
ปติญญา ทองศรี ขอเป็นสะพานสู่ดาว
เคยผ่านการเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศไทยมาแล้ว วันนี้ "อีฟ" ปติญญา ได้มีธุรกิจของตัวเองที่จะเจียระไนสาว ๆ ให้พร้อมก้าวสู่เวทีประกวด
เคยผ่านการเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศไทยมาแล้ว วันนี้ "อีฟ" ปติญญา ได้มีธุรกิจของตัวเองที่จะเจียระไนสาว ๆ ให้พร้อมก้าวสู่เวทีประกวด
โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ ณัฎฐิติ อำไพวรรณ
คนไทยคงจำเธอได้ในฐานะที่เป็น ผู้หญิงที่สวยที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย เพราะเธอคือผู้ที่มงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2537 และได้เป็นนางงามมิตรภาพในการประกวดมิสเวิลด์ในปีเดียวกัน ที่การันตีความงามของเธอจนถึงวันนี้
ปัจจุบัน “ปติญญา” หรือ “อีฟ” ในวัย 34 นั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สถาบันฝึกอบรมและพัฒนาบุคลิกภาพแบบนางงาม “เจียระไน พีเจ้นท์ สตูดิโอ” ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีนี้เล่าความรู้สึกในอดีตก่อนเป็นนางงาม ว่า ไม่คิดว่าจะได้เข้าสู่เวทีประกวดใดๆ อย่างการเข้าประกวดเวทีนางสาวไทย และมิสไทยแลนด์เวิลด์ ปี 2537 ก็มีคนมาชักชวนและเขียนสมัครให้ ซึ่งไม่คิดว่า จะชนะเลิศได้สวมมงกุฎ
เหนืออื่นใดอีฟเล่าว่า สิ่งที่ได้นอกจากตำแหน่งนางงามก็คือความรู้และประสบการณ์จากการประกวดทุกเวที ทั้งเวทีนางสาวไทย มิสไทยแลนด์เวิลด์ และมิสเวิลด์ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ได้รู้อย่างลึกซึ้งว่าคนที่จะมาเป็นนาง งามนั้นจะต้องทำอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไร ที่นอกเหนือจากความสวย ความรู้ ความสามารถ และไหวพริบปฏิภาณ
จากความรู้และประสบการณ์นั้น ทำให้เธอมีความคิดอยากให้คนอื่นได้มีโอกาสก้าวไปสู่ความสำเร็จ ณ จุดนั้นเหมือนเธอบ้าง เพราะเธอสังเกตเห็นว่าบางคนสวย คุณสมบัติพร้อม มีความรู้ความสามารถแต่ขาดโอกาส ไม่มีคนสนับสนุน ไม่ได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพ เป็นต้นทำให้พลาดหวัง ฉะนั้น เจียระไนจึงเกิดขึ้นเพื่อที่จะทำฝันของน้องๆ ให้เป็นจริง
“เจียระไนอยากเป็นเหมือนสะพาน ให้น้องๆ ก้าวไปสู่ดวงดาว หรือทำความฝันของพวกเขาให้เป็นจริง จึงคิดว่าประเทศไทยน่าจะมีสถาบันหรือโรงเรียนที่สอนเกี่ยวกับนาง งามโดยเฉพาะ เหมือนที่เวเนซุเอลา อเมริกา ยุโรป หรือแม้แต่จีนก็มีโรงเรียนนางงามผุดขึ้นมาก นี่คือคำตอบว่าทำไมเจียระไนจึงต้องเกิดขึ้น”
อดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ กล่าวว่า เจียระไนมิได้แค่ฝึกสอนหรืออบรมคนให้เป็นนางงามเท่านั้น แต่เจียระไนยังมีอีก 4 หลักสูตร คือหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพสำหรับบุคคลทั่วไป หลักสูตรสำหรับบุคลากรขององค์กรธุรกิจเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพและ กระบวนการทางด้านความคิดเชิงบวกในการทำงาน หลักสูตรสำหรับฝึกสอนเยาวชน และสำหรับผู้ที่สนใจเข้าสู่วงการต่างๆ เช่น นักแสดง พิธีกร นางแบบ นายแบบ และอื่นๆ ที่ต้องการจะพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเอง
ปติญญากล่าวว่า คิดว่าเจียระไนจะเป็นสะพานเชื่อมให้ทุกคนที่เข้ามาได้ก้าวไปสู่ความ สำเร็จตามที่ฝันไว้ ทุกคนที่มาเรียนไม่ได้หมายความว่าจะไปเป็นนางงามหมด เพราะสถาบันจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้ว่าผู้นั้นเหมาะกับเวที อะไร เช่น บางคนอาจเหมาะกับการเป็นพิธีกร บางคนเหมาะเป็นนายแบบ นางแบบ บางคนเหมาะเป็นนักแสดง บางคนเหมาะเป็นแดนเซอร์ เป็นต้น
*5 อย่างสร้างแรงบันดาล
สำหรับอีฟ สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชีวิตและการทำงานของเธอประสบความ สำเร็จและมีความสุข ซึ่งเธอย้ำว่า 5 อย่างนี้ทำให้เธอมีพลังในการทำงานโดยไม่รู้จักคำว่าท้อแท้ ปรารถนาให้คนอื่นก้าวหน้า
เจตนาของการตั้งสถาบันแห่งนี้ ของอีฟไม่ได้มุ่งหวังในรูปของเงินทองหรือกำไรเป็นตัวตั้ง แต่ที่หวังคืออยากเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จในชีวิตและการงาน อยากเห็นสาวไทยประสบความสำเร็จในเวทีนางงาม ได้แสดงศักยภาพของตัวเองบนเวที มีความพร้อมและความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม ยิ่งกว่านั้นก็ปรารถนาว่าคนที่มาเรียนที่เจียระไนจะสามารถนำเอา ความรู้ที่ได้จากการเรียนไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไปใช้ในการทำงาน หรือเวลาสัมภาษณ์งาน เป็นต้น
มีความสุขกับการทำงาน
เป็นคนที่ค่อนข้างมองชีวิตใน เชิงศิลปะสวยๆ งามๆ ทำให้ไม่เครียดในเรื่องงาน มีความสุขกับงาน ยิ้มรับกับงานที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ยิ่งเป็นงานที่ชอบด้วยแล้วก็ยิ่งมีความสุข อย่างไรก็ตามช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของเจียระไนก็อาจต้องทำงาน หนักแต่ถึงอย่างไรก็ต้องบอกว่าแฮปปี้มาก
ปู - วิทยา ปานศรีงาม
เป็นที่ปรึกษาของเจียระไน และเป็นอาจารย์สอนเกี่ยวกับการพูดต่อหน้าชุมชนแล้วของสถาบัน ซึ่งอีฟจะพูดคุยปรึกษาด้วยตลอดเกี่ยวกับเรื่องงานของสถาบัน เพราะอีฟถือว่าบุคคลผู้นี้คือผู้ที่คอยเป็นกำลังใจในการทำงานด้วยดี เสมอมา และเป็นคนแรกที่อีฟคิดไอเดียตั้งโรงเรียนนางงามขึ้นมาแล้วไปปรึกษา จนเกิดสถาบันเจียระไนขึ้นในประเทศไทย
คุณแม่หนาย ทองศรี
ให้กำลังใจอีฟอย่างใกล้ชิดมา โดยตลอดและอยากให้ท่านเป็นยิ่งกว่าแรงบันดาลใจในงานของอีฟด้วย และเห็นว่า "เจียระไน" ซึ่งเป็นชื่อของสถาบันที่ประทับในโลโก้นั้นอยากให้เป็นลายมือที่ เขียนโดยคุณแม่ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่อีฟภูมิใจเวลามองที่ชื่อเจียระไนก็ทำให้ภาพ ของแม่มาปรากฏตรงหน้าทำให้มีกำลังใจทำงาน
ออกกำลังกาย
ชอบออกกำลังกายและเล่นกีฬาบนบกเกือบทุกชนิด เช่น ขับรถแข่ง ตีเทนนิส ตีกอล์ฟ แต่ไม่ชอบกีฬาทางน้ำเพราะว่ายน้ำไม่เป็น การออกกำลังกาย นอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจปลอดโปร่งแล้วยังช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้นด้วย







