
ปลูกเฟินได้อย่างไรในกรุงเทพฯ (1)
หลายปัจจัยในกรุงเทพฯ ไม่เอื้ออำนวยให้เฟินนานาชนิดขึ้นได้อย่างงดงามและเหมาะสม
โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
หลายปัจจัยในกรุงเทพฯ ไม่เอื้ออำนวยให้เฟินนานาชนิดขึ้นได้อย่างงดงามและเหมาะสม ในกรุงเทพมหานครยุคปัจจุบัน 2556 นี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างชัดเจน ฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล บทจะตกในฤดูหนาวก็ตกลงมาจนข้าวที่กำลังจะเก็บต้องเสียหายจนถึงขนาดชาวนาต้องพายเรือและว่ายน้ำเกี่ยวข้าวที่กำลังอยู่ใต้น้ำ เช่นนี้ผมเห็นได้ในปีนี้เอง สภาพท้องฟ้าในช่วงปลายฝนต้นหนาว ท้องฟ้าใสดูดี แต่ขาดเมฆหมอกเอาเสียเลย เช่นนี้จะทำให้แสงแดดที่ส่องลงมาจากดวงอาทิตย์ดูรุนแรงด้วยไร้ม่านกรองตามธรรมชาติ ทำให้หลายคน (รวมทั้งตัวผม) ต้องร้องออกมาว่า แดดอะไรมันถึงเผาผิวหนังให้แสบได้ขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากปลูกเฟินในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ อะไรจะเกิดขึ้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเฟินเป็นพืชที่ปรับตัวได้อย่างยอดเยี่ยม จนเราพบได้ในเกือบทุกประเทศของโลก คงจะยกเว้นขั้วโลกเหนือและใต้ หรือใจกลางทะเลทรายเท่านั้นหรอก เฟินก็ปรับตัวได้ดีมากในเมืองไทย ไม่ว่าจะอยู่ในที่ราบภาคกลาง ในน้ำ ในคลอง ในบึง หรือแม้แต่ในดงไม้ชายเลน ป่าโกงกาง แต่ลองสังเกตดูเถอะ เฟินนั้นแม้จะอยู่ได้ในเกือบทุกสภาพการณ์ แต่เฟินก็ไม่ค่อยจะขึ้นอยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง มันมักจะอาศัยอยู่รวมกับพืชอื่นที่คอยช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของพวกเฟินเหล่านั้น
ทั่วโลกมีเฟินและพืชใกล้ชิดกับเฟินอยู่ประมาณ 1.2 หมื่นชนิด และในจำนวนนี้มีอยู่ 65% ที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนชื้น หรือที่รวมเรียกว่าเขตมรสุม ความหลากหลายของเฟินและเครือญาติของมันในเขตร้อนเป็นเพราะความสมบูรณ์ของน้ำฝนรวมกับปริมาณแสงที่มีอยู่เหลือเฟือ สองปัจจัยนี้จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์แตกลูกแตกหลานของพืชดังกล่าว นอกจากนี้การมีป่า มีต้นไม้ใหญ่ตามภูเขาสูง การมีพืชพรรณขึ้นอยู่หนาแน่นในพื้นที่กว้างขวาง ก็เป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่ช่วยให้เฟินชนิดต่างๆ สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายพันธุ์ออกไปได้
เฟินที่พบในป่าดิบชื้นภาคใต้จะมีความหลากหลายขึ้นมากกว่าเฟินในป่าผลัดใบทางภาคกลางและภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้เพราะภายใต้ร่มไม้สูงใหญ่นานาชนิด ความชื้นในอากาศมักมีในปริมาณสูงและปริมาณแสงจะน้อย ความรุนแรงจากกระแสลมก็มีอยู่จำกัดมาก และบางพื้นที่ในป่าใหญ่เกือบจะไม่มีลมเอาเสียเลย ยิ่งกว่านั้นการขึ้นลงของอุณหภูมิในแต่ละวันก็ไม่มากนัก สภาพเช่นนี้เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเฟิน (ระยะใบเทียม) ซึ่งตามปกติต้องการเวลาหลายสัปดาห์ในการพัฒนาให้ครบวงชีพจากระยะสปอร์งอกไปจนถึงการปฏิสนธิ
ดังนั้นสภาพของกรุงเทพมหานครจึงไม่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยของเฟินในสภาพธรรมชาติ ยกเว้นแต่เราจะหาทางปรับปรุงสภาพแวดล้อมเสียใหม่ให้คล้ายจากอุณหภูมิที่สูงมากเกินไป และให้พ้นจากสภาพความชื้นในอากาศที่ต่ำ เนื่องจากต้นไม้ใหญ่ในกรุงเทพฯ มีไม่พอ อีกทั้งการมีตึกรามบ้านช่องที่ทำจากคอนกรีตและถนนที่ปูลาดด้วยยางมะตอย หรือปูด้วยพื้นผิวซีเมนต์ก็ตาม เวลาเที่ยงวันอุณหภูมิไต่ขึ้นไปสูงมากเกิน 4050 องศาเซลเซียสก็เป็นได้ แต่ยามเย็นอุณหภูมิก็จะค่อยๆ ลดลง และปริมาณความชื้นในอากาศจะกลับเพิ่มสูงขึ้น แม้ฝนจะตกลงมาอย่างหนักในกรุงเทพฯ และภาคกลางโดยทั่วไป แต่การรักษาความชุ่มชื้นเอาไว้กลับอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้เพราะระบบการระบายน้ำออกจากกรุงเทพฯ ก็นับว่าดีพอสมควร แม้เราจะเห็นว่าช่วงฝนตกหนักในเดือน ก.ย.ต.ค. จะเป็นช่วงที่มีน้ำฝนขังอยู่ตามท้องถนนหลายสายบ้างก็ตาม ริมถนนในกรุงเทพฯ แม้จะมีไม้ยืนต้นปลูกอยู่บ้างด้วยความประสงค์จะช่วยลดความร้อนแรงของแสงแดดลง แต่ป่าคอนกรีตแบบนี้ไม่มีทางเทียบกับป่าดิบชื้นในธรรมชาติ เฟินซึ่งสามารถอดทนอยู่ในป่าคอนกรีตได้ ก็คือพวกที่เจนแสงแดดจนอยู่ได้ ต้นไม้ใหญ่ที่พบในกรุงเทพฯ ได้แก่ ประดู่ กิ่งอ่อน หรืออังสนา (Pterocarpus indieus) ชมพูพันธุ์ทิพย์ (Tabebuia rosea) มะฮอกกานีใบใหญ่ (Swietenia macrophylla) แคฝรั่ง (Gliricidia sepium) หูกวาง (Terminalia catappa) และจามจุรี (Samanea saman) ต้นไม้เหล่านี้แม้จะอยู่ได้ในกรุงเทพฯ แต่ลองมาดูตามคาคบและกิ่งก้านสาขาดูเถิด เราไม่อาจพบการเกิดและการอยู่รอดของเฟินอิงอาศัยได้เลย เว้นแต่จะมีผู้จูงใจนำไปปลูกไว้และมีการรดน้ำให้อย่างสม่ำเสมอเท่านั้น สภาพการณ์ดังกล่าวเราเห็นได้ในสิงคโปร์ มาเลเซีย พม่า เวียดนาม และฟิลิปปินส์ แต่ขออภัยเถอะ เราจะไม่เห็นสภาพต้นไม้ใหญ่ในกรุงเทพฯ มีเฟินอิงอาศัยมาเกาะเองตามธรรมชาติเลย
มีหลายๆ เหตุผลที่ทำไมต้นไม้ใหญ่ในนครหลวงมีเฟินอิงอาศัยมาเกาะอาศัยอยู่ได้ ก็เพราะกิ่งก้านสาขาที่แผ่ออกมีร่มเงาที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของเฟิน ในขณะที่เปลือกลำต้นไม้ใหญ่จะหยาบและเป็นร่อง เหมาะแก่การขังตัวและซึมซับน้ำ ทำให้เกิดความชื้นพอแก่การงอกของสปอร์และการอยู่รอดของแกมิโตไฟต์และสปอร์โรไฟต์ในระยะต่างๆ
(อ่านต่อฉบับหน้า)







