
ทำไง...เมื่อนายไม่ปลื้ม
โดย...คุณหนูอี้
โดย...คุณหนูอี้
เคยมั้ย? ทำอะไรก็ไม่ถูกใจเจ้านาย พยายามเอาใจแต่ก็ไม่เข้าตา ขณะที่เพื่อนร่วมงานแค่เปลี่ยนทรงผม หรือเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว เจ้านายก็ทักทายพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ราวกับเป็นคนละคน หรือเสนองานชิ้นเดียวกันแท้ๆ แต่พอมาจากปากคุณมันกลับกันราวกับเป็นความคิดที่สิ้นคิด แต่พอมาจากเพื่อนร่วมงานอีกคน มันกลับเป็นไอเดียที่ดีเลิศ...
ถ้าเป็นอย่างนั้น จะทำอย่างไรดี
สถานการณ์ แอนไม่เข้าใจว่าทำมั้ยทำไม บอสหนุ่มของเธอ ถึงมักทำหน้าบึ้งราวกับโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน ทุกครั้งที่เธอเข้าไปขอคำปรึกษา หรือเสนอผลงาน แถมทุกครั้งที่พยายามจะพูดจาทักทาย เพื่อสร้างความคุ้นเคย บอสหนุ่มกลับพูดคำตอบคำราวกับดอกพิกุลจะร่วง
ทางออก ก่อนที่จะสงสัย มัวตั้งคำถามว่า ทำไม ทำไม และทำไม ทางที่ดี แอนควรกลับมานั่งตั้งสติถามตัวเองก่อนมากกว่าว่า มีพฤติกรรมใด หรือการกระทำใดที่ทำให้บอสไม่พอใจหรือไม่อยากจะสังคมโดยไม่รู้ตัว หรือไม่ตั้งใจหรือไม่ ถ้าตามล่าหาความจริงแล้วพบว่ามี แอนควรหาโอกาสทำความเข้าใจกับบอสอย่างเปิดอก โดยเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่เป็นช่วงที่บอสกำลังยุ่งกับโปรเจกต์ยักษ์ หรือเพิ่งหัวเสียกับงานที่ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ
หรือแอนอาจลองสืบจากเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ หรือปรึกษาปัญหาที่ประสบกับเพื่อนฝูงเพื่อร่วมกันหาทางออก แต่ให้เป็นไปในลักษณะขอคำแนะนำหรือคำปรึกษาจากเพื่อน ไม่ใช่การนินทาบอสกับบุคคลที่สาม ไม่แน่แอนอาจได้คำแนะนำดีๆ หรือรู้ต้นตอความบาดหมางที่ไม่เคยรู้ก็ได้
สถานการณ์ จ๋า พนักงานบริษัทเอกชนเริ่มท้อใจ เพราะไม่เคยได้รับคำชมจากหัวหน้างานสักครั้ง แม้ว่าจะทำดีแค่ไหน หัวหน้าก็ไม่มีท่าทีจะเอ่ยคำชม แต่ถ้าทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย หัวหน้าจะเล่นงาน ใส่อารมณ์ไม่ยั้ง
ทางออก การไม่คาดหวัง เป็นหนทางที่ทำให้เราทุกข์น้อยที่สุด บางครั้งคนเราทำดี ก็ไม่ต้องคาดหวังคำชมเชย เพียงแต่ภูมิใจกับผลงานของตัวเองก็เป็นสุข สำหรับกรณีของจ๋า ในมุมหนึ่งอาจต้องมองในบริบทของหัวหน้าว่าเป็นคนประเภทไหน ถ้ามองในแง่ดี คือ อาจเป็นพวกไม่ค่อยพูด ไม่ชมแต่หน้าแต่รับรู้ในใจ หรือในแง่ร้ายอาจเป็นพวกความผิดคนอื่นเท่าภูเขา แต่ความดีเท่าเส้นผม ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ จ๋า ควรทำใจ อย่าไปคาดหวัง เพราะจะยิ่งบั่นทอนกำลังใจ ในทางกลับกัน จ๋าควรเก็บเอาคำตำหนิของหัวหน้ามาเป็นพลังให้ทำงานอย่างรอบคอบ ไม่ให้มีข้อผิดพลาดให้หัวหน้าติเตียนได้อีก
สถานการณ์ แก้ม เป็นน้องใหม่ของบริษัท และมักได้รับมอบหมายงานสำคัญจากเจ้านาย แต่เพราะขาดประสบการณ์ทำให้มักถูกตำหนิเป็นประจำ
ทางออก พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส มองข้ามคำว่า “น้องใหม่” คิดเสมอว่าเราเป็น “มืออาชีพ” ไม่ว่างานจะยากหรือง่าย เราต้องทำให้ได้ คิดเสียว่าสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ และเพื่อไม่ให้ผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจึงควรหมั่นเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา หมั่นศึกษาหาความรู้ เติมอาหารสมองให้ตัวเองอยู่เสมออย่าให้ขาด หรือในกรณีที่ไม่แน่ใจในงานที่ได้รับมอบหมาย ให้ถามเจ้านายให้ชัดเจน อย่าเก็บไว้ ตลอดจนเมื่อเกิดปัญหาในการทำงานให้ปรึกษากับเจ้าของโปรเจกต์ เพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน
Ask the Expert
Q. ผมทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ต้องประสานงานกับ 2 ฝ่ายคือ การตลาดกับฝ่ายผลิต ทํางานไม่ลงรอยกัน จะทําอย่างไรดี?
A. จักรพันธ์ จันทรัศมี ที่ปรึกษาบริษัท ออคิด สลิงชอท ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากร ให้ข้อแนะนำว่า ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานจะมีความซับซ้อนกว่าความขัดแย้งระหว่างตัวบุคคล ทั้งในแง่ของตัวปัญหาและจํานวนผู้เกี่ยวข้อง แม้ว่าจุดเริ่มต้นของความไม่ลงรอยกันมักจะมาจากระดับตัวบุคคลก่อน แต่เมื่อปัญหาถูกขยายไปสู่ผลงานของหน่วยงานและลากยาวไปถึงทีมงานส่วนใหญ่แล้ว จะปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้ามาแก้ปัญหาร่วมกันคงเหนื่อย ดังนั้นต้องอาศัยคนกลางที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ
โดยเริ่มต้นจากการระบุปัญหาให้ชัดเสียก่อนว่า ขัดแย้งกันเรื่องใด มีใครเกี่ยวข้องบ้าง จากนั้นคนกลางที่จะทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยต้องประสานงานเบื้องต้นกับทั้งสองฝ่ายเพื่อขอความร่วมมือในการแก้ปัญหา และนัดแนะวันเวลาให้มาพร้อมกันโดยไม่ได้มีเป้าหมายที่จะหาตัวคนผิด ในระหว่างการไกล่เกลี่ยต้องให้พูดอย่างเปิดเผยและยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน ช่วยกันระดมความคิดหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติได้ คนกลางต้องสรุปความคิดที่เป็นทางออกของปัญหาแล้วจัดทำเป็นแผนปฏิบัติเพื่อขอคำยืนยันจากทั้งสองฝ่าย จากนั้นก็ให้เวลาทั้งสองฝ่ายไปดำเนินการตามข้อตกลง ก่อนที่จะกลับมาติดตามความก้าวหน้าในครั้งถัดไป
He Said / She Said
แจ็ค ศิลปิน
“ผมชอบผู้หญิงหุ่นดี ผิวแทน ไม่รู้สิเห็นแล้วผมรู้สึกว่าใช่เลย ผมชอบผู้หญิงที่เคิร์ฟสวย ดูเซ็กซี่และเฮลท์ตี้มากกว่า”
เอ นักแสดง/นักธุรกิจ
“อู้ยส์...พูดแล้วขนลุกนะ คือเอเป็นคนไม่มีสเปกอ่ะ คือสมัยก่อนจะชอบตี๋ขาวใส่แว่น แต่ก็ไม่เอาแล้วแบบนั้นนะ (หัวเราะ) ชอบคนที่มีบุคลิกและการแสดงออกที่กวนๆ แปลกหน่อยๆ โดดเด่น คุยกันรู้เรื่อง มีความรับผิดชอบเอก็โอแล้วค่ะ”
Quote
“เมื่อคุณได้รับงานใหญ่ ที่ดูแล้วแสนจะยาก ถึงขั้นที่แทบจะเรียกว่ายากจะทำให้สำเร็จเลยทีเดียว แต่หากคุณค่อยๆ ทำไปวันละนิดวันละหน่อย โดยไม่ได้คิดท้อใจไปเสียแต่แรก สักวันงานนั้นก็จะเสร็จเอง”
อิสซ้าค ดีเนเซน หรือคาเรน บลิกเซน นักเขียนชื่อดัง เจ้าของผลงาน Out of Africa







