
บางมุมในชีวิต เคที เพอร์รี
ปลายปี 2011 ชีวิตของ “เคที เพอร์รี” พบกับมรสุมลูกใหญ่ หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นหลังจากที่เธอแยกทางกับ รัสเซลล์ แบรนด์
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
Katy Perry
Prism *** (Universal Music)
ปลายปี 2011 ชีวิตของ “เคที เพอร์รี” พบกับมรสุมลูกใหญ่ หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นหลังจากที่เธอแยกทางกับ รัสเซลล์ แบรนด์ ดูเหมือนเส้นทางชีวิตจะปัดเป๋ไปบ้าง แต่โชคดีที่เคทีสามารถกลับมาได้อีกครั้ง ระหว่างนั้นเธอได้เรียนรู้เพื่อผ่านพ้นปัญหา ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติเช่นเดิม (และพบรักใหม่กับ จอห์น แมร์) ด้วยเรื่องราวที่ผ่านพบ ทำให้เคทีตั้งใจว่างานเพลงชุดใหม่ของเธอจะต้องมีโทนที่ “หม่น” กว่าและเนื้อหาที่ “จริงจัง” กว่าชุดก่อน นั่นก็กลายเป็นที่มาของ PRISM สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 ของ เคที เพอร์รี ที่เปิดตัวได้ไม่เลวด้วยการขึ้นอันดับ 1 ชาร์ตบิลบอร์ด 200 สัปดาห์แรกขายได้เกือบ 3 แสนชุด
เคที เพอร์รี เคยให้สัมภาษณ์ว่า งานชุดนี้คือมุมที่แตกต่างของตัวเธอ อัลบั้มใช้ชื่อว่า PRISM เพื่อบอกเล่าถึงสภาพของเธอที่ครั้งหนึ่ง “ไม่ยอมให้แสงลอดเข้ามา” เนื้อหาในเพลงส่วนใหญ่มากับธีมการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน รวมไปถึงความสัมพันธ์ และการให้กำลังใจตัวเอง นอกจากจะนำเรื่องราวในชีวิตส่วนตัวของเธอมากลั่นกรองเป็นบทเพลงแล้ว เคทียังได้รับแรงบันดาลใจจากวิดีโอความยาว 6 นาที ของ เอ็กฮาร์ต ทอลเล นักเขียนเจ้าของหนังสือเรื่อง The Power of Now ซึ่งทำให้เธอค้นพบกว่า “เมื่อเราสูญเสียบางอย่างไป เมื่อรากฐานของคุณแตกสลาย สิ่งที่เหลืออยู่ คือ หลุมขนาดใหญ่ซึ่งเปิดให้สิ่งที่ดีผ่านเข้ามา...”
ดนตรีได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงเต้นรำสไตล์สวีดิช โดยมีโฟล์ก แกลม และร็อกมาผสมผสาน เปิดอัลบั้มด้วยซิงเกิ้ล Roar เพลงเพาเวอร์ป๊อปแบบมิดเทมโปโดดเด่นด้วยเสียงซินธ์ ขณะที่กลิ่นอายภารตฟุ้งอยู่ในเพลง Legendary Lovers ที่มีเนื้อหาพูดเรื่องกรรมและสิ่งที่ไม่มีสิ้นสุด Birthday เป็นเพลงป๊อปเบาๆ ที่น่าฟังไม่น้อย Walking on Air ให้กลิ่นอายยูโรแดนซ์ปี 1990 ส่วน Unconditionally เป็นเพาเวอร์บัลลาดที่มีเสียงคอรัสอลังการ
Dark Horse เป็นฮิปฮอปผสมกับเทคโน อีกหนึ่งเพลงที่มีกลิ่นฮิปฮอปเข้ามาก็คือ This Is How We Do ซึ่งคึกคักเหมาะกับฤดูร้อนอันสดใส ในเพลง Love Me เคทีบอกให้ทุกคนรักตัวเองอย่างที่อยากถูกรัก เนื้อหาหม่นๆ แต่ดนตรีเต็มด้วยพลัง อีกหนึ่งเพลงบัลลาดที่แฟนเคทีน่าจะชอบ คือ This Moment เพลงนี้เองที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือเรื่อง The Power of Now ซึ่งบอกกับทุกคนว่าให้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เพลง By the Grace of God บอกเล่าถึงช่วงหม่นหมองของเคที ช่วงที่ไม่ยอมให้แสงใดลอดผ่านปริซึมของเธอ ฟังเพลงนี้จึงจำได้ว่าเคทีเคยเป็นนักร้องเพลงกอสเปลเพลงศาสนามาก่อนที่จะกลายเป็นป๊อปสตาร์
โดยรวมแล้วงานชุดนี้อาจจะไม่โดนหรือถูกใจแฟนขาประจำของ เคที เพอร์รี นัก เพราะว่าสีสันของงานแตกต่างไปจากงานก่อนๆ ของเธออยู่พอสมควร เหตุหนึ่งที่ทำให้บางคนไม่ชอบคง เพราะรู้สึกแปลกๆ ที่จู่ๆ เคทีก็ลุกขึ้นมาเทศนากลายๆ ผ่านบทเพลง แต่ถ้ามองอีกแง่มุมหนึ่งแบบเปิดใจกว้างๆ ก็จะเข้าใจว่า นี่คือความเปลี่ยนแปลงหรือการเติบโตขึ้นของศิลปิน ทำให้ “สาร” ที่เธอต้องการส่งผ่านบทเพลงนั้นแตกต่างไปด้วย งานชุดนี้อาจจะไม่ได้ทำให้เคทีมีแฟนเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ทำให้เราได้เห็นอีกด้านหนึ่งของตัวตนเธอคนนี้ ซึ่งเราพบว่าน่าสนใจทีเดียว
เป็นเจ้าของเสื้อยืด ‘เคที เพอร์รี’ ฟรี!!!
“ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค” ใจดีมีเสื้อยืด “เคที เพอร์รี” อิมพอร์ตจากอเมริกามาแจกสำหรับผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ เพียงส่งอีเมลมาบอกเราว่า “คุณชอบ เคที เพอร์รี เพราะอะไร?” ที่ [email protected] อย่าลืมแนบชื่อและที่อยู่มาด้วย คำตอบใครโดนใจทีมงาน จะได้รับเสื้อเก๋ๆ ตัวนี้ไปใส่อวดเพื่อนทันที
ขอบอกว่า ... ของดีมีน้อย รีบๆ ส่งกันเข้ามานะคะ
หมายเหตุ : เสื้อไซส์ S เหมาะกับหนุ่มสาวร่าง (ค่อนข้าง) สลิมค่ะ







