
อะไรคือปาราชิกสังฆาทิเสสของภิกษุในพุทธศาสนา!!!
ให้เลื่อนการแบ่งปันจีวรออกไป ๗ วันแล้วค่อยแบ่งปันกัน พอถึงวันที่ ๗ เล็นนั้นก็ตายไปตามสภาพของสัตว์เล็กๆ
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ให้เลื่อนการแบ่งปันจีวรออกไป ๗ วันแล้วค่อยแบ่งปันกัน พอถึงวันที่ ๗ เล็นนั้นก็ตายไปตามสภาพของสัตว์เล็กๆ ที่มีอายุแค่ ๗ วัน เมื่อตายไปแล้วพระสงฆ์ก็ได้แบ่งปันจีวรกัน ตัวเล็นตัวนั้นเมื่อตายไปแล้วก็ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต แต่ ณ ขณะเป็นสัตว์เดรัจฉานเล็นเล็กๆ นั้น ถ้ามีความโกรธ ณ ขณะนั้นเข้าไปอีก แทนที่จะได้พ้นจากโทษทุกข์อันเกิดขึ้นจากการขาดการพิจารณาในปัจจัยเมื่อเป็นพระ ด้วยจิตที่ผูกพันเป็นราคะเป็นโลภะ ทำให้เกิดไปอยู่ในฐานะแห่งสัตว์เดรัจฉาน ก็จะตกหนักลงไปในชั้นอบายภูมิ แต่ด้วยพระมหากรุณาของพระองค์ตามที่กล่าว เมื่อพ้นจากภาวะจิต ณ ขณะนั้น ก็ให้ได้อานิสงส์กุศลเข้ามาเสวยในจิตขณะจิตต่อไป อันเป็นผลฝ่ายกุศลกรรมเมื่อสมัยเป็นพระสงฆ์ที่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย จึงไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
เรื่องเล็นที่ตายแล้วไปเกิดในสวรรค์ ถ้าพิจารณาทำให้ทราบว่าถ้าภิกษุไม่มีความผูกพันในบริขาร ก็ไปเกิดในคติที่สูงขึ้นแม้ไม่ใช่ที่สุดคือพระนิพพานได้ แต่หากพระองค์มิได้โปรดให้เลื่อนวันแบ่งจีวรตามที่กล่าว ภิกษุที่เป็นเล็นนั้นก็จะตกนรกลงลึกเข้าไปอีก จากเดรัจฉานก็ลงนรกไปในอบายภูมิลึกลงไป จึงเห็นได้ว่าความผูกพันในบริขารเป็นอันตรายใหญ่หลวง พระพุทธเจ้าจึงทรงเล็งเห็นความนี้จึงตรัสเป็นพระคาถาว่า
อยสาว มลํ สมุฏฺฐิตํ ตทุฏฺฐาย ตเมว ขาทติ เอวํ อติโธนจารินํ สานิ กมฺมนิ นยนฺติ ทุคฺคตึ
แปลความว่า สนิมเกิดแต่เหล็กกัดกินเหล็ก ฉันใด กรรมที่ตนทำไว้ย่อมนำคนเขลาไปทุคติ ฉันนั้น
ในเรื่องของศีลของพระ จึงเป็นเรื่องที่ละเอียดประณีตมากกว่าของศรัทธาญาติโยมทั้งหลาย เพราะนอกเหนือจากปาฏิโมกขสังวรศีลซึ่งมีถึง ๒๒๗ สิกขาบทแล้ว ก็ยังมีหมวดแห่งศีลตามที่กล่าวอีก ๓ หมวด หากพิจารณาลงไปในปาฏิโมกขสังวรศีล ๒๒๗ สิกขาบทที่พระสงฆ์จะต้องทำอุโบสถทุกกึ่งเดือน เพื่อสดับตรับฟังปาฏิโมกข์ศีลเพื่อทำชำระคืนกลับ หากบกพร่องตามพระธรรมวินัย จะเห็นว่าไม่ใช่น้อยๆ
ใน ๒๒๗ สิกขาบทนั้นเป็นปาราชิก ๔ สิกขาบท สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท อนิยต ๒ สิกขาบท นิสสัคคีย์ปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท ปาจิตตีย์ ๙๒ สิกขาบท ปาฏิเทสนียะ ๔ สิกาขาบท เสขิยวัตร ๗๕ สิกขาบท และ อธิกรณสมถะ ๗ สิกขาบท รวมทั้งสิ้น ๒๒๗ สิกขาบท
ซึ่งกล่าวไว้ในพระพุทธศาสนาว่า นี่เป็นอย่างน้อยของพระสงฆ์ คือ เป็นศีลของภิกษุที่เป็นอย่างน้อย เพราะศีลของภิกษุนั้นเป็นอปริยันตปาริสุทธิศีล แปลว่า เป็นศีลไม่มีสิ้นสุด อย่างน้อย ๒๒๗ อย่างกลาง ๙ โกฏิ ๙ ล้าน สิกขาบท อย่างยิ่งไม่มีที่สิ้นสุด แตกต่างจากของคฤหัสถ์หรือของสามเณรที่เป็นปริยันตปาริสุทธิศีล ที่จำกัดอยู่ตามปกติที่มีบัญญัติไว้ เช่น สิกขาบทของคฤหัสถ์ ก็คือ ศีล ๕ ศีล ๘ ซึ่งก็อยู่ในกรอบที่ระบุชัดเจน แต่ของพระสงฆ์ไม่มีที่สิ้นสุด กว้างขวางเป็นอนันตนัยมากมาย
(อ่านต่อฉบับหน้า)







