
พ่อเนื้อห้อม-หอม
...รอยนวล
ตัวห้อมหอมเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคุณผู้ชาย กลิ่นเป็นหนึ่งสิ่งที่สร้างบุคลิกส่วนตัวให้กับคุณ ทำให้คุณดูดีมีเสน่ห์น่าอยู่ใกล้ การจะกลายร่างให้ตัวเองเป็นผู้ชายตัวหอมนั้น ไม่ใช่สักแต่ว่าโหมประโคมเครื่องหอมใส่ร่างกาย แต่ต้องรู้ว่าควรเลือกใช้อะไร น้ำหอมชนิดที่เหมาะกับสภาพผิว แบบไหนเหมาะกับบุคลิก เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราต้องมาทำความรู้จักเรื่องเครื่องหอมสำหรับคุณผู้ชายกันสักหน่อย
เครื่องหอมสำหรับคุณผู้ชายมีอยู่ 5 แบบใหญ่ๆ เริ่มต้นที่
อาฟเตอร์เชฟ : เป็นเครื่องหอมที่มีกลิ่นเบาบางที่สุด เพราะมีน้ำมันหอมผสมในปริมาณ 13% ทำให้ติดตัวอยู่แค่ประมาณ 23 ชั่วโมง อาฟเตอร์เชฟบางอย่างมีส่วนผสมของอะโลทำให้ช่วยบรรเทารอยระคายจากการโกนหนวดเพื่อผิวเนียนเรียบและหอม คุณจึงไม่ควรขาดอาฟเตอร์เชฟ
โคโลญ : เพราะมีน้ำมันหอมผสม 25% จึงจะทำโคโลญมีกลิ่นหอมติดตัวยังคงอยู่นานหน่อย แต่ก็ไม่ได้อยู่ทั้งวัน โคโลญจึงเหมาะสำหรับการเพิ่มความสดชื่น มีชีวิตชีวาหลังอาบน้ำ
โอ เดอ ทอยเลต (EDT) : มีน้ำมันหอมมากถึง 48% ทำให้หอมนานถึง 68 ชั่วโมง ทอยเลตควรใส่ตรงจุดชีพจรจะได้หอมนาน เพราะมีน้ำมันหอมผสมเยอะ จึงต้องควรระวังไม่ให้โดนใบหน้า โดยเฉพาะหลังจากโกนหนวด ไม่งั้นละก็แสบแย่เลย
โอ เดอ เพอร์ฟูม (EDP) : มีน้ำมันหอมผสมอยู่มากถึง 815% หรือบางครั้งก็สูงกว่านั้น จึงทำให้ติดตัวอยู่นาน ควรจะใส่ตรงชีพจรเพื่อจะได้หอมยวนใจติดทนนาน บ้างก็แนะนำว่า ให้ฉีดสเปรย์ไปในอากาศแล้วเดินผ่าน จะได้หอมทั่วตัว และไม่หอมเกินไป
เพอร์ฟูม : มีน้ำมันหอมมากที่สุด ความจริงแล้วไม่ค่อยมีเพอร์ฟูมสำหรับผู้ชายผลิตออกมามากนัก เพราะว่าเป็นเครื่องหอมที่แรงเกินไป มักจะเป็นอะไรสำหรับผู้หญิงมากกว่า และผู้ชายส่วนมากก็มักเลือกใช้เครื่องหอม 3 ประเภทแรกมากที่สุด
กลิ่นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งทำให้คนจดจำเราได้ หากว่าคุณใช้น้ำหอมกลิ่นเดิมตลอด กลิ่นนั้นก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ (เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าหากว่าแฟนของคุณจะซื้อเครื่องหอมชนิดเดิมแบบเดิมให้คุณทั้งปีทั้งชาติ เพราะพวกเธอคุ้นกับกลิ่นนั้นของคุณน่ะสิ) แล้วจะรู้ได้ยังไงละว่า กลิ่นไหนกันนะที่เหมาะกับตัวคุณ
ต้องลอง : แต่ละคนถึงจะใช้โคโลญยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน แต่กลิ่นที่ได้นั้นก็อาจจะแตกต่างกัน เพราะน้ำหอมจะทำปฏิกิริยากับร่างกายหรือผิวหนังกลายเป็นกลิ่นใหม่ เพื่อนคุณอาจจะใช้คาลวิน ไคลน์ แล้วห้อมหอม แต่เมื่อคุณลองใช้มันกลับกลายเป็นกลิ่นตุๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมากที่คุณจะต้องลองฉีดน้ำหอมบนผิวก่อนซื้อ
เลือกกลิ่นที่ใช่ : ไปที่แผนกน้ำหอมแล้วทดลองดมกลิ่นจากแผ่นกระดาษก่อน จากนั้นค่อยเลือกกลิ่นที่ชอบมาฉีดที่แขน รอให้น้ำหอมทำปฏิกิริยากับผิว เดินเล่นก่อนก็ได้ แล้วดมดูอีกที ค่อยตัดสินใจซื้อ อย่าฉีดหลายกลิ่นเกินไปที่แขน เพราะมันจะผสมผเสกันไปหมด บางคนแนะเคล็ดลับว่า ดมกลิ่นกาแฟระหว่างต้องดมกลิ่นน้ำหอมต่างกลิ่นกัน เพราะกาแฟจะช่วยกระตุ้นฟื้นประสาทรับกลิ่น
ต่างผิวต่างกลิ่น : คนที่มีผิวมันจะทำให้น้ำหอมติดคงทน คุณจึงไปได้ดีกับน้ำหอมที่มีกลิ่นซิตรัส (จำพวกมะนาว ส้ม ฯลฯ) อ่อนๆ เลือกน้ำหอมกลิ่นพวกซัมเมอร์ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น ส่วนคนผิวแห้งน้ำหอมจะติดไม่ทนนัก เพราะอย่างนั้นคุณควรจะเลือกกลิ่นแรงหน่อย อย่างกลิ่นที่มี Tobacco หรือมัสก์ผสม ซึ่งจะอยู่ทนหนากว่าน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆ
ไลฟ์สไตล์ก็สำคัญ : หากว่าคุณเป็นคนชอบอาหารรสจัด ดื่มจัด หรือสูบบุหรี่ เหล่านี้จะไปผสมผสานกับน้ำหอมที่คุณใช้กลายเป็นกลิ่นประจำตัว
กลิ่นที่เลือกก็ควรเหมาะกับบุคลิกส่วนตัว ไม่ใช่ใช้เพราะได้รับเป็นของขวัญมาหรือซื้อมาใช้เพราะคนขายน่ารัก!!! หรือถ้าหากคุณไม่มั่นใจว่าจะเลือกสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเองแล้วละก็ถามเพื่อนหญิงที่ไว้ใจได้ว่า กลิ่นนี้โอเค... มั้ย
แค่นี้คุณก็จะกลายเป็นหนุ่มเนื้อห้อมหอม น้ำหอมสำหรับกลางวันและกลางคืนก็ควรจะเป็นคนละกลิ่น จะเลือกกลิ่นไหนก็เห็นใจคนที่อยู่ข้างๆ เช่น ถ้าคุณทำงานในห้องเล็กๆ แคบๆ ก็ควรจะเลือกน้ำหอมที่ไม่ฉุนนัก กลิ่นแรงๆ ค่อยไปใช้ในวันที่ออกไปเที่ยวน่าจะเหมาะกว่า แต่ไม่ว่าจะใช้กลิ่นไหนก็อย่ามากเกินไป
เอาเป็นว่า ถ้าอยากเป็นคนตัวห้อมหอมก็ควรจะอาบน้ำ ถูสบู่ ทารักแร้ แปรงฟัน ฉีดน้ำหอม สวมเสื้อผ้ารองเท้าสะอาดๆ เลี่ยงอาหารกลิ่นแรง ไม่สูบบุหรี่ พกมินต์หรือหมากฝรั่งติดตัวเพื่อลมหายใจหอมสดชื่น ... เท่านี้คุณก็จะกลายเป็นหนุ่มเนื้อห้อมหอม







