
ผู้ชายเมโทร ดูดีด้วยนวัตกรรม
ช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมีนวัตกรรมด้านความหล่อผู้ชายพัฒนาขึ้นมากมาย จากการสำรวจประมาณ 3-5 ปีที่ผ่านมา
โดย...มีนา ภาพ : Adriana Williams/Corbis และเอเพ็กซ์ พาวเดชั่น
ช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมีนวัตกรรมด้านความหล่อผู้ชายพัฒนาขึ้นมากมาย จากการสำรวจประมาณ 3-5 ปีที่ผ่านมา พบว่าผู้ชายให้ความสนใจในเรื่องความงามเพิ่มถึง 40% อายุเฉลี่ยราว 25 ปีขึ้นไป ผู้ชายเริ่มทำงาน ระดับเอกซ์คลูซีฟ ยิ่งอายุมากขึ้น สี่สิบห้าขึ้นยิ่งเริ่มมาดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งผู้ชายแท้และไม่แท้นะคะ เราเคยได้ความลับว่าพวกผู้ชายบางคนอยากให้ตนเองดูดี ด้วยหน้าที่การงาน บุคลิกภาพ บางคนแอบอยากมีแรงดึงดูดจากเพศตรงข้าม อยากให้แฟนรัก เป็นต้น
ลองมาอัพเดตเทรนด์ความเท่ของผู้ชายพัฒนาไปแค่ไหน ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า พบว่าผู้ชายสนใจทรีตเมนต์ทุกตัวของผู้หญิง เช่น โบทอกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์หน้าขาวใส กำจัดขนถาวร นวัตกรรมยกกระชับหน้า และโดยเฉพาะเทคโนโลยีปลูกผม ที่ถูกใจหนุ่มๆ รวมถึงนวัตกรรมลดไขมันหน้าท้อง ที่ร่ำลือกันว่าช่วยเนรมิตหน้าท้องฟิตเฟิร์มให้หนุ่มๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้ายิมให้เหนื่อย
ดูแลรูปร่างทำลายไขมัน
พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ เจ้าของสถาบันความงาม เอเพ็กซ์ โปรฟาวด์ บิวตี้ (Apex Profound Beauty) เปิดเผยเกี่ยวกับเทคโนโลยีเสริมหล่อใหม่ล่าสุดว่า ตอนนี้มีเทคโนโลยีตัวใหม่ซึ่งเพิ่งนำมาใช้ในเมืองไทยครั้งแรก การดูดไขมันที่ไม่ต้องผ่าตัดให้ต้องเสี่ยงอย่างน่ากลัวอีกต่อไป เรียกว่า ลิโปโซนิกซ์ (Liposonix) ซึ่งว่ากันว่าสามารถใช้กำจัดไขมันได้ทุกส่วนของร่างกาย “ผู้ชายยุคนี้ให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์แบบของรูปร่างทุกส่วน ไม่ว่ารอบเอว หน้าท้อง ปีกแผ่นหลัง ท้องแขน”
พญ.นันทภัทร์ ระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวใช้เวลาในการทำทรีตเมนต์เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น “ลิโปโซนิกซ์เป็นระบบการใช้พลังงานอัลตราซาวด์ระดับลึกเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันได้ตรงเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างเฉียบพลัน สามารถทำซ้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ต้องพักฟื้น”
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ชายที่นิยมการกำจัดไขมันหน้าท้อง คือ เซลทิค แอนด์ เซรูนา ทรีตเมนต์ (Zeltiq & Zerona Treatment) เป็นโปรแกรมใช้คลื่นความเย็นระดับจุดเยือกแข็ง ทำลายเซลล์ไขมัน ซึ่งวิธีดูดไขมันเดิมๆ ที่เรียกว่า ลิโปซัคชั่น (Liposuction) นั้นทำให้เกิดความเจ็บปวด ต้องพักฟื้น อีกทั้งยังทิ้งริ้วรอยไม่สม่ำเสมอที่ผิวหนัง แต่ถ้าพูดถึงการใช้ความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนัง โดยไม่ทำลายเซลล์ที่ดีได้ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก
“ผลการวิจัยจากแล็บเวลล์แมน มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยคณะวิจัยได้นำหลักการที่ค้นพบ พัฒนาเป็นเครื่องมือที่สามารถส่งพลังงานคลื่นความเย็นติดลบ 5 องศาเซลเซียส เข้าสู่ชั้นไขมันเพื่อทำลายไขมันโดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ คลื่นสามารถเฉพาะเจาะจงที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้มีผลต่อการไหลเวียนของเลือด ที่มีผลต่อเซลล์ไขมันเท่านั้น ตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อเซลล์ไขมันเข้าสู่จุดเยือกแข็งและทำลายตัวเอง จึงเป็นที่นิยม และฮือฮามากในวงการแพทย์ผิวหนังระดับโลกในขณะนี้”
อย่างไรก็ดี วิธีการดังกล่าว ไม่เหมาะกับผู้ชายที่มีไขมันสะสมมาก ๆ
ปลูกผมด้วยเซลล์
พญ.นันทภัทร์ กล่าวต่อถึงนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาศีรษะล้านของผู้ชายไทย จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัยเยล ที่ค้นพบความสัมพันธ์ของการเจริญเติบโตของเส้นผม และสเต็มเซลล์ที่ต่อมผม
“ถ้าเราสามารถส่งคำสั่งให้เซลล์ตั้งต้นที่อยู่ใต้ต่อมผมให้ยังคงทำงานและผลิตสเต็มเซลล์ที่ต่อมผมอยู่เรื่อยๆ ก็จะทำให้มีผมเกิดใหม่อยู่ได้เรื่อยๆ เช่นกัน และพัฒนาเป็นนวัตกรรมปลูกผมด้วยเซลล์ เป็นการปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องรับประทานยา โดยการนำเลือดจากผู้รับการรักษามาผ่านกระบวนการทาง ไบโอเทคโนโลยี (BioTechnology) ขั้นสูง เพื่อกระตุ้นให้เกิด Growth Factor จำนวนมาก แล้วจึงฉีดกลับเข้าไปในบริเวณรากผมเพื่อให้เกิดการซ่อมสร้างเซลล์รากผม กระตุ้นให้เซลล์ตั้งต้นที่ใต้ต่อมผม (Precursor) ผลิตสเต็มเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เกิดการสร้างเส้นผมใหม่ แม้ว่าจะได้รับคำสั่งหยุดสร้างผมจากฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนก็ตาม” ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละคน
‘หน้าใส’ สิ่งที่ผู้ชายถวิลหา
นพ.ทรงพล มั่นวงศ์วิโรจน์ แพทย์ประจำคลินิก อิเมจินี่ แอนด์ เดซี ดีว่า ผู้เชี่ยวชาญปรับเปลี่ยนรูปหน้า ช่วยอัพเดตนวัตกรรมผิวหน้าของผู้ชาย โดยแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ วัยรุ่น ไปจนถึงอายุต่ำกว่า 30 ปี จะต้องการความมั่นใจในรูปร่างหน้าตามากเป็นพิเศษ อยากมีใบหน้าสดใส ปราศจากสิว ใบหน้าเรียบเนียน ใบหน้าเรียว มีขอบหน้าชัด มีสันจมูก เพื่อความดูดีเมื่อออกสื่อในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างอินสตาแกรม หรือเฟซบุ๊ก อีกกลุ่มคือผู้ชายอายุ 30 ปีขึ้นไปที่ผิวหน้าย่อมเสื่อมโทรมไปตามวัย และเป็นกลุ่มที่ดูแลรูปร่างด้วยการเข้ายิมระดับหนึ่ง แต่อยากมีผิวหน้าที่ดูอ่อนเยาว์คงที่ด้วย
“ตอนนี้ทางเลือกการใช้นวัตกรรมของผู้ชายมีเยอะขึ้น ปลอดภัยและทำง่ายได้ผลเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังเสี่ยงน้อย บอบช้ำน้อย ไม่เหมือนการผ่าตัด ซึ่งเสี่ยงชิ้นส่วนถูกตัดไปแล้ว เอาคืนไม่ได้ ยุคนี้การพัฒนานวัตกรรม คือทำแล้วได้ผลเร็ว ปลอดภัยและไม่ต้องพักฟื้นนาน ซึ่งเทรนด์ของนวัตกรรมกำลังจะเข้ามาแทนที่การผ่าตัดแล้ว ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน เช่น เลเซอร์จำกัดเม็ดสี หรือเทคโนโลยีช่วยลบรอยสักดำบางชนิดก็ให้ผลที่ดีในการรักษาเมื่อรักษาในเวลาที่พอเหมาะ”
สำหรับผู้ชายที่ต้องการผิวเนียนเรียบไม่ชอบหนวดเครารกรุงรัง ซึ่งขนบนใบหน้าจะทำให้หน้าไม่ใส ทำให้เกิดสิวได้ง่ายหากขนคุด ผู้ชายยุคใหม่จึงนิยมมาจำกัดขน
นวัตกรรมลดริ้วรอย ผู้ชายก็นิยม
ยุคนี้ผู้ชายไทยนิยมการปรับรูปหน้าเป็นรูปวีเชฟ โดยมีไอดอลเป็นดาราเกาหลี การฉีดโบทอกซ์ให้กล้ามเล็กลงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรืออยากฉีดสารเติมเต็ม หรือฟิลเลอร์ ทำให้จมูกมีสันขึ้นมานิดหนึ่ง ผู้ชายไทยก็ฮิตมากๆ
สำหรับเทคโนโลยีฟื้นฟูสภาพผิวหน้า ย้อนคืนวัยให้กลับมาเหมือนตอนยังเป็นหนุ่ม ที่ดังมากๆ มี 2 ชนิด ที่ได้มาตรฐาน คือ เทอร์มาจ และอัลเทอรา
เทอร์มาจ คือ เทคโนโลยีความร้อนสูง ใช้คลื่นความถี่วิทยุเพื่อสร้างความร้อนให้กับผิวหนัง ความร้อนจะทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่ยืดออกไปกระชับตัวขึ้น ความร้อนยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ พักฟื้นน้อย ซึ่งเทอร์มาจนี้ได้พัฒนาการทำงานของเครื่อง จึงช่วยลดความเจ็บ ทำให้ได้ผลรักษาดีกว่าเก่า คนไข้จะรู้สึกไม่เจ็บ
สำหรับ อัลเทอรา ใหม่ล่าสุดเป็นนวัตกรรมหนึ่งเดียวที่นำมาใช้ในการดึงหน้า ณ ระดับความลึกที่ชั้นกล้ามเนื้อส่วนบนโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม
“เรานึกถึงการดึงหน้าในโบราณที่ต้องผ่านการผ่าตัด แต่อัลเทอราเลียนแบบโดยการใช้เครื่องอัลตราซาวด์ความถี่สูง แบบเฉพาะเจาะจงลงไปบนชั้นกล้ามเนื้อสแมส (SMAS) คือชั้นของไขมันและกล้ามเนื้อโขงข่ายของผิวหน้า ชั้นนี้สำคัญ เราจะไปดึงชั้นนี้กล้ามเนื้อจะยกไปทั้งหน้า แต่เรายิงพลังงานทำให้เกิดการหดตัว ยิ่งจุดเล็กๆ หลายๆ จุด แทนที่จะเย็บ ทำให้เกิดการหดกระชับของใบหน้า เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ชายที่อยากยกคิ้ว ยกใบหน้า ยกหางตา เทคโนโลยีเป็นของอเมริกาและมีการพัฒนาจนได้มาตรฐานที่สูงขึ้น”
นพ.ทรงพล กล่าวทิ้งท้ายว่า นวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ ในแง่ประสิทธิภาพที่ดีมีภาวะแทรกซ้อน บอบช้ำน้อย แต่ก่อนทำผู้ชายก็ควรศึกษาถึงเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเลือกให้เหมาะกับงบประมาณที่มีอยู่
แฟนพันธุ์แท้เทคโนโลยีความเท่
ดีเจบอยฌาฆฤณ ชุมมิ่ง แห่งคลื่น 95.5 เวอร์จิ้น ฮิตซ์ เป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจความดูดีตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีตัวแรกที่ลองทำ คือ ผลักวิตามินซีเข้าสู่ผิวหน้า และให้ความสำคัญกับการดูดีมากขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง
“เทรนด์ผู้ชายยุคนี้คือต้องเข้าฟิตเนส ซึ่งบอยให้ความสำคัญกับใบหน้า ปัญหาเส้นผมและใบหน้า เทคโนโลยีล่าสุดที่ทำก็คือ ลอง พลัส เอ็นดีแย็ก กำจัดขนที่ใบหน้า เพราะบอยอยากให้ใบหน้าใสไม่มีเส้นขนมาสร้างความหมองคล้ำ อยากให้ใบหน้าสว่างใส ก็ยิงเลเซอร์ให้ขนหลุดร่วงออกมา ความหมองคล้ำก็ออกไป ทำให้หน้าดูไบรต์และเนียน นอกจากนี้ยังทำเมด ไลต์ คือ ทำให้ผิวกระจ่างใสลดรอยจุดด่างดำ หมองคล้ำ เช่นบริเวณใต้ตา รอยสิว แผลเป็น ให้เรียบเนียนเสมอกัน”
ดีเจบอยสนใจปลูกผมด้วยเทคโนโลยี เพราะเรื่องเส้นผมก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาของผู้ชายไทย
“บอยสนใจเรื่องเทคโนโลยีมากๆ ศึกษาตลอด อันนี้ดี น่าทำ จนแก๊งเพื่อนๆ ที่ไปเล่นฟิตเนสด้วยกันซึ่งเป็นผู้ชายแท้ๆ ที่ดูแลทั้งเรื่องผิวหน้าและรูปร่าง กลุ่มเพื่อนที่ขับดูคาติก็สนใจเรื่องความหล่อคล้ายๆ กัน เพราะผู้ชายจะมีปัญหาเรื่องหน้าหมองคล้ำเพราะดูบอลดึก เจอแสงแดด มลภาวะ ก็อยากมีใบหน้าที่ใส
เรื่องหุ่น เราเข้ายิมดูแลได้ แต่ใบหน้าเราทำเองไม่ได้ ก็ต้องพึ่งนวัตกรรม ตอนนี้ลองศึกษาก็พบว่ามีนวัตกรรมละลายไขมันที่หน้าท้องและช่วยสร้างซิกแพ็กได้ดี ก็อยากลองและเป็นที่คุยกันในหมู่ผู้ชาย หรือการรักษาผมร่วงด้วยสเต็มเซลล์ก็น่าลองเช่นกัน ผู้ชายต่อให้หน้าใส หุ่นเฟิร์ม แต่หัวล้าน ก็จบกัน”
ดีเจบอกว่า ยุคนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับผู้ชายที่ต้องพึ่งนวัตกรรมเรื่องผิวพรรณและรูปร่าง เพราะทุกคนก็อยากดูดี อยากชะลอวัยไว้ให้ได้ ยิ่งผู้ที่ประกอบอาชีพต้องใช้หน้าตาเช่นคนในวงการบันเทิงยิ่งจำเป็น







