posttoday
...สายสัมพันธ์‘เธียรสุรัตน์’รุ่นที่ 2

...สายสัมพันธ์‘เธียรสุรัตน์’รุ่นที่ 2

27 กรกฎาคม 2556

“ก้อยสวิตา แจ้งอยู่” รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด และ “กิ๊ฟเอกรัตน์ แจ้งอยู่” รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารงานลูกค้า บริษัท เธียรสุรัตน์

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข

“ก้อยสวิตา แจ้งอยู่” รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด และ “กิ๊ฟเอกรัตน์ แจ้งอยู่” รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารงานลูกค้า บริษัท เธียรสุรัตน์ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกรองน้ำดื่ม ที่เตรียมตัวเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งคู่เป็นทายาท “แจ้งอยู่” ในฐานะลูกสาวคนกลางและน้องชายคนเล็กของ “วีรวัฒน์ แจ้งอยู่” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่เป็นตัวแทนของรุ่นที่ 2 มาเล่าความสัมพันธ์ของทายาทที่มีต่อครอบครัว

‘ก้อย : กิ๊ฟพาทุกคนในบ้านเข้าถึงธรรมะ’

เราโตกันมาด้วยกัน 3 พี่น้อง และอายุไม่ได้ห่างกันมาก จนโตมาก็แทบจะไม่ค่อยห่างกัน เพราะมาทำงานที่บริษัทของคุณพ่อด้วยกัน เช้ากลางวันก็ยังกินข้าวด้วยกัน จึงกลายเป็นเรื่องปกติที่รู้สึกว่าเรามีเขาและเขาก็มีเรา

แต่พอเราต้องมาทำงานด้วยกันมากขึ้น มันก็ต้องมีบ้างที่จะมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ส่วนใหญ่เราจะเปิดรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน แต่ส่วนใหญ่จะประคองให้ไม่เกิดเรื่องบานปลายมากกว่า ซึ่งโชคดีที่เราก็มีผู้ใหญ่หลายท่านที่อยู่ช่วยบริษัทมานานเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง ทำให้ไม่สามารถเอาความเป็นพี่น้องมาปนในการทำงาน ทุกอย่างจึงเป็นไปด้วยเหตุผล กับพี่สาวคนโตอาจจะสนิทกันเพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน จึงมีเรื่องที่พูดคุยกันเข้าใจง่ายกันมากกว่า แต่กับน้องชายเรารู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนและที่ปรึกษาที่ดีคนหนึ่ง

“แม้กิ๊ฟจะเป็นน้องชายคนเล็กของบ้าน แต่เขากลับเป็นคนที่จริงจังกับปัญหา บางทีเรามีปัญหาอะไร บางมุมเขาก็จะเครียดแทนเรา แต่การได้คุยกับเขามันช่วยทำให้เราเห็นภาพอะไรที่ชัดเจนมากขึ้น และมองว่าปัญหาที่เจออยู่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในชีวิตเลย”

สิ่งที่ก้อยประทับใจในตัวกิ๊ฟคือ การที่เขาพาทุกคนในบ้านเขาสู่การปฏิบัติธรรมมากขึ้น เขาเป็นคนเริ่มไปปฏิบัติเอง แล้วค่อยพาคุณแม่ ก้อยและพี่สาวไป และสิ่งที่ได้กลับมามันมีประโยชน์กับการใช้ชีวิตของก้อยมาก เพราะรู้สึกว่าทำให้เราใจเย็นขึ้น และไม่ยึดติดกับอะไรมาก ต่างจากเมื่อก่อนที่เวลาเกิดอะไรขึ้นเราก็ยังย้ำอยู่กับแต่ปัญหาหรือเรื่องเดิมๆ นั้น

“เราว่าธรรมะช่วยเราเข้าใจในการใช้ชีวิตได้มากขึ้นนะ อย่างเมื่อเวลามีใครว่าเรา พาดพิงถึงเรา เราต้องมีการโต้ตอบออกไปบ้าง แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องไปใส่ทุกคน อะไรที่เราควบคุมไม่ได้ก็จะปล่อยมันไป ทุกข์น้อยลง ปล่อยวางมากขึ้น เราเห็นหลายคนวิ่งหาความทุกข์ แต่สุดท้ายมันอยู่ที่ว่า เราจะต้องทำใจให้มีความสุขกับทุกข์แค่ไหน ไม่ได้บอกว่าเราต้องจมอยู่กับมัน แต่เพียงให้เรายอมรับและไม่ยึดว่าเราจะสุขหรือเราจะทุกข์กับมันตลอดเวลา” ก้อย เล่าถึงสิ่งที่ได้จากที่น้องชายเป็นผู้แนะนำ


‘กิ๊ฟ : ก้อยเป็นคนใจดีและรับฟังความคิดเห็นคนอื่นเสมอ’

พวกเรา 3 คนพี่น้องโตมาด้วยกัน อายุห่างกัน 13 ปี แต่ละช่วงวัย ไปโรงเรียนก็โรงเรียนเดียวกันตลอด เริ่มแยกตอนมหาวิทยาลัยและไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่เรากลับมาเจอกัน ไม่ต่อก็ติด แกล้งกัน แซวกัน ว่ากันได้ตลอด

พอถึงเวลาที่ผมต้องทำงานกับพี่ๆ เมื่อมีอะไรที่ไม่เข้าใจ แม้ผมจะกลับมาคิดกับมันต่อ แต่ส่วนใหญ่เราก็พยายามให้จบกันในวันที่มีการประชุมเลย เพราะเราเข้าใจในหลักและสิ่งที่คุณพ่อสอนมาเสมอ โดยจะไม่มีคำว่าเป็นลูกเจ้าของหรือมีอภิสิทธิ์กว่าคนอื่นๆ ในที่ทำงาน และต้องมีคุณธรรมที่ไม่เอาเปรียบใคร ทำอะไรต้องขอจากคนอื่นให้น้อยที่สุด แต่พอเราทำธุรกิจของเราต้องพยายามนึกถึงหรือให้เกิดประโยชน์กับสังคมให้ได้มากที่สุดด้วย โดยเฉพาะลูกน้องและทีมงานทุกคน เพราะเขาคือคนสำคัญที่ทำให้บริษัทนี้สำเร็จ

กับพี่สาวคนโตเขาจะดูเป็นคนเคร่งๆ หน่อย เพราะเขาเรียนทางด้านบัญชีมาและต้องคอยเป็นแบ็กอัพที่ดีให้กับคนในบริษัทและน้องๆ ทั้งสองคน ส่วนพี่ก้อยเขาจะออกแนวสปอร์ต ใจป้ำ

ถึงวันนี้ผมไม่ค่อยเป็นห่วงเขานะ เพราะผมคิดว่าเขาดูแลตัวเองได้มากขึ้น พี่ก้อยเขาเป็นคนที่มีพัฒนาการที่ดี เป็นคนยอมรับฟังความจริงทุกเรื่อง ยอมรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น แม้กระทั่งเรื่องที่อาจจะมีคนพูดถึงเขา ฟังแล้วเขาก็ไม่โกรธ และพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา ซึ่งตรงนี้มันเป็นบุคลิกที่เหมาะกับคนที่ต้องดูแลฝ่ายขายและการตลาดจริงๆ

“ผมคิดว่าหลายคนคงชอบเขา ใครใกล้เขาก็น่าจะชอบเขา เพราะเขาจะเป็นคนที่อารมณ์ดีมาก ทุกคนเลยอยากมาคุยกับเขา รวมทั้งอยากจะแกล้งเขาด้วย ส่วนเรื่องการปฏิบัติธรรม เพราะผมเห็นพ่อนั่งสมาธิมาตลอด วันหนึ่งก็อยากลองทำไป ซึ่งพอเพื่อนชวนลองไปเข้าค่ายธรรมะก็ตัดสินใจไป เพราะคนชวนไปทำดีก็ควรไป และสิ่งที่ได้กลับมาคือการทำให้ผมรู้ตัวหรือมีสติในการใช้ชีวิตมากขึ้น และพอผมปฏิบัติ ผมรู้สึกมีความสุข ก็เลยบอกต่อกัลยาณมิตรคนในบ้านมาปฏิบัติด้วยกันหมด และก็รู้สึกว่าทุกคนในบ้านใจเย็น ปล่อยวางอะไรได้เยอะ ซึ่งทั้งหมดนี้ผมเห็นแล้วก็มีความสุขนะ”

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน