posttoday
ฐานของใจ

ฐานของใจ

16 มกราคม 2557

โดย...ปู โลกเบี้ยว

โดย...ปู โลกเบี้ยว

เราสามารถจัดสรรเวลาแห่งความสุขทั้งในบ้านและนอกบ้านได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะความสุขในบ้านในครอบครัวด้วยการกอดหอม สัมผัสใกล้ชิดให้เกิดความเคยชินกับคนในครอบครัวอย่างลูกหลานพ่อแม่และคนรัก เพราะสมัยนี้ในแต่ละบ้านดูห่างเหินกันเสียเหลือเกิน เพราะพฤติกรรมของพ่อแม่นั่นแหละตัวดี ที่มีผลต่ออารมณ์ของลูกๆ ก็ทั้งพ่อและแม่เล่น Line เล่น Facebook กันตลอด อีลูกๆ ก็เล่นเกม อยู่หน้าคอมพ์ ไม่มีอารมณ์ของความสัมพันธ์กันเลย ไม่มีความผูกพันกันเสียแล้ว ในครอบครัวเหมือนต่างคนต่างอยู่ แล้วอย่างนี้เวลาที่คุณลูกๆ ออกไปผจญโลกภายนอก พวกเขาก็เลยกลายเป็นคนที่ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์กับใครทั้งนั้นแม้แต่กับเพื่อนๆ ด้วยกัน เพราะเกิดความเคยชินที่เคยเห็นและปฏิบัติอยู่เป็นนิจจากที่บ้านยังไงล่ะ >_< เฮ้อ...! เราควรจะช่วยกันสร้างพื้นฐานของใจพวกเด็กๆ ให้แข็งแรงเป็นคนดี หรืออย่างน้อยก็รู้สึกใฝ่ดีมีความละอายต่อสิ่งชั่วร้ายล่ะ

ฐานของใจ คือ การรู้สึกคิด การรับรู้ การกำหนดจดจำ ถ้าคิดดีใฝ่ดี ก็เป็นกุศลกับตัวเอง เป็นคนฉลาดมีปัญญา คิดอะไรก็สร้างสรรค์และมีความสุข *~* แต่ถ้าคิดชั่วใฝ่เลว ก็จะกลายเป็นอกุศล กลายเป็นคนโง่ที่มักจะคิดแต่เรื่องไม่ดีร้อนๆ จิตใจไม่สงบ สามารถทำร้ายตัวเองและผู้อื่นได้ #_# ...แต่ถ้าไม่มีการควบคุมเสียตั้งแต่แรกๆ พวกเด็กๆ เขาก็จะคิดไปตามความเคยชินที่เคยเป็นเคยเห็นเคยได้ยิน ในสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวนั้นๆ ที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายหรือแม้แต่พี่เลี้ยงปลูกฝังมา อยู่มาแบบไหนล่ะ? สภาพความเป็นอยู่ล่ะ? สิ่งเหล่านี้มักมีอำนาจและอิทธิพลที่จะสร้างเสริมนิสัยใจคอของเด็ก แม่สร้างนิสัยอะไรไว้ตอนท้อง นิสัยนั้นก็จะเข้าไปสิงสู่เด็กในท้องด้วย

มีเด็กวัยรุ่นใจแตกอายุไม่ถึงยี่สิบ สักเต็มตัวเชียว อยู่แถวบ้านท้องโย้เดินผ่านหน้าบ้านปู ปูเลยทักทายไปตามภาษาเพื่อนบ้าน อ้าว! “ลูกผู้ชายเหรอ? คลอดเมื่อไรล่ะ” น้องบอกพรุ่งนี้ค่ะพี่ แต่ไปอัลตราซาวด์มาแล้วหมอบอกเป็นผู้หญิงนะค่ะพี่ เฮ้ย...! คลอดพรุ่งนี้แต่แกยังมาเดินลอยหน้าลอยตาอยู่เลยอ่ะ แต่ท้องแหลมซะขนาดเนี่ยยังไงก็ผู้ชาย ปูเถียงสุดซอยเลยอ่ะ พอดูวันเดือนปีที่เด็กจะเกิดและสภาพของน้องเขา เลยถามไปว่า “พ่อเด็กมันอยู่ไหนอ่ะ ไม่มาดูมาแลเลยรึ” เพราะตามเดือนและปีเกิดมันบ่งบอกว่าพ่อกะแม่เด็กมีปัญหาอย่างแน่นอน 0_0 น้องบอกพ่อมันตายไปแล้วพี่ สามเดือนที่แล้วพ่อมันโดนแทงตาย อุ้ย! *_* ถ้างั้นพี่ว่าไม่วันอาทิตย์ก็อังคารแหละ... หายไปหลายวันอีน้องคนนั้นก็วิ่งมาหาบอกคลอดแล้ววันอังคารที่ผ่านมาจริงๆ ด้วยแล้วเป็นเด็กผู้ชาย พี่ปูไปดูหลานหน่อยนะค่ะ @_@ อั๊ยยะ! น่ารักน่าชังเชียว แต่ดูจากหน้าตาแล้วน่าสงสารจัง เพราะหน้าผากต่ำและแคบ เหมือนคนคิดมาก คิดไม่ดีตลอดเวลา คือ คิดด้านลบอ่ะ ขาก็คดงอเข้าหากัน เลยหันไปด่าแม่มันทันที “ตอนแกท้องแกคิดไม่ดีใช่มั้ยเนี่ย” ค่ะหนูคิดจะเอามันออก แต่แม่บุญธรรมขอไว้ แล้วที่ขาเขางอหมอบอกว่าเพราะตอนท้องหนูชอบนั่งเล่นหน้าคอมพ์ตลอดทั้งวันทั้งคืนทำให้น้องเขาไม่สามารถยืดตัวได้ ต้องคอยดัดขา น่านนนนไง ๋~ ๋ ว่าแล้วเชียว

เห็นมั้ยพฤติกรรมของแม่จะทำให้ลูกและตัวเองได้กรรมไปจริงๆ แหละ ถ้าเกิดขาพิการจะว่าไงเนี่ย เฮ้อ...! พ้นจากอกแม่เด็กก็ยังต้องผจญภัยกับสิ่งแวดล้อมอีก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญเลยล่ะ เด็กก็เหมือนกระดาษ จะซับสีดำสีแดงหรือสีขาวล่ะ เพราะเด็กไม่มีวิจารณญานหรอกว่าอันไหนควรไม่ควร เขาอยู่มายังไง เห็นและได้ยินอะไรที่ผู้ใหญ่ทำเขาก็ว่ามันดีแล้ว ควรแล้วถูกต้องแล้ว นานๆ เข้าก็เลยกลายเป็นนิสัยสันดานที่แก้ไม่หายไง คนสมัยโบราณเขาถึงต้องพิถีพิถันเลือกแม่นมที่ดีมาเลี้ยงลูกเขาไง ไม่ใช่เอาคนต่างชาติใกล้บ้านราคาไม่แพงมาเลี้ยงลูกเหมือนสมัยนี้อ่ะ กิริยามารยาทก็เลยตามคนเลี้ยง เหมือนนวนิยาย “ธิดาวานร” ไง เด็กอยู่ป่ากิริยาท่าทางก็เลียนแบบไปตามลิงนั้นแหละ

ถ้าเรามาช่วยกันปลูกฝังฐานของจิตใจเด็กให้แข็งแรงไปในทางที่ดี คิดดี ใฝ่ดี พอเวลาที่เขาโตหรือออกไปสู่โลกภายนอกที่เลวร้าย เขาก็ยังพอสู้ไหว มีความละอายต่อสิ่งผิด หรือทำผิดน้อยหน่อยยังไงล่ะ *_,*

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา