
Z hollywood
เรื่อง ทวิตตี้
@ ตั้งแต่
“ชาร์ลี ชีน” มีกรณีซ้อมภรรยา บรูค มัลเลอร์ เมื่อตอนปลายปี คู่นี้ก็ดูเหมือนว่าจะอยู่ในภาวะระหองระแหงเตียงใกล้หักเต็มที แม้ว่าจะมีบางช่วงที่เหมือนจะกลับมาดีกัน และชาร์ลีเองก็ยอมเข้าศูนย์บำบัดเพื่อรักษาอาการติดเหล้าที่ทำให้เขาขาดสติ เรื่องก็ทำท่าว่าจะไปด้วยดี แต่พอชาร์ลีออกจากคอร์สบำบัดปุ๊บ ก็มีข่าวเข้ามาแทรกปั๊บว่าเขาแอบพาอีหนูไปค้างอ้างแรมที่อื่น และไม่ใช่แค่คนเดียว แต่ถึง 2 คน ทำเอาบรูคสติแตกอีกรอบ แมงเมาท์เพื่อนใกล้ชิดก็ออกมาบอกว่าบรูคโมโหมาก ตอนนี้เธอย้ายออกจากบ้านแล้วหลังจากที่ชาร์ลีจะกลับมาอยู่ที่บ้าน เพราะบรูคไม่อยากจะอยู่ใกล้สามีอีกแม้แต่นิดเดียว เพราะเธอรู้สึกขยะแขยงกับพฤติกรรมของเขาเหลือจะทน แต่ตัวแทนของทั้งคู่ก็ออกมาบอกว่าตอนนี้ทั้งชาร์ลีและบรูคไม่ได้วางแผนจะหย่ากัน เพียงแต่แยกกันอยู่ชั่วคราวเพื่อให้อารมณ์เย็นลงทั้งคู่ และสามารถพูดคุยตกลงกันได้มากกว่า... ทั้งซ้อม ทั้งนอกใจแบบนี้จะอยู่กันไหวเหรอคะเนี่ย เป็นทวิตตี้ล่ะขอบ๊ายบายตั้งแต่หนแรกแล้ว...@ ตั้งแต่หนังสือชีวประวัติของเจ้าแม่ทอล์กโชว์
“โอปราห์ วินฟรีย์” ที่เขียนโดย คิตตี เคลลีย์ ออกมาวางขาย ก็ดูจะทำให้ชีวิตของโอปราห์ดูจะวุ่นวายมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพราะนอกจากจะมีข่าวลือสารพัดเรื่องที่ว่าเธออาจจะโกหกชีวิตวัยเด็กของเธอเพื่อให้ดูน่าสนใจมากขึ้น อีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้คนสนใจก็คือเรื่องที่คิตตีบอกว่า เธอรู้ว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริงของโอปราห์ โดยเธออ้างว่าได้ข้อมูลมาจากป้าของโอปราห์ แต่ไม่อยากเปิดเผยว่าเป็นใคร เพราะต้องการให้แม่ของเธอบอกเองมากกว่า ในช่วงเวลาเดียวกันก็มีผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นทหารผ่านศึกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ชื่อ โนห์ โรบินสัน วัย 82 ปี จากมิสซิสซิปปี ที่โอปราห์เติบโตมา ออกมาอ้างตัวว่าเขาคือพ่อที่แท้จริงของเธอ และพยายามติดต่อเพื่อขอตรวจดีเอ็นเอ เขาบอกว่าไม่ได้ต้องการเงินจากโอปราห์ เพียงแต่ต้องการพบหน้าลูกสาวที่แท้จริงสักครั้งก่อนตายเท่านั้น ซึ่งภายหลัง แคทาธีน คารร์ เอสเตอร์ส ญาติของโอปราห์ที่ถูกอ้างถึงในหนังสือก็ได้ออกมาบอกว่า เธอไม่เคยพูดเรื่องพ่อของหลานสาวให้คิตตีฟัง และที่เธอให้สัมภาษณ์ก็เพราะเธอเข้าใจผิดว่าคิตตีเป็นทีมเดียวกับนักวิชาการที่ติดต่อมาขอข้อมูลก่อนหน้านั้น และไม่คิดว่าจะโดนเอาคำพูดไปเปลี่ยนในทางเสียหายแบบนี้ ส่วนทางด้านโอปราห์ก็ออกมาบอกว่า เธอจะไม่ไปตรวจดีเอ็นเอตามคำขอใดๆ ของโนห์ทั้งนั้น เพราะช่วงนี้ก็มีคนเดินเข้ามาอ้างว่าเป็นพ่อของเธออยู่ทุกวันอยู่แล้ว...เป็นคนดังและรวย บางทีก็ต้องทนปวดกะโหลกแบบนี้บ้างล่ะฮ่ะ...@ หลังจากที่
“โมนิก” นักแสดงหญิงผิวสีที่ได้รับรางวัลออสการ์ดาราสมทบหญิงจากบทของแม่ใจร้ายในหนังเรื่อง Precious ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่ถูกล่วงเกินในวัยเด็กโดยพี่ชายแท้ๆ ของเธอเอง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับการแสดงของเธอในหนัง ซึ่งในที่สุดพี่ชายของโมนิก คือ เจอรัลด์ อิเมส ก็ได้ออกมาขอโทษเธอผ่านรายการ Oprah Winfrey Show ยอมรับว่าเขาเคยล่วงเกินน้องสาวจริงเมื่อตอนที่เขาอายุ 13 ปี และโมนิกอายุ 78 ขวบ โดยเจอรัลด์บอกว่าเป็นผลมาจากยาเสพติดที่เขาเริ่มใช้เมื่อตอน 11 ขวบ ซึ่งเขาและแม่ก็ออกมาขอโทษสิ่งที่ได้ทำลงไป (แม่ของโมนิกบอกว่าเสียใจที่สิ่งนี้เกิดขึ้น และเธอไม่เชื่อลูกสาวของตัวเองในตอนนั้น) และหวังว่าเธอจะยกโทษให้และกลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม ซึ่งโมนิกปฏิเสธที่จะไปร่วมรายการด้วย แต่ก็กล่าวชื่นชมโอปราห์ที่นำเรื่องนี้มาเสนอ เพราะคิดว่ามันอาจจะช่วยใครสักคนได้บ้าง แม้ต่อหน้าสื่อโมนิกจะพูดแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วคนใกล้ชิดก็ออกมาเปิดเผยว่า โมนิกไม่พอใจกับสิ่งที่นำเสนอในรายการแม้แต่น้อย เพราะทิศทางของการนำเสนอประเด็นในรายการ และพี่ชายเธอโกหกหลายเรื่อง รวมถึงพูดรายละเอียดบางอย่างที่ไม่สมควรและไม่สงสารเธอเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเธอก็ไม่ต้องการที่จะติดต่อหรือยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวอีก ...เรื่องแบบนี้มันก็ละเอียดอ่อนและทำใจลำบากจริงๆ ผ่านมาเป็นหลายสิบปีจนน้องดังถึงได้มาออกทีวีขอให้ยกโทษกันง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ...@ เมาท์เรื่องเครียดกันมาเยอะ หันมาหาข่าวดีๆ กันบ้างดีกว่า ขอแสดงความยินดีกับนักแสดงสาวสวย
“อแมนดา พีท” ที่ได้เป็นคุณแม่อีกครั้ง เพราะเพิ่งคลอดลูกสาวคนที่สองไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกเธอมีกำหนดจะไปออกรายการของ เดวิด เลตเตอร์แมน เพื่อโปรโมตหนังเรื่อง Please Give ในวันถัดมา แต่ตอนดึกของวันก่อนหน้าเกิดปวดท้องคลอดเสียก่อน ก็เลยต้องไปโรงพยาบาลกันกลางดึก ซึ่งก็ปลอดภัยดีทั้งแม่และลูกค่ะ เธอยังเล่าให้ฟังขำๆ ว่า ตอนจะตั้งชื่อกันนั้นที่บ้านก็เถียงกันว่าจะเอาชื่ออะไรดี แต่ลูกสาวคนโต ฟรานเซส วัย 3 ขวบ อยากเรียกน้องว่า “เต่า” แต่สุดท้ายเธอและสามี เดวิด เบนนอฟฟ์ ก็ได้ข้อสรุปให้ลูกสาวตัวน้อยเป็นชื่อน่ารักๆ ว่า “มอลลี จูน เบนนอฟฟ์” ...ทวิตตี้ก็ขอแสดงความยินดีด้วย และขอให้แข็งแรงทั้งคุณแม่และคุณลูกจ้า...บรรยายภาพ
01 ชาร์ลี ชีน
02 โอปราห์ วินฟรีย์
03 โมนิก
04 อแมนดา พีท







