คลื่นลูกใหม่...ความหวังกีฬาไทย
ปิดฉากรูดม่านไปราว 1 สัปดาห์ สำหรับซีเกมส์ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า
โดย...ราชันเบอร์ 23
ปิดฉากรูดม่านไปราว 1 สัปดาห์ สำหรับซีเกมส์ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยทวงเจ้าเหรียญทองกลับมาได้ แต่เหนือความสำเร็จเหล่านั้น สิ่งที่น่าชื่นชมในซีเกมส์ครั้งนี้ มีดาวรุ่งแจ้งเกิดเวทีแห่งนี้หลายคน และพวกเขาเหล่านี้เป็นความหวังของทีมชาติไทยในอนาคต....!!!
“มิ้ว” จิระพงศ์ มีนาพระ ราชาลมกรด เจ้าของ 3 เหรียญทอง จากวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และวิ่ง 4 x 100 เมตรชาย ถือว่าไปอำเภอแจ้งเกิดได้เลย สำหรับนักวิ่งชาวสุราษฎร์ ผลงานไม่ธรรมดา เพราะการคว้า 3 ทองระยะสั้น เป็นการประกาศศักดาให้ชาวอาเซียนรับรู้ว่า “มิ้ว” เป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุดในอาเซียน ก่อนหน้านี้มีคนไทยเพียง 4 คน คือ อาณัติ รัตนพล, สุชาติ แจสุรภาพ, สุเมธ พรหมณะ และ เหรียญชัย สีหะวงษ์ ที่เคยทำได้ในประวัติศาสตร์
“ผมหลงใหลการวิ่ง 100 เมตร เป็นอย่างมาก มีพี่โจ๊ก (สิทธิชัย สุวรประทีป) เป็นไอดอล เป้าหมายอันใกล้ของผม คือ เอเชียนเกมส์ปีหน้า ผมอยากจะได้เหรียญใดเหรียญหนึ่ง คู่แข่งที่น่ากลัวอันดับหนึ่งต้องยกให้ เหลายี่ (จีน) เขาวิ่ง 10.1 วินาที แต่พอนัดชิงจะราวๆ 10.2 วินาที ทุกครั้ง นอกจากนี้ก็มีฮ่องกงอีกคน จำชื่อไม่ได้ เขากำลังมาแรงจัด ส่วนญี่ปุ่นผมไม่กลัวครับ เพราะแข่งเอเชียนเกมส์ทีไรเหมือนเป็นช่วงที่เขาทำได้ไม่ดี กาตาร์ก็ไม่เท่าไหร่ เพราะอายุเยอะแล้ว ส่วนซีเกมส์อีก 3 ครั้ง ผมตั้งเป้าจะเอาแชมป์ให้ได้ แต่ผมอาจจะไม่วิ่ง 200 เมตร เพราะเป็นระยะทีไม่ถนัด อาจจะวิ่งแค่ 100 เมตรกับ 4x100 เมตรเท่านั้น'” ลมกรดจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าว
“น้องนก” พรรณนภา หาญสุจินต์ นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่งทีมชาติไทย วัย 16 ปี แต่ฝีไม้ลายมือของเธอไม่น้อยเหมือนอายุ เล่นซีเกมส์ครั้งแรกก็คว้าเหรียญทองสำเร็จ สไตล์การเล่นเหมือน “น้องวิว” เยาวภา บุรพลชัย ฮีโร่ทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2004 ซึ่งสมาคมเทควันโดฯ หมายมั่นปั้นมือให้เธอผู้นี้สืบทอดตำนาน “น้องวิวสอง”
“ดีใจมากที่ทำสำเร็จ ทั้งที่เป็นซีเกมส์ครั้งแรก ซึ่งเหรียญทองนี้ขอมอบให้กับคุณพ่อที่เสียชีวิต ที่ผ่านมาคุณพ่อคอยเป็นกำลังใจและช่วยเตรียมความพร้อมให้มาตลอด ซึ่งจากนี้อยากบอกคุณพ่อที่อยู่บนฟ้าว่าทำสำเร็จแล้ว ส่วนเป้าหมายก็อยากไปเอเชียนเกมส์ที่เกาหลีใต้ ปีหน้า” เจ้าของแชมป์เยาวชนเอเชีย กล่าว
อภิเชษฐ์ แสนสิทธิ์ นักชกเสื้อกล้ามไทย เจ้าของฉายา “ซ้ายผ่านตลอด” อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับซีเกมส์ แต่ “เจ้าเอ” ก็ไม่ทำให้แฟนมวยผิดหวัง เพราะจัดการน็อกคู่แข่งตั้งแต่รอบก่อนรองฯ จนถึงรอบชิงฯ ที่เช็กบิลคู่แข่งจอดป้ายเพียงแค่ยกแรกทั้งหมด จนได้เหรียญทอง เล่นเอาสะใจแฟนกำปั้นสไตล์ฮาร์ดคอร์
“ผมก็ต่อยตามจังหวะ ไม่ได้หมัดหนักอะไรหรอกครับ เพียงแต่มันเข้าโฟกัสพอดี ก็เลยน็อก ส่วนอนาคตอยากจะเบนเข็มไปต่อยอาชีพ เพราะอายุเริ่มมากขึ้นแล้ว ส่วนนักมวยที่ชื่นชอบ คือ พี่ระ (เขาทราย แกแล็คซี่) แต่ผมหมัดไม่หนักเหมือนพี่เขานะ” นักชกวัย 26 ปี กล่าว
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์มิดฟิลด์เบอร์ 7 จากค่ายเอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ลูกชายของ “น้าเด๋อ” ไพโรจน์ พ่วงจันทร์ อดีตกองหลังจอมโหดแห่งทีมทหารอากาศ “เจ้านิว” โชว์ฟอร์มเป็นพระเอกตั้งแต่ฟุตบอลชายรอบแรก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีตำแหน่งที่ตายตัว เล่นมาหมดแล้วทั้งแบ็กขวา, มิดฟิลด์ และตัวริมเส้น จน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนามือง มาค้นพบตัวตนว่าตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์น่าจะเหมาะกับ “นิว” มากที่สุด
“ผมดีใจครับที่มีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ซีเกมส์ เรื่องอนาคตผมอยากจะรับใช้ชาติไปเรื่อยๆ หากผู้ใหญ่ให้โอกาส” แข้งวัย 21 ปี กล่าว
สุกัญญา ศรีสุราช ถือว่าเซอร์ไพรส์ไม่น้อยหลังชื่อของ “น้องฝ้าย” ติดโผลงชิงชัยยกน้ำหนักในรุ่น 58 กก.หญิง แทนที่รุ่นพี่อย่าง “ปุ๊กลุก” รัตติกาล กุลน้อย เจ้าของเหรียญทองครั้งที่แล้วที่อินโดนีเซีย เรียกว่าแบกความกดดันเต็มๆ สำหรับน้องใหม่ซีเกมส์อย่างเธอ แต่สาวน้อยจากชลบุรีก็ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง ด้วยการโชว์ความแข็งแกร่งในท่าสแนตช์ที่ 102 กิโลกรัม และท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 123 กิโลกรัม รวม 2 ท่า ยกได้ 225 กิโลกรัม คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ แถมยังทำลายสถิติของ “น้องเก๋” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ฮีโร่โอลิมปิกที่เคยทำไว้ที่ 223 กิโลกรัม เมื่อปี 2005 ที่ฟิลิปปินส์อีกด้วย
“หนูกดดันคะ เพราะสมาคมฯ เลือกหนูให้ลงมาแข่งแทน ‘พี่ปุ๊กลุ๊ก’ เราก็น้องใหม่ ตอนยกมือเย็นเฉียบเลยคะ แต่ก็นึกถึงตอนที่ซ้อม หนูไม่ได้มองใครเลย หลับตาและก็รวมพลังที่มีมากสุดในชีวิต เหลือเชื่อหนูทำได้ ดีใจมากคะที่ทำได้ ส่วนเป้าหมายต่อไปเอเชียนเกมส์ จะพยายามทำให้ดีที่สุดคะ” นักยกลูกเหล็กวัย 18 ปี กล่าว
เบญจพร ศรีพนมธร เงือกสาวจาก จ.กาญจนบุรี ถูกวางให้เป็นความหวังใหม่ต่อจาก “เงือกอุ้ม” ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง รุ่นพี่ทีมชาติ ราชินีสระเมืองไทยคนปัจจุบัน ที่ประกาศเลิกเล่นซีเกมส์แล้ว โดย “เงือกเบญ” ฉายแววตั้งแต่อายุ 14 ปี ศึกซีเกมส์ครั้งที่ 25 ที่ลาว ตามด้วยปี 2011 ที่อินโดนีเซีย จากผลงานเหรียญทองแดงฟรีสไตล์ 400 เมตรหญิง และซีเกมส์ครั้งนี้ด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นตามวัย จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษก่อนประเดิมทองแรกพร้อมทำลายสถิติตัวเองประเภทฟรีสไตล์ 400 เมตร ที่ถนัด ส่วนฟรีสไตล์ 800 เมตร พลาดแตะขอบสระคนแรกไปแค่ 0.10 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยทำให้ทีมว่ายน้ำผลัดฟรีสไตล์ 4 x 100 เมตรหญิง คว้าเหรียญทองอีกด้วย ส่วนการจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของไทยได้หรือไม่ ต้องไปพิสูจน์กันที่อินชอนเกมส์ปีหน้า
“ถือว่ามาไกลเกินเป้า เพราะตอนซ้อมหวังแค่จะเอาเหรียญทองจากฟรีสไตล์ 400 เมตรหญิง ที่ถนัดเท่านั้น ส่วนใครมองว่าจะมาแทนพี่อุ้ม ไม่อยากให้คิดอย่างนั้น เพราะพี่อุ้มทำมาตรฐานไว้สูงมาก หนูต้องปรับปรุงอีกเยอะ แต่ก็จะพยายามทำผลงานและเวลาให้ดีที่สุดสำหรับเอเชียนเกมส์ปีหน้า” เงือกสระวัย 18 ปี กล่าว
ต้องจับตาดูว่าเหล่าบรรดาดาวรุ่งเหล่านี้ จะขึ้นมาทาบรัศมีรุ่นพี่ทีมชาติได้หรือไม่ คงต้องเฝ้าติดตามให้กำลังใจเขาและเธอต่อไป!!!







