
การรู้แจ้งในความโง่ ธัมมะที่ควรศึกษา!! (จบ)
องค์ธรรมที่สามคือ สติ คือความระลึกกำหนด ต้องมีสติระลึกกำหนดอยู่ที่อารมณ์ของสมาธินั้นให้แน่วแน่ อย่าปล่อยให้สติเลื่อนลอย
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
องค์ธรรมที่สามคือ สติ คือความระลึกกำหนด ต้องมีสติระลึกกำหนดอยู่ที่อารมณ์ของสมาธินั้นให้แน่วแน่ อย่าปล่อยให้สติเลื่อนลอย
องค์ธรรมที่สี่นี่สำคัญยิ่งคือ ไม่ว่าอารมณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการเจริญภาวนา แม้อารมณ์นั้นจะดีหรือไม่ดีจากการเจริญนั้น ก็ให้ละ ไม่ติดยึดในอารมณ์นั้นๆ เพื่อป้องกันกิเลสก่อตัวเกิดขึ้น แม้ยินดีในอารมณ์ของสมาธิก็อาจจะทำเกินพอดี อย่างบางคนนั่งจนไม่รู้จักเวลาที่จะพัก ไม่รู้จักเวลาที่จะบริโภค ยิ่งไปติดเพลินในนิมิตของสมาธิด้วยก็จะยิ่งไปกันใหญ่ ในด้านตรงข้ามก็เหมือนกัน ต้องไม่ยินดียินร้ายในอารมณ์ของสมาธิ ในนิมิตของสมาธิ เมื่อตั้งใจจะทำแล้ว ถึงตอนต้นแม้จะไม่ชอบ ต้องพยายามฝืนใจทำไปให้จงได้ เมื่อประสบนิมิตที่ไม่ชอบ ก็ต้องคิดว่าไม่ใช่ของจริง แต่เป็นของที่เป็นสัญญชะ คือเกิดจากสัญญา เป็นภาพอุปาทานทั้งนั้น ไม่มีความจริงอะไรมาให้เกิดความยินดีตื่นเต้นในอารมณ์ในนิมิตของสมาธิ ไม่ให้เกิดความยินร้ายตกใจกลัวในอารมณ์ของสมาธิทุกๆ อย่าง เพื่อทำความรู้ให้ตั้งมั่น ทำสติให้ตั้งมั่นในอารมณ์แห่งสมาธิจนกว่าจะหมดเวลาตามที่กำหนดไว้
ผู้ที่มีจิตตั้งมั่น จิตนั้นก็เหมาะควรแก่การงาน ก็สามารถที่จะเข้าสู่วิถีธรรมสูงขึ้นตามลำดับสืบไปได้
ด้วยเวลาที่พอเหมาะที่พึงจะแสดงในกาลนี้ จึงยกธรรมปฏิบัติให้สอดคล้องกับโสฬสปัญหา เป็นปัญหาที่หนึ่ง และยกการเจริญสติในหมวดสติปัฏฐาน ๔ ที่ว่าด้วยเรื่องของกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ตามวิธีการปฏิบัติในอานาปานสติ ๑๖ ขั้นว่าด้วยหมวดแรก ๔ ขั้นตอน มากล่าวแสดง ณ บัดนี้ เพื่อสาธุชนทั้งหลายได้ปฏิบัติอันตามสมควรแก่เวลา จึงจบเพียงแค่นี้ ให้เจริญธรรมต่อไป...” เอวัง
เจริญพร







