
ศูนย์รวมความรักของ ภัทร ณรงค์ชัยกุล
ภัทร ณรงค์ชัยกุล ชายหนุ่มวัย 30 ปลายๆ ที่มีสายตาขี้เล่นสดใสคนนี้ เขาเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ภาณาเมร่า แฟชั่น ผู้นำเข้านาฬิกานิกซั่นและติตัน
โดย...กันย์ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
ภัทร ณรงค์ชัยกุล ชายหนุ่มวัย 30 ปลายๆ ที่มีสายตาขี้เล่นสดใสคนนี้ เขาเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ภาณาเมร่า แฟชั่น ผู้นำเข้านาฬิกานิกซั่นและติตัน รวมทั้งสินค้าแฟชั่นอีก 34 ชนิด และจะนำเข้าแบรนด์ใหม่ๆ อีก 2 แบรนด์ช่วงปลายปีนี้ วันนี้มาเปิดบ้านให้เราได้เยี่ยมชม เขาเล่าว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกจากน้ำพักน้ำแรงของเขา หลังจากแต่งงานสร้างครอบครัวมีลูกน้อยเป็นลูกชายวัย 3 เดือน ชื่อ น้องไตตัน
เดิมนั้นสมัยหนุ่มโสดเขาอยู่บ้านกับคุณพ่อคุณแม่ จนกระทั่งแต่งงานก็แยกมาอยู่คอนโดมิเนียมกลางเมืองสักระยะ จนกระทั่งวางแผนจะมีลูกจึงคิดซื้อบ้านเดี่ยว จึงมาลงเอยกับโครงการฮาบิเทีย ย่านวัชรพล บ้านหลังนี้เขาซื้อมาได้ 2 ปีกว่า บนเนื้อที่ 90 ตารางวา แต่มาตกแต่งเองเพิ่มเติมไปเยอะ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ชั้นล่างแบ่งเป็นพื้นที่ห้องรับแขกขนาดพอเหมาะ ห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร ห้องแม่บ้าน และมีครัวไทยอยู่หลังบ้าน ส่วนชั้น 2 แบ่งเป็นห้องนอนใหญ่ 2 ห้อง และห้องแต่งตัว 1 ห้อง มีมุมห้องพระเล็กๆ เป็นบ้านขนาดพอเหมาะสำหรับ 4 คน คือ คุณพ่อคุณแม่ คุณลูก และคุณยาย
การตกแต่งนั้นเขาและภรรยาช่วยๆ กันคิดและหาของแต่งบ้าน โดยทั้งคู่มีงานอดิเรกในการเดินหาของแต่งบ้านตามที่ต่างๆ หรือเวลามีงานเกี่ยวกับบ้านและคอนโด เขาทั้งคู่ก็จะไปเดินประจำ รวมถึงเวลาเดินทางไปเที่ยวหรือไปทำงานที่ต่างประเทศก็จะค่อยๆ เก็บของสวยๆ ไว้แต่งบ้านทีละชิ้นสองชิ้นมาเรื่อยๆ ตลอดหลายปี
โดยฝ่ายภรรยาชอบสไตล์วินเทจออกหวานๆ เล็กน้อย แต่เขาชอบสไตล์ทันสมัยผสมคลาสสิก ซึ่งก็มาลงตัวกันได้อย่างไม่ขัดเขิน โดยสีที่เลือกใช้จะเป็นสีเรียบๆ โทนขาว ดำ และควันบุหรี่ คือ เรียบๆ แต่คลาสสิก แต่ไปเพิ่มลูกเล่นกับพวกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่มีสีสันมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นของที่เขาซื้อสะสมเอาไว้เรื่อยๆ ตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน
“เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่จะเป็นงานไม้ ผมชอบไม้เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนบ้านเราตอนเด็กๆ ถ้ารู้สึกเก่าก็ทาสีใหม่ให้ดูดีขึ้นได้ ของตกแต่งก็เก็บมาเรื่อยๆ ที่ซื้อไว้เวลาเจออะไรที่ชอบ และก็มีของใหม่ที่เพิ่งเจอมา แล้วก็ชอบเปลี่ยนไปถ้ามีของใหม่เข้ามา” เขากล่าวอย่างมีความสุข
เขาบอกว่า บ้านหลังนี้ถือเป็นศูนย์รวมความรักความเข้าใจ มีทุกคนที่รักเขาและเขารักอยู่ด้วย เป็นบ้านที่บ่งบอกความเป็นตัวตน สบายๆ ไม่ต้องเสแสร้ง เป็นที่ที่ปลอดภัย อบอุ่นพร้อมหน้าคนที่รักทุกคน โดยมีมุมโปรดตรงระเบียงหน้าบ้านไว้นั่งเล่นยามเช้าและเย็น มีห้องนั่งเล่นไว้ไถ่ถามทุกข์สุขทุกค่ำของแต่ละวัน
“หย่อนตัวลงที่ไหนก็เป็นความสุขไปทั้งหมด เพราะเป็นบ้านที่เราเลือกเองในแบบที่เราอยากให้เป็น มันเป็นบ้านแห่งความภาคภูมิใจของเราด้วย” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม







