posttoday
ม็อบนิวเจน ความคิดผลิใบกลางราชดำเนิน

ม็อบนิวเจน ความคิดผลิใบกลางราชดำเนิน

07 ธันวาคม 2556

ใครจะคาดคิดว่า วันหนึ่งนอกจากสยาม อาร์ซีเอ สีลม สุขุมวิท ท้องถนน “ราชดำเนิน”

โดย...กองบรรณาธิการ

ใครจะคาดคิดว่า วันหนึ่งนอกจากสยาม อาร์ซีเอ สีลม สุขุมวิท ท้องถนน “ราชดำเนิน” จะกลายเป็นสตรีทสายใหม่ของวัยรุ่นเมืองกรุงจำนวนไม่น้อยที่เดินทางมาร่วมชุมนุมตลอดช่วงเดือน พ.ย. สถานการณ์ร้อนแรงทางการเมืองสุดเข้มข้นกระตุ้นต่อมอยากรู้อยากลองของกลุ่มนิวเจเนอเรชั่นที่กำลังพลุ่งพล่าน

บ้างถูกตั้งคำถามว่าก็แค่การเมืองเรื่องแฟชั่น บ้างถูกเหยียดหยันว่ามาแค่แชะภาพอัพสเตตัสแล้วกลับบ้าน แต่หากเปลี่ยนอคติบางเสี้ยวประการ มาเป็นการสอบถาม รับฟัง จะเห็นพลังคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจไม่ยอมเป็นผู้รับข้อมูลผ่านการรายงานข่าวจากสื่อกระแสหลัก และโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว หากแต่การเรียนรู้และการได้สัมผัสตรงสถานการณ์จริงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการบนท้องถนนราชดำเนินแห่งนี้

ม็อบนิวเจน ความคิดผลิใบกลางราชดำเนิน

 

เรา ‘ไม่ไว้ใจ’ รัฐบาล

ชนิษฐา วิเชษฐ์พันธุ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบายความอัดอั้นแบบนันสต็อปว่า จุดเริ่มต้นในการออกชุมนุมมีปัจจัยหลักจากการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของรัฐบาล ที่ขัดต่อหลักการที่ร่ำเรียนมาอย่างรุนแรง แม้ร่าง พ.ร.บ.จะตกในชั้นวุฒิสภาไป แต่รัฐบาลไม่อาจกอบกู้ความไว้วางใจของประชาชนกลับคืนมา แล้วสามารถเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้เพียงแค่บอกว่าร่างนิรโทษกรรมจบลงแล้ว

“เราออกมาชุมนุมเพราะเรื่องนี้มันไม่ถูกต้อง มารีบเร่งผ่านร่าง พ.ร.บ.อะไรกันตอนตี 4 และเขาก็กลับคำหน้าด้านๆ ตอนแรกดันร่าง พ.ร.บ.เข้ามาบอกว่าไม่ได้ช่วยคดีคุณทักษิณ แต่ไปๆ มาๆ ที่เคยพูดไปกลับคำหมด แก้เนื้อหาขัดหลักการ มันเลยทำลายความไว้วางใจต่อประชาชนไปแล้ว การที่รัฐบาลบอกว่าร่างฉบับนี้ตกไปแล้ว ยังไม่พอ คุณต้องแสดงความรับผิดชอบมากว่านี้

...และเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.เองก็ไม่ชอบธรรม เราถูกสอนมาตลอดว่า ถ้าคุณทำผิด คุณก็ต้องขอโทษ แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำลังจะบอกกับสังคมว่า ทำผิดนอกจากไม่ต้องขอโทษแล้ว ยังได้รับการล้างผิดเสมือนความผิดนั้นไม่ได้เกิดด้วย แล้วต่อไปเราจะเอาศีลธรรมที่ไหนไปสอนคนรุ่นหลัง ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”

ม็อบนิวเจน ความคิดผลิใบกลางราชดำเนิน

 

สาวบัญชีรั้วโดมวัย 22 ปี บอกว่า อีกสาเหตุที่ทำให้ออกมาชุมนุมต่อเนื่อง เพราะความอึดอัดใจในการรายงานข่าวของช่องฟรีทีวีในการชุมนุมใหญ่หลายครั้ง โดยเฉพาะวันที่ 24 พ.ย. ที่คนออกมาจนล้นสะพานพระปิ่นเกล้า แต่กลับมีเพียงช่องเคเบิ้ลเท่านั้นที่สามารถให้พื้นที่ถ่ายทอดสถานการณ์แบบสะท้อนความเป็นจริงที่สุด ขณะที่ช่องฟรีทีวีให้พื้นที่การนำเสนอข่าวน้อย สวนทางกับจำนวนคนที่ออกมาเป็นจำนวนมหาศาล จึงทำให้รู้สึกว่าตัวเองยิ่งต้องออกจากบ้านมาช่วยส่งเสียงประท้วง ต่อต้าน หากแต่ละคนช่วยกันออกมา ก็จะสร้างพลังส่งเสียงความไม่พอใจไปยังรัฐบาลได้

ผมไม่พอใจ ‘นโยบาย’

สัณหกิด นิลสัย นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เล่าว่า ไม่ได้เห็นด้วยกับประเด็นการชุมนุมทั้งหมด แต่โดยส่วนตัวไม่พอใจนโยบายรัฐบาล ทั้งโครงการรับจำข้าว โครงการพัฒนาแผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม 2 ล้านล้านบาท ที่ใช้เงินจำนวนมากเกินเหตุ โดยเฉพาะนโยบายรถคันแรกที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทำให้รถติดเพิ่มมากขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ

นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ เล่าอีกว่า ติดตามข่าวสารการชุมนุมผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทางเฟซบุ๊กที่มีฟีดข่าวรายงานจากสำนักข่าว รวมถึงกลุ่มและสารพัดเพจ แต่ไม่ต้องการรับข้อมูลข่าวสารในบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะต้องการออกมารู้บรรยากาศของการชุมนุมจริง จึงพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่มีแนวร่วมเดียวกัน แล้วตัดสินใจออกมาร่วมชุมนุมให้เห็นกับตาด้วยตัวเอง ที่สำคัญคือ การได้มารับฟังเหตุผลของคนที่นี่ด้วย

ม็อบนิวเจน ความคิดผลิใบกลางราชดำเนิน

 

เช่นเดียวกับ อาคิโกะ อิเคดะ สาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น วัย 22 ปี ที่บอกกับเราว่า ตัดสินใจออกมาชุมนุมตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย. เพราะต้องการออกมาฟัง มารับรู้ข่าวสารจากเวทีการชุมนุมและการปราศรัยด้วยตนเอง และด้วยการเรียนในสถาบันการศึกษานานาชาติ (Raffles International College) ใน 1 สัปดาห์มีเรียนแค่ 2 วันเท่านั้น คือ วันอังคารกับวันพุธ ทำให้เหลือวันว่างมาเข้าร่วมกิจกรรมบ่อยมาก และไม่ได้เสียดายเวลาในการออกไปเที่ยว เพราะมองว่าสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นเวลานี้สำคัญกว่า

อาคิโกะ บอกว่า ประเด็นแรกเริ่มในการเข้าร่วมไม่ต่างจากคนอื่น คือ ต้องการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะไม่เห็นด้วยกับระบบล้างผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่วนตัวมองว่าเป็นคนโกงชาติบ้านเมือง


ลุกเพื่อรามคำแหง!

กุลณา ทนขำ นักศึกษาปี 2 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ภาคอินเตอร์ เล่าด้วยสีหน้าจริงจังว่า ยอมรับว่าตอนแรกเป็น “ไทยเฉย” ไม่ได้สนใจในประเด็นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือนโยบายของรัฐบาล แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีนักศึกษารามฯ ถูกยิงและถูกทำร้าย ทำให้เกิดแรงฮึกเหิมอย่างหนัก ก่อนจะตัดสินใจออกมาชุมนุมร่วมกับกลุ่มประชาชนที่ราชดำเนิน

ม็อบนิวเจน ความคิดผลิใบกลางราชดำเนิน

 

“ปกติหนูเป็นไทยเฉยค่ะ เรียน เล่นเกม อยู่พรรคเพื่อเกมเลยค่ะ แต่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ทำร้าย ยิงนักศึกษา บอกตรงๆ ว่าหนูเดือด หนูขึ้น จึงต้องออกมาชุมนุม เพราะเหตุการณ์วันนั้นนอกจากนักศึกษาถูกทำร้ายแล้ว สื่อก็นำเสนอข่าวแค่ด้านเดียว เห็นแต่ภาพฝ่ายนักศึกษาที่ไปสร้างความรุนแรง เราจึงต้องการมาแชร์ มาฟัง มารับรู้ข้อมูลจากที่นี่ด้วย

...ที่สำคัญคือ เหตุการณ์ที่รามคำแหงทำให้เราไม่พอใจตำรวจอย่างมาก ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ ตำรวจมาขึ้นเวทีนักศึกษา รับปากดิบดีว่าจะคุ้มครอง ดูแลความปลอดภัย แต่ถึงเวลาเกิดเหตุการณ์จริงกลับหายไปหมด ไม่ออกมาปกป้องนักศึกษา ทั้งที่อยู่ใกล้กันนิดเดียว”

กุลณา บอกว่า จากที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องเรียน และใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก หลังจากเกิดเหตุการณ์ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำให้เริ่มมาเปิดทีวีช่องเคเบิ้ลเพื่อติดตามสถานการณ์มากขึ้น ประกอบกับการรวมกลุ่มของนักศึกษารามคำแหงยุติลง จึงต้องการพื้นที่แสดงออกว่าเราไม่เห็นด้วยกับวิธีการของตำรวจและรัฐบาล ก่อนจะตัดสินใจกับเพื่อนมาร่วมชุมนุมบนถนนราชดำเนิน โดยไม่ได้ยึดติดแกนนำการชุมนุมหรือเห็นด้วยกับประเด็นข้อเรียกร้องทั้งหมด แต่ต้องการส่งเสียงถึงรัฐบาลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นย่านรามคำแหงเท่านั้น

เพื่อนที่มาพร้อมกับเธอ พิมศรัญญา โกสุมขจรเกียรติ นักศึกษาปี 2 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ระบุว่า เดิมทีทางบ้านชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว และเปิดทีวีช่องบลูสกายดูเกือบทุกวัน ประกอบกับครอบครัวและเครือญาติสนใจการเมือง ถึงขั้นตั้งกลุ่มในแอพพลิเคชั่นไลน์ เพื่อนำข้อมูลจากแหล่งอื่นมาแชร์และวิจารณ์ในกลุ่มญาติ ยังไม่นับรวมกลุ่มในเฟซบุ๊กของเพื่อนแม่ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อการเคลื่อนไหวต้านรัฐบาลโดยเฉพาะ ดังนั้นยอมรับว่าด้วยบรรยากาศในครอบครัว จึงทำให้ซึมซับเรื่องนี้มาพอสมควร

ม็อบนิวเจน ความคิดผลิใบกลางราชดำเนิน

 

เธอบอกเหตุผลไม่ต่างจาก กุลณา ว่า ที่มาชุมนุมเพราะทนไม่ได้กับการที่เห็นภาพนักศึกษาจากสถาบันเดียวกันถูกทำร้าย และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เข้ามายับยั้งหรือควบคุมสถานการณ์ อีกทั้งอยากมาสัมผัสบรรยากาศของผู้ชุมนุม และเชื่อว่ามีนักศึกษารามคำแหงไหลเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้จำนวนมากเหมือนพวกเธอ


เห็นร่วมในภาพใหญ่

วุฒิชัย สายกำธร สไตลิสต์ฟรีแลนซ์ วัย 25 ปี เล่าที่มาที่ไปของการตัดสินใจก้าวสู่ถนนราชดำเนินว่า ติดตามข่าวสารการเมืองทั้งจากทีวีบลูสกาย และช่องเอเชียอัพเดท และนำข้อมูลมาบาลานซ์เพื่อตัดสินใจ และมีความรู้สึกว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคเพื่อไทยมากกว่า โดยเฉพาะประเด็นใหญ่ๆ คือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และยอมรับว่าเคยพูดคุยกับเพื่อนที่มีจุดยืนฝ่ายเสื้อแดงหลายคน ซึ่งเขาเหล่านี้จะไม่เห็นด้วยกับสถาบัน ประกอบกับการดูคลิปทางเว็บไซต์ยูทูบ หรือสื่อที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตด้วย ยอมรับว่าตรงนี้ทำให้ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของฝ่ายเสื้อแดง ซึ่งเป็นอีกเหตุผลสำคัญในการเข้าร่วมการชุมนุม

“ออกมาตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. ที่เขาประท้วงกันแรกๆ 3 สัปดาห์แรกมาทุกวัน จนไปเช่าโรงแรมแถวถนนข้าวสารนอน เพราะอยากมาฟังเหตุผลว่าเขาพูดอะไร ทำไมต้องออกมาต่อต้าน แต่ถึงตอนนี้เราก็ยังคิดว่าไม่ได้ออกมาเพราะคุณสุเทพ ถ้าเป็นคนอื่นนำ เราก็ออกมา

วุฒิชัย อธิบายความรู้สึกต่อว่า

“...เราไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของคนเสื้อแดงเรื่องสถาบัน และร่างนิรโทษกรรมของรัฐบาล จึงออกมาต่อต้าน และเราก็รู้สึกว่าเราเป็นผู้เสียภาษีให้รัฐ เราก็มีสิทธิที่จะแสดงออกในการชุมนุม แต่ที่จริงมองว่าทางออกของประเทศ หากรัฐบาลยุบสภา หรือลาออกเราก็ยอมรับได้แล้ว ดังนั้นประเด็นข้อเรียกร้องของแกนนำบางครั้งเราก็ไม่เห็นด้วย แต่ที่มาชุมนุมเพราะยังเห็นร่วมในกรอบกว้างเดียวกันมากกว่า”

ปรากฏการณ์การตื่นตัวของนักศึกษายุคนิวเจนนี้ วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มองว่า เหตุที่นักศึกษาออกมามาก เพราะมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ออกมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีคอร์รัปชั่น อีกส่วนที่คิดว่านักศึกษายอมไม่ได้เป็นเรื่องจริยธรรมที่นักการเมืองไม่เกรงใจเจ้าของประเทศคือประชาชน

อังกูร ไชยปรีชาวิทย์ นายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นักศึกษาส่วนใหญ่เบื่อ แต่ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นเรื่องของความถูกผิด อีกทั้งมีข้อมูลให้ติดตามทางโลกออนไลน์จำนวนมาก พอรับรู้ข้อมูลแล้วก็อยากจะออกมา

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI