posttoday
ฮีโร่...ก็(แค่)คนธรรมดา

ฮีโร่...ก็(แค่)คนธรรมดา

06 พฤษภาคม 2553

“โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” คือแม่เหล็กที่สะท้อนตัวตนโทนี สตาร์ก ได้ดี การดึงคนดูให้มีส่วนร่วมรับรู้อารมณ์ตัวละครยังอยู่ในระดับมาตรฐาน เรียกว่าเอาคนดูอยู่หมัด

“โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” คือแม่เหล็กที่สะท้อนตัวตนโทนี สตาร์ก ได้ดี การดึงคนดูให้มีส่วนร่วมรับรู้อารมณ์ตัวละครยังอยู่ในระดับมาตรฐาน เรียกว่าเอาคนดูอยู่หมัด

โดย...วิชช์ญะ ยุติ

ถ้ามีใครมาถาม “เป็นไงบ้าง Iron Man 2”

ให้ตอบแบบไม่คิดเลยนะ “เพี้ยนขึ้น” “ฮาดี” และ “มันส์น้อยลง” อ้อ!!! “แต่ก็ค่อนข้างมืดมนชอบกล”

จากประโยคเด็ดที่ “โทนี สตาร์ก” ทิ้งท้ายไว้ในภาคแรก “ผมนี่แหละคือ Iron Man” นั่นอาจทำให้การปรากฏตัวของเขาในภาคนี้ จึงไม่ค่อยเหลือฟอร์มฮีโร่คนเก่ง ยิ่งเฉพาะความเท่ แทบหายเกลี้ยงไปอย่างไม่น่าเชื่อ คงมีแต่ภาพที่เด่นชัดฐานะมหาเศรษฐีขี้โอ่ โคตรฉลาด แถมยังเฟอะๆ เลอะๆ เท่านั้นที่พอให้จดจำ

ฮีโร่...ก็(แค่)คนธรรมดา

ด้วยบทที่ดูเหมือนพยายามจะเน้นไปที่ตัวโทนี สตาร์ก กับการจัดการตัวเอง นับตั้งแต่เขาพรวดพราดประกาศว่าเป็นมนุษย์ชุดเกราะ ความสับสนระคนอารมณ์กึ่งดีใจกึ่งไม่น่าเลยจึงเกิดขึ้น สิ่งที่ฮีโร่รายนี้ต้องนำพาชีวิตข้ามผ่านผลจากการกระทำคือให้เจตนาดีช่วยพิสูจน์ในหลายๆ เรื่อง เพื่อการกลับมาเป็น Iron Man คนเดิม

ตอนที่โทนี สตาร์ก หลุดปากออกมาว่าตัวเองคือมนุษย์ชุดเกราะ สมองเขาอาจคิดถึงแค่ความดังที่จะบังเกิดขึ้นในชีวิต แต่หารู้ไม่ว่านั่นได้กลายเป็นทางตัน|ที่เขาไม่สามารถหลีกพ้น เมื่อชื่อเสียง เกียรติ และเงินทอง นำเขาไปสู่ห้วงเหวแห่งความหายนะ มิหนำซ้ำสถานะ Iron Man ยังทำให้เขาต้องเจอกับคนหมั่นไส้อีกเพียบ

แม้จะเป็นถึงฮีโร่ ทว่าเบื้องลึก โทนี สตาร์ก ก็คือคนธรรมดา อาจจะรวยกว่าคนอื่น อาจจะมีหน้ามีตา จนใครๆ ก็รู้จักในวงกว้าง มีรัก มีโลภ คาดหวังสูงและบ้าบอสุดสตรีม เช่นคนปกติที่เห็นกันอยู่ จิตวิญญาณของเขาจึงไม่ได้มุ่งหวังทำภารกิจกอบกู้โลกเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงการรักษาผลประโยชน์ส่วนตัวและสร้างอาณาจักรสตาร์ก เอ็กซ์โป ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงให้ยิ่งใหญ่คับฟ้า

ว่าไปก็คล้ายกับหลายๆ คน ในบ้านนี้เมืองนี้ที่ถูกสวมหัวเป็นฮีโร่ ทำนั่นนู่นนี่ให้ประชาชนมากมาย ได้ใจคนไปอย่างถล่มทลาย เรตติ้งกระจายจนกู่ไม่กลับ ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้ว มันก็คือการสร้างฐานที่มั่นและบารมีเพื่อกรุยทางสู่ตำแหน่งผู้นำในวันข้างหน้า เช่นเดียวกับภาพของโทนี สตาร์ก ที่หนังฉายสะท้อน เขาคือฮีโร่ในคราบคนธรรมดา ที่ยังมีกิเลสหนาครอบงำใจ และพร้อมจะกอบโกยผลประโยชน์สู่ตน

Iron Man 2 มีการหยิบประเด็นทรัพย์สินมาโต้แย้งกันในศาลด้วย กรณีชุดเกราะที่เป็นผลงานของโทนี สตาร์ก ถูกกองทัพสหรัฐฟ้องร้องว่าหาใช่สมบัติมหาเศรษฐีฮีโร่ที่สร้างมันขึ้น ช่างเป็นเรื่องน่าขันแบบร้ายกาจที่หนังพยายามจะชี้ให้เห็นถึงสิทธิที่เจ้าของควรจะได้และอีกฝ่ายที่เข้ามาฉวยโอกาสแบบชุบมือเปิบ

“โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” คือแม่เหล็กที่สะท้อนตัวตนโทนี สตาร์ก ได้ดี การดึงคนดูให้มีส่วนร่วมรับรู้อารมณ์ตัวละครยังอยู่ในระดับมาตรฐาน เรียกว่าเอาคนดูอยู่หมัด แต่ที่ขอชื่นชมคือการใส่ความขันลงไปจนเกิดเป็นมุขตลกขื่นๆ บางมุขก็น่าใจหายเพราะทั้งเสียดสีและเย้ยหยัน ขณะที่บางมุขก็บอกเล่าถึงภาวะปัจจุบันของตัวฮีโร่ที่กำลังเป็นอยู่

ฮีโร่...ก็(แค่)คนธรรมดา

ภาคนี้ได้เปิดตัววายร้ายคนใหม่ “อีวาน แวนโก” นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องขี้คุก รับบทโดย “มิกกี้ รู้ค” ซึ่งส่วนตัวชอบมากกกก คาแรกเตอร์ที่ออกจิตหน่อยๆ ดูคลุมเครือๆ ชวนให้สงสัยว่าเขามีปมอะไร จะมาไม้ไหนและจะใช้อาวุธลับคือ แส้ไฟฟ้าที่แสนจะเวอร์และสะใจดีขนาดไหน

นอกจากนั้น ยังเปิดตัวคู่หูผิวสีของโทนี สตาร์ก “ดอน ซีเดิล” กับหุ่นที่ติดอาวุธหนัก “เจมส์ โรดส์” รวมทั้งสายลับตาเดียว “นิค ฟิวรี” กับสายลับคนงาม “นาตาชา โรมานอฟ” ที่มีดาราตัวเอ้อย่าง “แซมวล แอล แจ็คสัน” กับ “สการ์เล็ตต์ โยฮันส์สัน” ผนึกกำลังประชันฝีมือพะบู๊ โดยเฉพาะคนหลัง เธอมาละลายหัวใจหนุ่มๆ ให้ปั่นป่วนของแท้

ฟาก “กวินเนธ พัลโทรว์” ในมาดเลขาฮีโร่ชุดเกราะ “เปปเปอร์ พ็อตต์” ภาคนี้ได้เลื่อนขั้นมาเป็นซีอีโอของสตาร์ก เพื่อคอยดูแลผลประโยชน์ของหวานใจ

แต่คนที่ขอยกนิ้วให้ในฐานะจอมขโมยซีน คนแรกคือตัวผู้กำกับนั่นแหละ “จอน แฟฟโรว์” ที่เล่นเป็นบอดี้การ์ดสุดเปิ่น มานิ่งๆ แต่ร้ายนักเชียว คนที่เจ๋งมากๆ คือ “แกรี แซนด์ลิง” กับบทวุฒิสมาชิกไม่เลือกข้างเลือกฝ่าย (ใครชนะตูก็ขออยู่ข้างนั้นด้วยอ่ะ) โผล่มา 2 ฉาก พูดไม่กี่ประโยค แต่โกยเสียงฮากลิ้งน้ำตาเล็ดได้ชนะใจคนดู จนสามารถแย่งบัลลังก์ฮีโร่ที่ธรรมด๊าธรรมดาไปแบบหน้ามึนๆ ซะงั้นเลย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน