
พวกเรายังรัก (งาน) กันอยู่ใช่มั้ย
โดย... โจนาธาน
โดย... โจนาธาน
เป็นประโยคคำถามที่สำคัญไม่ด้อยไปกว่า เธอยังรักฉันอยู่ใช่มั้ย ในโลกการทำงาน ประโยคนี้จะคอยเตือนสติเราว่า ณ ปัจจุบัน งานที่ทำอยู่ ใช่สิ่งที่เรารักหรือไม่ หรือเป็นแค่ภารกิจที่เราจำใจต้องทำ ทำ ทำ เพื่อให้ผ่านพ้นไปวันๆ มากกว่านั้น บางรายอาจเข้าใจว่า มีงานดีกว่าตกงาน อันนี้ไม่ขอเถียง แต่คุณเคยย้อนถามตัวเองมั้ยล่ะ งานที่คุณทำอยู่ คือ งานที่คุณรัก ถ้าใครให้คำตอบว่า ไม่ใช่ ไม่รัก ก็อย่าเพิ่งผลีผลามรีบยื่นใบลาออกซะล่ะ ลองหันมาสำรวจตรวจหัวใจอีกรอบ ด้วยการเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนทัศนคติ ให้ความใหม่มาล้างความเก่า เผื่อคุณจะค้นพบเนื้อแท้ว่า งานที่คุณทำอยู่คืองานที่คุณรักและมีความสุขที่สุด
เปลี่ยนความเบื่อหน่ายเป็นความท้าทาย
อะไรเดิมๆ อะไรที่ทำซ้ำๆ อะไรที่ทำบ่อยๆ ไม่นานมันก็จะกลายเป็นความเบื่อหน่าย อาการเอือมระอาก็จะปรากฏตัวขึ้นในความรู้สึกของคุณ ไม่ใช่ของเพื่อนร่วมแผนก หรือเจ้านายที่คอยจ้ำจี้จำไช ตราบเมื่อความเบื่อหน่ายได้แฝงเร้นในความรู้สึกคุณ แน่นอน มันย่อมจะไม่ใช่การทำงานที่มีความสุขและสนุกอีกต่อไป ถ้าคุณ (ยัง) อยากสนุกและมีความสุขกับงาน ก็ลองหาอะไรที่ท้าทายทำดู ทำงานที่เคยทำปกตินี่แหละ ไม่ต้องไปดั้นด้นค้นฟ้าคว้าดาวที่ไหนหรอก มองจากสิ่งใกล้ตา จับมันพลิกซ้ายพลิกขวา หรือจะตีหลังกา ก็ไม่ว่ากัน ทำได้และทำแล้วรู้สึกสนุก โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร (นะจ๊ะ) ก็จงรีบทำ อย่างน้อยๆ มันจะเป็นคำตอบสุดท้าย (ก่อนยื่นใบลาออก) ว่างานที่ทำอยู่ใช่ หรือไม่ใช่
เปลี่ยนความหดหู่เป็นพลังแรงกล้า
“ติช นัท ฮันห์” เคยว่าไว้ให้ฉุกคิด “ทุกเช้าไม่ได้หมายความว่าเวลา 24 ชั่วโมง เราจะต้องหาเงิน แต่เป็น 24 ชั่วโมง ที่เราจะต้องใช้ชีวิต” ฟังแล้วใจชื้นขึ้นมาบัดดล ยิ่งเฉพาะการใช้ชีวิตที่หมดไปกับงาน 8 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น หลายคนคงกำลังหดหู่ โบนัสก็ไม่มี โอทีก็ไม่ได้ ตายละหว่า!!! ยังจะทำงานนี้ต่อไป (ดี) มั้ย ถ้าคำตอบของคุณคือ ทำต่อสิ ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องโยนความหดหู่ทิ้งลงถังขยะ หรือจะกลบฝังดิน ก็เชิญตามสะดวก จากนั้นก็ลองมองไปข้างหน้าว่าเป้าหมายที่รออยู่คืออะไร โบนัส โอที หรือวิถีชีวิตงาน อันเปี่ยมด้วยความสุขและสนุก คนอื่นคงตอบแทนความรู้สึกคุณไม่ได้ ตราบใดที่คุณไม่ (เคย) เติมเชื้อไฟให้ในตัวเอง คุณก็คงจะไม่ (เคย) เจอพลังแรงกล้า
เปลี่ยน เปลี่ยน เปลี่ยนงานใหม่เลย (เหอะ)
ไหนๆ ก็ลองเปลี่ยนอะไรๆ แล้ว แต่คุณก็ยังรู้สึกว่า งานที่ทำอยู่ ไม่ใช่งานที่คุณรัก ทำไปก็หาความสุขได้ยาก ไม่พอ ยังโดนครหา ไร้สติปัญญา หาได้ริเริ่มสร้างสรรค์ไม่ การมองหางานใหม่ที่คุณคิดว่าใช่สำหรับคุณ ก็คงเป็นคำตอบสุดท้ายแล้วล่ะ “สตีฟ จ็อบส์” เคยกล่าวไว้ “ขอให้ทุกคนแสวงหางานที่ตัวเองรัก” คุณอาจจะต้องถ่องประโยคนี้ให้ขึ้นใจ แล้วออกแสวงหางานที่ตัวคุณคิดว่าใช่ หาเจอก็ถือโชคดีไป ถ้ายังไม่เจอ ก็หาจนกว่าจะเจอ ใช้ความซื่อสัตย์เป็นแสงสว่างไต่ถามหัวใจของคุณไปด้วยก็ได้ งานอะไรคืองานที่คุณรักและอยากทำจริงๆ เป็นแม่บ้าน ทำร้านซักรีด นั่งล้างจาน กวาดถนน คอลเซ็นเตอร์ ทำบัญชี เป็นพีอาร์ หรือว่าจับปากกาเขียนหนังสือ ไม่งานใดก็งานหนึ่งล่ะที่คุณรักและมีความสุขกับมัน
Ask the Expert
Q.ดิฉันมีลูกน้องใต้บังคับบัญชาเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นสาวโสดวัย 30 ปลายๆ ตอนมาทำงานใหม่ๆ เธอก็แต่งกายปกติดีค่ะ แต่ระยะ 34 ปีหลัง เธอแต่งตัวมาทำงานเข้าขั้นเซ็กซี่เกินไป ใส่กระโปรงผ้ายืดสั้นๆ รัดรูป มันดูโป๊มาก จนผู้ชายแอบเมาท์ ไม่ใช่การแต่งกายของสาวออฟฟิศทั่วไป แต่นิสัยก็เรียบร้อย ทำงานดี ควรจะตักเตือนเธอหรือไม่อย่างไร?
A. จักรพันธ์ จันทรัศมี Consulting Partner บริษัท ออคิด สลิงชอท แนะนำว่า มีลูกน้องดีและทำงานดี ถือว่าหัวหน้างานโชคดีแล้ว แต่หากลูกน้องมีบุคลิกภาพดีทั้งภายในภายนอกด้วย ก็จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับแผนกและบริษัท การแต่งกายสุภาพไม่ได้แปลว่าเชย ในขณะที่การแต่งตัวสั้นรัดรูป ก็ไม่ได้แปลว่าทันสมัย
ลูกน้องคนนี้อาจเข้าใจว่าสิ่งที่ทำนั้นดีและมีเสน่ห์ เธออาจไม่รู้ว่ามีคนอื่นมองเธอในแง่ลบ ดังนั้นหัวหน้าจึงควรช่วยเหลือโดยด่วน โดยการตักเตือน แต่ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า การตักเตือนไม่ใช่การเรียกมาด่า ควรบอกเธอว่าพฤติกรรมอะไรที่ไม่ดีและมีผลกระทบกับเธออย่างไร
จากนั้นแนะนำว่า เธอควรทำอย่างไรและเธอจะได้ประโยชน์อะไรหากทำตามคำแนะนำ เช่น “การที่เธอแต่งตัวโป๊แบบนี้ จะทำให้คนอื่นมองเธอในทางเสื่อมเสีย พี่อยากให้เธอแต่งตัวให้สุภาพ รัดกุม แต่ยังคงทันสมัยอยู่ ไม่จำเป็นต้องสั้นรัดรูปเกินไป ถ้าเธอปรับเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวเสียใหม่ บุคลิกภาพจะดีและดูน่าเชื่อถือ เพราะโดยปกติเธอก็เป็นคนนิสัยดีและทำงานดีอยู่แล้ว”
He Said / She Said
เติ้ล พนักงานบริษัท
“ชอบผู้หญิงที่นิสัยเหมือนแม่ คือ เอาใจใส่เรา ดูแลเรา และจริงใจกับเรา อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ผมล่ะรู้สึกอิจฉาคุณพ่อจริงๆ (หัวเราะ)”
จีน พนักงานบริษัท
“ดิฉันยังหาอยู่เลยค่ะ ผู้ชายที่ดูเป็นผู้ใหญ่เหมือนคุณพ่อ ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดูดบุหรี่ อบอุ่นดีค่ะ สักวันดิฉันคงจะตามหาจนเจอ (ยิ้ม)”
Quote
“พยายามอย่าสนใจว่า จริงๆ ภายในใจคุณรู้สึกอย่างไร พยายามทำหน้าตาภายนอกให้ดูเหมือนเป็นผู้ชนะอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเรายังตามหลังอยู่มากมายหลายขุม ถ้าเราสามารถควบคุมความรู้สึกและแสดงออกถึงความมาดมั่นได้แบบนี้ ชัยชนะที่แท้จริงจะมาถึงไม่ยาก”
ไดแอน อาร์บัส ช่างภาพสาวชื่อดัง







