ้น
สำหรับขั้นตอนการใช้บริการของ “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” นั้นเพียงแค่ติดต่อเข้าไปยังศูนย์บริการ หรือจะติดต่อผ่าน Line ล่วงหน้าประมาณ 30 นาที (เวลาทำการ 22.00-04.00 น. หากโทรล่วงหน้า 1 วันจะได้รับส่วนลด 10%) เพื่อแจ้งจุดนัดพบ หลังจากนั้นลูกค้าจะได้รับ SMS ยืนยันการนัดหมาย เมื่อถึงเวลานัด พนักงานจะไปรับและขับรถของลูกค้าไปส่งถึงปลายทาง ส่วนอัตราค่าใช้บริการนั้นเริ่มต้นที่ 500 บาท ในระยะทาง 5 กิโลเมตรแรก และทุกๆ 5 กิโลเมตรต่อไปคิดที่ 50 บาท
จากไอเดียเด็ดๆ สมัยเรียน กลายเป็นแรงบันดาลใจขยายผลมาสู่ธุรกิจที่ไม่ใช่แค่มุ่งเน้นเรื่องผลตอบแทน แต่ยังสามารถช่วยสังคมลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ “ยู ดริงก์ ไอ ไดรฟ์” อาจช่วยให้หลายๆ คนรอดพ้นอันตรายได้ถ้าเมาแล้วไม่ขับ







