posttoday
ธรรมบรรยาย ณ นครมุมไบในเรื่องอนัตตา!เมื่อ ๒๔ มี.ค. ๕๖ (ตอน ๙)

ธรรมบรรยาย ณ นครมุมไบในเรื่องอนัตตา!เมื่อ ๒๔ มี.ค. ๕๖ (ตอน ๙)

18 กรกฎาคม 2556

วิปัสสนาญาณขั้นที่ ๔ ที่เรียกว่า อาทีนวนุปัสสนาญาณ คือเห็นโทษของสังขาร เกิดในภาวะจิตอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คิด เกิดความต่อเนื่องในความรู้นั้น

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

วิปัสสนาญาณขั้นที่ ๔ ที่เรียกว่า อาทีนวนุปัสสนาญาณ คือเห็นโทษของสังขาร เกิดในภาวะจิตอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่คิด เกิดความต่อเนื่องในความรู้นั้น เป็นหนึ่งส่วนล้านวินาทีที่เกิด เร็วมาก เร็วยิ่งกว่าแสงเสียง แสดงว่าอำนาจญาณรู้ตรงนั้นต้องเข้มแข็งมาก ต้องส่องเหมือนกับสปอตไลต์ที่มีพลังมาก จึงไม่ใช่ความคิด เพราะความคิดมันช้ามาก ความคิดไม่ทันกิเลส เพราะไม่ทันกิเลสจึงเกิดความคิด ความคิดจึงมาจากฐานของกิเลสอีกทีหนึ่ง ความคิดจึงปิดปัญญา แต่ปัญญามาจากความคิดที่ถูกต้อง

วันนี้สอนปรมัตถ์นักวิปัสสนาทั้งหลาย หนักหน่อย ต้องฟังอย่างเข้าใจ ถ้าเข้าใจตรงนี้แล้ว เดี๋ยวเราพูดเรื่องของการปฏิบัติจะเริ่มมองเห็นภาพ

จากนั้นเข้าสู่ วิปัสสนาญาณขั้นที่ ๕ ที่เรียกว่า นิพพิทานุปัสสนาญาณบาลีว่า “นิพพิทา” เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นที่เกิดจากปัญญา เป็นผลจากการรู้เห็นโทษเห็นภัยอันหนึ่งก็คือเกิดนิพพิทา เกิดความรู้สึกหน่าย หน่ายในสิ่งนี้ที่เรายึดถือมานาน หน่ายในสิ่งนี้ที่เราชื่นชมมานาน หน่ายในสิ่งนี้ที่เราคิดว่าเป็นของของเรา เหมือนเราจะทิ้งของสักอย่าง เห็นแล้วว่าไม่ใช่อย่างที่เราคิดเลย ไม่อยากเอามันหน่ายแล้ว

คำว่า “หน่าย” นี้ ไม่ใช่เบื่อหน่ายเหมือนอารมณ์ที่อยากเปลี่ยน สับเปลี่ยน วูบวาบ อย่างนั้น แต่เป็นความหน่ายที่ได้เห็นความจริงว่า สิ่งนี้ไม่มีประโยชน์เลย เป็นความหน่ายที่ไม่ได้เกิดจากความคิด แต่มันผุดขึ้นมาเอง

เมื่อเกิดนิพพิทาแล้ว จึงจะเดินทางไปสู่การวางคลายจากความกำหนัดยินดี ความรัก ความชอบทั้งหลาย เป็นการเข้าสู่ วิปัสสนาขั้นที่ ๖ ที่เรียกว่า มุญจิญตุกัมยตาญาณ เมื่อเกิดความเบื่อหน่าย ก็อยากจะหลีกหนี เหมือนคนเห็นสัตว์ร้ายอสรพิษ ก็อยากจะหลีกหลบออกไป อยากจะหลีก ไม่อยากจะเจอแล้ว

ต่อไปเข้าสู่ วิปัสสนาญาณขั้นที่ ๗ ที่เรียกว่า ปฏิสังขารนุปัสสนาญาณคือการหาหนทางเพื่อที่จะออก เพื่อที่จะหลีกหนี หาหนทางออกมา ซึ่งจะพัฒนาต่อไปสู่ วิปัสสนาญาณขั้นที่ ๘ ที่เรียกว่า สังขารุเปกขานุปัสสนาญาณ คือการเพิกทิ้ง เพิกเฉยจากสังขาร เพิกหรือเลิกหรือทิ้งเลย ถ้าเป็นสามีภรรยาก็หย่าขาดเลย

จากนั้นมาถึงขั้นสุดท้าย วิปัสสนาญาณขั้นที่ ๙ ที่เรียกว่า สัจจานุโลมิกานุปัสสนาญาณ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นอริยสัจ ๔

ในวิปัสสนาญาณทั้ง ๙ ขั้นนี้ มีญาณเกิดขึ้นทั้งหมด ๑๖ ญาณ ที่แสดงตรงนี้คือชี้ให้เห็นขั้นที่จะเข้าถึงอนัตตา

ดังนั้น การถึงอนัตตาและทำให้เกิดความสิ้นทุกข์นั้น จึงเกิดจากกระบวนการพัฒนาวิปัสสนาญาณหรือญาณไปตามลำดับ จนเข้าถึงความบริสุทธิ์แห่งการรู้แจ้งเข้าถึงขั้นสูงสุด ไม่ได้เกิดจากความคิดความนึก สัญญาจดจำหมายรู้ที่เราชอบคิดชอบนึกกัน

ถามต่อว่า เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรที่เราจะเข้าถึงขั้นวิปัสสนาญาณให้ได้ นี่คือคำถามที่เราจะต้องเรียนรู้...

จะต้องพัฒนาจิตให้มีสมาธิขั้นสูงเกิดขึ้น ถ้าจิตไม่มีสมาธิขั้นสูง ญาณก็ไม่เกิด ดังนั้นเราจึงต้องกลับมาพูดเรื่องของสมาธิว่า สมาธิมี ๒ ระดับ คือ สมาธิปริยายชั้นต่ำ กับ สมาธิปริยายชั้นสูง สมาธิปริยายชั้นต่ำเป็นอย่างไร สมาธิปริยายชั้นสูงเป็นอย่างไร ในพระพุทธศาสนา ตรงนี้ต้องเข้าใจด้วย

อาตมาเข้าใจว่า สิ่งที่พวกเราในที่นี้เรียนกันมาเป็นการเรียนรู้ตามรูปแบบพม่า เป็นการเรียนรู้ปฏิบัติเชิงปริยัติ ซึ่งมิได้ผิด แต่เป็นส่วนเบื้องต้นของการเจริญสติ... แต่จะต้องพัฒนาสติเข้าสู่ความเป็นญาณ เพื่อหยั่งรู้ลงไปในสภาวธรรมทั้งปวงจนเห็นแจ้งจริงถึงสามัญลักษณะแห่งสภาวธรรมนั้นๆ ซึ่งจะต้องใช้คุณภาพจิตที่มีความแน่วแน่และตั้งมั่นสูง นั่นหมายถึงมีสมาธิที่มีคุณภาพ สามารถใช้งานได้ มีความรู้ที่ถูกตรงธรรม จนปฏิบัติถูกต้องตามธรรมสมควรแก่ธรรม เพื่อประโยชน์โดยธรรม แต่ในรูปแบบการปฏิบัติจริงๆ แล้ว ในพุทธศาสนาจะเกิดวิปัสสนาญาณได้ ต้องมีจิตที่มีความพร้อมในสมาธิที่สมบูรณ์

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน